มาทำความรู้จัก! ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

มาทำความรู้จัก! ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

อีกหนึ่งประเพณีและงานบุญอันสำคัญที่มีชื่อเสียง และยังสนุกสนานของชาวอีสาน นั่นก็คือ ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน นั่นเองครับ ซึ่งงานบุญนี้ จะถูกจัดทุกๆ ปีในช่วงหน้าฝน คือ เดือนมิถุนายน ถึงปลายเดือนกรกฎาคม งานประเพณีนี้มีความเก่าแก่และประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ว่าแล้วเราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับประเพณีและงานบุญนี้กันเลยครับ



ประวัติความเป็นมาของผีตาโขน

ประเพณีผีตาโขน เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในอำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ทางภาคอีสานของไทย ไม่มีข้อมูลชัดแจ้งว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่มีข้อสันนิษฐว่าน่าจะมีตั้งแต่มี บุญหลวง คือบุญพระเวชสันดรและบุญบั้งไฟรวมกัน ซึ่งเป็นเวลานาน หลายร้อยปีมาแล้ว

เดิมผีตาโขน มีชื่อเรียกว่า ผีตามคน เป็นเทศกาลที่ได้รับอิทธิพลมาจาก มหาเวชสันดร ชาดกในทางพระพุทธศาสนา ที่กล่าวถึง พระเวชสันดร และ พระนางมัทรี จะออกเดินทางจากป่าสู่เมืองหลวง เหล่าบรรดาสัตว์นานาชนิดป่ารวมไปถึงภูตผีปิศาจหลายตนที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น จึงได้ออกมาส่งเสด็จโดยแห่แหนแฝงตัวตน มากับชาวบ้าน ด้วยความอาลัยรั

การละเล่นผีตาโขน

ผีตาโขน จัดได้ว่าเป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง โดยที่ผู้เล่นจะทำรูปหน้ากาก ที่มีลักษณะหน้าเกลียดน่ากลัว มาสวมใส่ปกปิดใบหน้า รวมไปถึงเครื่องแต่งกายที่ต้องปกปิดมิดชิดเช่นกัน แล้วเข้าขบวนแห่แสดงท่าทางต่างๆ ในงานบุญตามประเพณีประจำปีของท้องถิ่นพื้นบ้าน การละเล่นผีตาโขนจะมีในเดือนแปดข้างขึ้น และนิยมทำ 3 วัน คือ

  • วันแรก เป็นวันที่ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างหออุปคุตและทำกระทงเล็กไปวางตามิศต่างๆจำนวนสี่ทิศด้วยกัน บนหอหลวงจะมีร่มขนาดใหญ่กางกั้นไว้ ถือเป็นวันแรกของการทำพิธี
  • วันที่สอง เป็นวันทำพิธีอัญเชิญพระอุปคุต โดยจะมีประชาชนจากตำบลหมูบ้านต่างๆ มาร่วมงานส่วนมากจะนำบั้งไฟมาด้วยสำหรับการละเล่นต่างๆ ในวันนี้จะมีขบวนแห่ผีตาโขนและมีการบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างครื้นเครงตลอดเส้นทาง ซึ่งจะทำพิธีแห่ไปยังวัดเพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ระหว่างขบวนแห่ก็จะมีบรรดาผีตาโขนทั้งหลายออกมาร่ายรำ ทำท่าทางต่างๆ อย่างสนุกสนาน
  • วันที่สาม จะเป็นวันที่ชาวบ้านไปทำบุญตักบาตรที่วัด ร่วมกันฟังเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก และในวันนี้จะไม่มีการละเล่นผีตาโขน แต่จะมีพิธีกรรมทางศาสนา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมไปถึงสักการะสิ่งศักสิทธิ์ในวัดหรือในพระธาตุ

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

ประเภทผีตาโขน

ผีตาโขนจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ

ผีตาโขนใหญ่ จะมีลักษณะเป็นหุ่นที่จำลองขึ้นมาจากโครงไม้ไผ่สาน ห่อคลุมด้วยผ้าหรือกระดาษ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว่าคนธรรมดาประมาณสองเท่า ผีตาโขนใหญ่จะถูกตกแต่งไปด้วยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นที่แสดงถึงรูปร่างเพศชายและหญิง มีการประดับอวัยวะเพศที่บ่งบอกถึงความเป็นชายและหญิงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าอวัยวะเพศของมนุษย์จะแสดงถึงความอุดมสมสมบูรณ์ ไม่ใช่ความพิเรนหรือทะลึ่งของผู้ที่มาร่วมเล่นแต่อย่างใด และประเพณีผีตาโขนในแต่ละปีจะมีการจัดทำผีตาโขนใหญ่เพื่อร่ามขบวนเพียง 1 คู่เท่านั้น ผู้มีหน้าที่เป็นผีตาโขนใหญ่จะต้องได้รับการอนุญาติจากผีหรือเจ้าก่อนและจะต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ที่มา : คุณ นิพนธ์ สารมโน


บทความที่เกี่ยวข้อง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมพื้นที่ใช้สอย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น


สวัสดีครับ วันนี้เรามี แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง
สถานที่ก่อสร้าง : ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

มองจากมุมหน้าบ้านก็ดูสวยงามลงตัวแล้ว การออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ มีความเป็นบ้านทรงโมเดิร์นได้ดี จากรูปทรงหลังคาที่เป็นทรงหมาแหงน ซ้อนชั้นด้วยหลังคาระเบียงหน้าบ้าน ตัวบ้านทาสีเทาเข้มสลับเทาอ่อนๆ และตัดขอบบัวด้วยสีขาว เป็นสีเรียบๆ พื้นๆ ตามสไตล์ และยังมีการเล่นลวดลายเส้นสีส้มตัดกับสีตัวบ้านเพิ่มความโดดเด่นอีกด้วย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

พื้นบ้านยกระดับขึ้นมาประมาณ 30 ซม. มีระเบียงหน้าบ้านพร้อมที่นั่ง เสาทาสีเทาเข้มมีลวดลายเส้นสีขาวตัด ทำให้ไม่ดูเรียบๆ จนเกินไป ประตูและหน้าต่างเป็นแบบกระจกบานเลื่อน ขอบวงกบสีขาวเช่นกัน

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น




แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ข้างบ้านจะเห็นได้ชัดถึงความเอียงของหลังคา ข้างบ้านผั่งนี้มีหน้าต่างห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก รับลมเข้าบ้านได้ดี

ส่วนอีกฝั่งจะมีหน้าต่างห้องนอน หน้าต่างห้องครัว ด้านนี้ผนังบ้านมีขอบบัว ทาสีขาวเป็นกรอบ ตัดสีตัวบ้านได้สวยงาม




เข้ามาภายในบ้าน สีภายในทาสีเทาอ่อนตามสไตล์ บ้านโมเดิร์นสีเทา ตัดด้วยสีดำของขอบบัวเชิงผนังสวยงาม



มาในพื้นที่ห้องครัว ซึ่งถือว่ามีขนาดที่ใหญ่ สามารถออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ได้ดีพอสมควร มีเคาน์เตอร์ล้างจาน ทำอาหาร มีหน้าต่างระบายอากาศ

ห้องน้ำ ติดกระเบื้องผนังสวยๆ สีขาวดำ ตัดกลางแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค ดูมีสีสันสวยงาม มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจก ถือว่าออกแบบได้อย่างดีครับ

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของตน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น


การสร้างบ้านคือการทำงานที่ต้องวางแผนอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงบประมาณ วัสดุที่จะนำมาใช้ หรือแม้กระทั่งผู้ก่อสร้างหรือช่างรับเหมา เพราะทุกอย่างต้องไปด้วยกันได้ จึงจะทำให้การสร้างบ้านประสบผลสำเร็จตามที่คาดหมาย



บ้านสวยๆ สไตล์ทโมเดิร์น ที่นำมาฝากกัน สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 40 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน ซ้อนกัน จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มารูปภาพและทีมช่าง : รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

เมื่อเรามองจากด้านหน้าของตัวบ้านนั้น จะเห็นความโด่ดเด่นของเสาหน้าบ้านที่ปูด้วยหินอ่อน สีเทา เข้มตัดกับบัวสีขาว ที่ชัดเจน ในแบบของบ้านสไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ที่สวยงาม พร้อมระแนงสีส้มและราวจับบันไดทางขึ้นที่เด่นชัด

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ระเบียงหน้าบ้านที่ต่อหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยกระเบื้องอย่างดี รอบๆกั้นด้วยเหล็กดัดสีส้ม และปูน เสาที่เป็นโครงสร้าง กรุเสริมด้วยกระเบื้องหินทรายโทนน้ำตาล รวมถึงลูกเล่นของผนังอีกฝั่ง จากนั้นติดตั้งโคมไฟที่เสาและฝ้าเพดาน ประตูใหญ่ทางเข้าและหน้าต่างกระจกใส ขอบด้านในเป็นอลูมิเนียมสีดำที่ตัดกับบัวสีขาวรอบนอกได้อย่างลงตัว

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ภายในบ้าน จุดแรกที่เปิดประตูเข้ามาเจอคือห้องโถง พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวที่มีลักษณะมันวาว ผนังสีครีมตัดฐานขอบล่างด้วยบัวไม้สีน้ำตาล สำหรับฝ้าเพดานหลุม ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้รอบๆ ตรงกลางเป็นโคมไพดานดวงใหญ่ และตามด้วยไฟเรืองแสง เนื่องจากห้องนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน และรองรับแขกที่มาเยือนบ้าน





ห้องน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน ประตูห้องเป็นบาน PVC สีขาว พื้นห้องปูกันลื่นด้วยกระเบื้องเรียบสีดำ ผนังกรุทับด้วยกระเบื้องที่ออกโทนสีขาวอ่อน สุขภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน ถูกติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆอย่างครบครัน

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของตน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: เพจ รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ






บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์นอร์ดิก บ้านสวยสุดแนว พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน

บ้านสไตล์นอร์ดิก บ้านสวยสุดแนว ขนาด 3 ห้อง 1 ห้องน้ำ พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก


งานดีไซน์ของบ้านแนวนอร์ดิก เป็นบ้านที่ดูเรียบง่ายสวยงาม ขณะเดียวกันก็ให้ความทันสมัยอีกด้วย จึงถูกใจใครหลายคน แต่ด้วยความที่บ้านแนวนี้เป็นบ้านจากเมืองหนาว จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับองค์ประกอบหลายส่วนเพื่อให้เหมาะกับเมืองร้อน



สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เรามี แบบบ้านสวยๆ มาให้เรารับชมกันเช่นเคย ซึ่งวันนี้เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก โทนสีขาว ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 รับแขก ห้องครัวเปิด พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน เป็นศูนย์กลางเชื่อม ระหว่างห้องต่างๆๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้ธรรมชาติเป็นตัวของคนในครอบครัว ตัวบ้านยกพื้นสูง เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก W88 Architect สถานที่ก่อสร้าง บ้านจันทร์ ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เราไปชมบ้านหลังนี้กันเลย

บ้านสไตล์นอร์ดิก

 

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก หลังนี้เป็นผลงานจากาง W88 Architect เป็นบ้านหลังเดียวที่ให้หลังคาทรงเอเฟรมเป็นเอกลักษณ์ ผสานไปกับงานดีไซน์ที่เรียบง่าย กับโทนสีอ่อนที่ทำให้บ้านดูสวยงาม

บ้านสไตล์นอร์ดิก




บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก




เพื่อให้การออกแบบสไตล์นอร์ดิกเหมาะกับเมืองร้อน สถาปนิกจึงปรับให้บ้านมีเพดานยกสูง ภายในโปร่งโล่ง พร้อมกับติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่หลายบาน เพื่อให้สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี




ห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นลายสีเทาตัดขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง

สำหรับท่านใดที่ชอบผลงานจากทาง W88 Architect Co.,Ltd. สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ทางเพจมีบริการสถาปนิก-วิศวกรให้คำปรึกษาฟรี และติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้ครับ

Facebook Fanpage : W88 Architect Co.,Ltd.
โทรศัพท์ : 095-6696880,080-6692664,095-1690736
Email : w88architect@gmail.com


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ





ทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว โดดเด่นด้วยผนังภายนอกโทนสีสดใส

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว โดดเด่นด้วยผนังภายนอกโทนสีสดใส ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมบรรยากาศภายในโปร่งสบาย

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว






สวัสดีครับ วันนี้เรามีแบบบ้านพักสวยๆสไตล์โมเดิร์นมาฝากเช่นเคยซึ่ง บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ ห้องครัว พร้อมกับระเบียงหน้าบ้าน งบประมาณ 1.59 ล้านบาท ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design ที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบโมเดิร์น ทั้งหลังคาทรงเพิงหมาแหงนที่เข้ากับรูปทรงบ้านมากทีเดียว และยังมีระแนงปูนสีน้ำเงินบริเวณผนังหน้าบ้าน ไม่เพียงเท่านั้นบานหน้าต่างแต่ละบานก็ดูมีความทันสมัย เสริมรายละเอียดด้วยกระเบื้องลวดลายสีเทาตรงฐานตัวบ้านที่ยกสูงขึ้น จะเป็นอย่างไรนั้นไปชมกันเลยครับ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

สำหรับรายละเอียดและฟังก์ชั้นภายใน แบบบ้านโมเดิร์นทรงแหงนยกสูงหลังนี้ ขนาดตัวบ้าน ขนาดตัวบ้าน กว้าง13.70 เมตร ลึก 10.90 เมตร ภายใน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว งบประมาณก่อสร้าง 1.55 ล้านบาท (แบบบ้าน MP-M1018 – โดย MPhousedesign)

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

นอกจากนี้ความโดดเด่นของบ้านยังมาจากการตกแต่งผนังภายนอกด้วยโทนสีเหลืองอย่างชัดเจน ก่อนทางเข้าบ้านจะมีพื้นที่ของระเบียงด้านนอกที่ปูด้วยกระเบื้องลายไม้สีเทา ตัดกับสีเหลืองสดของผนังด้านนอกอีกที พร้อมม้านั่งด้านหน้า เหมาะทั้งการพักผ่อนสบายๆ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว





แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

ด้านหลังบ้านยังมีประตูทางเข้าออกที่เชื่อมต่อกับครัว และบันไดปูพื้นด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาว พร้อมกับราวจับทางขึ้นลงบันไดเพื่อความสะดวก

ภายในบ้านให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งสบายด้วยผนังสีขาว พร้อมหน้าต่างบานกว้างที่สามารถเปิดรับมุมมองและแสงธรรมชาติจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ ฝ้าเพดานของบ้านเป็นแบบฝ้าหลุมฝังไฟวอร์มไลท์ ช่วยให้ห้องดูมีบรรยากาศที่อบอุ่นสบายตา และช่วยให้ดูมีมิติมากขึ้น สำหรับประตูแต่ละห้องเลือกเป็นบานไม้สีเข้มตัดกับผนังห้องสีขาว ช่วยให้ดูมีความโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย



ในส่วนของห้องนอนที่เน้นใช้โทนสีเขียวใบเตยตัดกับพื้นสีขาว ซึ่งให้ความรู้สึกที่สดชื่น และยังช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้กับสายตาได้เป็นอย่างดี

ส่วนห้องครัว เคาน์เตอร์ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีดำ ผนังเป็นสีขาว ประตูสีน้ำตาลด้านล่างเคาน์เตอร์เป็นช่องสำหรับเก็บของเครื่องครัวต่างๆ ได้อีกมากมาย ด้านหน้าเคาน์เตอร์ยังมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ

มาต่อกันที่ห้องน้ำที่อยู่ในส่วนของห้องนอน ปูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีครีม ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายสวยสีขาวสลับเขียว และโซนอาบน้ำเป็นโทนสีขาวและเชียว แบ่งกั้นโซนด้านกำแพงกระเบื้องสีขาว ด้านหลังสุขภัณฑ์ยังดีไซน์ให้มีพื้นที่สำหรับวางสิ่งของเครื่องใช้

จบไปแล้วคตรับ กับแบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง งบประมาณ 1.55 ล้านบาท พิกัด บ้านโคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design หากสมาชิกสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลย

Facebook : รับสร้างบ้าน โดย MP-house design
โทรศัพท์ : 080-3565802 , 086-2496461 (คุณ เอ็ม Project manager)
ID Line : nu1835
อีเมล์ : mp-housedesign@hotmail.com


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดีย แบบบ้านหลังเล็กๆ สำหรับทำบ้านสวน งบน้อยแบบพอเพียง

ไอเดีย แบบบ้านหลังเล็กๆ สำหรับทำบ้านสวน งบน้อยแบบพอเพียง

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบบ้านหลังเล็กๆ


สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหรือกำลังคิดที่จะสร้าง แบบบ้านหลังเล็กๆ งบประมาณประหยัด แบบพอเพียง นั้นเรามีแบบไอเดีย บ้านหลังเล็ก หลายแบบหลายสไตล์มาให้ได้ชมกันเพื่อเป็นไอเดียก่อนสร้างบ้านครับ



บางคนที่งบจำกัด และเป็นครอบครัวขนาดเล็ก อยากจะมีบ้านที่อบอุ่นไว้อยู่อาศัย แต่ด้วยงบที่่น้อย นั้นทำให้นึกแบบบ้านไม่ออกว่าจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน งั้นมาถูกที่แล้วครับ ในบทความนี้เราจะพามาชม แบบบ้านหลังเล็กๆ  ราคาถูก เป็นไอเดีย แบบบ้านหลักเล็ก กะทัดรัด จะมีเป็นไหนบ้าน ไปดูกันเลยครับ

แบบที่ 1. บ้านสไตล์ตะวันตก โทนสีขาวสะอาดตา ประตูสีส้มตัดกันได้อย่างสวยงาม

แบบบ้านหลังเล็กๆ   

แบบที่ 2. บ้านสวนหลังเล็กสีขาว กว้าง 6*6 เมตร  บรรยากาศธรรมชาติในสวนพอเพียง

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบที่ 3. บ้านไม้ เป็นแบบบ้านที่มีโครงสร้างเอกลักษณ์ มีเสน่ห์เฉพาะตัว และสะท้อนกลิ่นอายของธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อนในตัว และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งบ้านหลังนี้ได้รับการเผยแพร่จากช่องยูทูป แหล่งรวมบ้านสวยๆ ซึ่งเป้นบ้านของคุณ Jira Jira

แบบบ้านหลังเล็กๆ 

แบบที่ 4. บ้านสวนหลังเล็กๆ สไตล์โมเดิร์น สวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติท้องไร่ท้องนา

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบที่ 5. บ้านหลังน้อยปลายนา สไตล์บ้านสวน เหมาะสำหรับสร้างไว้พักผ่อน

แบบบ้านหลังเล็กๆ




แบบที่ 6. บ้านสวนหลังเล็กๆ จากไม้เก่า พร้อมทางเดินไปริมน้ำ

แบบที่ 7. บ้านไม้น็อคดาวน์ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสร้างไว้พักผ่อน

แบบที่ 8. บ้านไม้โครงสร้างเหล็กขนาดกระทัดรัด เติมเต็มฝันทั้งคนรุ่นใหม่ และวัยเกษียณ อยู่กับท้องไร่ท้องนา

แบบที่ 9.แบบบ้านไม้ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพักผ่อนย่อนใจ 






บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

การเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์ “กบนา” เป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย ใช้เวลาเลี้ยงน้อยและมีผู้นิยมบริโภคเป็นจำนวนมาก และในปัจจุบันกบนาของเมืองไทยยังเป็นที่ต้องการของตลาดต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น เช่น ฮ่องกง ไต้หวัน เป็นต้น ดังนั้นโอกาสในการส่งออกเนื้อกบไปจำหน่ายยังต่างประเทศจึงมีแนวโน้มสูงขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจ ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงเป็นอย่างดี



การเลี้ยงกบ เป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งในการเลี้ยงนั้นเกษตรกรควรมีความเข้าใจถึงวิธีการเลี้ยงที่ถูกต้องก่อน จึงจะทำให้ประสบความสำเร็จในการเลี้ยง

สิ่งที่ควรคำนึงถึงก่อนการเลี้ยงกบ

ความพร้อมของเกษตรกรทั้งในด้านความรู้ในการเลี้ยงและการลงทุน มีการวางโปรแกรมการผลิตที่ดีเพื่อให้สามารถจำหน่ายในช่วงที่กบมีราคาและมีต้นทุนการผลิตต่ำที่สุด มีตลาครองรับผลผลิตที่แน่นอน

พันธุ์กบ

พันธุ์กบที่เหมาะสมคือ กบนา ซึ่งปัจจุบันมีการพัฒนาสายพันธุ์ให้โตไวและมีสีเหลืองเป็นที่ต้องการของตลาด

รูปแบบการเลี้ยง

  • การเลี้ยงในบ่อซีเมนต์
  • การเลี้ยงในบ่อดิน
  • การเลี้ยงแบบกระชัง (มุ้ง)

ระยะเวลาในการเลี้ยง

ใช้เวลา 3.5-4 เดือนตั้งแต่ระยะฟัก ออกจากไข่จนถึงจับจำหน่าย ได้กบขนาด 6-7 ตัวต่อกิโลกรัม

รูปแบบในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายผลผลิต

  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายถูกอ๊อด
  • การเลี้ยงเพื่อจำหน่ายลูกกบ
  • การเลี้ยงเพื่อขุนเป็นกบเนื้อ

การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

สถานที่ที่เหมาะสมสำหรับการเลี้ยงกบ

  • ควรอยู่ใกล้บ้านและสะดวกต่อการดูแล
  • อยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดี เพียงพอต่อการเลี้ยง
  • เป็นพื้นที่สูงหรือที่ดินเพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วม
  • ห่างไกลจากแหล่งชุมชนหรือบริเวณที่มีเสียงอีกทึกรบกวน
  • อยู่ใกล้แหล่งจำหน่ายอาหารกบ
  • สะดวกในการจับ

วิธี การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

เป็นรูปแบบที่นิยมกันมากที่สุด เนื่องจากสะดวกในการเปลี่ยนน้ำ ง่ายต่อการทำความสะอาดบ่อ กวบคุมโรครวมถึงการจับ บ่อเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กวรมีพื้นที่ที่เป็นบกสำหรับกบอาศัยอย่างน้อย 2/3 ของบ่อ ที่เหลือเป็นพื้นน้ำ

บ่อเลี้ยงกบ การสร้างบ่อเลี้ยงกบมีวัตถุประสงค์ในการสร้างที่แตกต่างกัน เช่น บ่อสำหรับเลี้ยงพ่อพันธุ์ และแม่พัยธุ์ ซึ่งจะมีขนาดไม่ใหญ่มาก โดยทั่วไปแล้วบ่อกบจะเป็นบ่ออเนกประสงค์ คือ ใช้สำหรับผสมพันธุ์ อนุบาลถูกอ๊อด อนุบาลถูกกบ และเลี้ยงกบขุนหรือกบเนื้อในบ่อเดียวกัน แต่ต้องมีจำนวนบ่อหลายบ่อเพื่อให้กบอาศัยเมื่อกบมีขนาดใหญ่ขึ้น

การเลี้ยงกบในบ่อซีเมนต์

บ่อซีเมนต์ มีหลายรูปแบบ เช่น ปูกระเบื้อง ซึ่งทำความสะอาดง่ายหรือทาสีบ่อให้กบมีสีเหลือง ทั้งนี้ สีของกบจะปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่อยู่

ขนานบ่อที่ใช้สำหรับผสมพันธุ์กบจนถึงใช้เลี้ยงเป็นกบขุนมีหลายขนาด เช่น 3×4 , 3.2×4, 3.5×4, 4.5×4 4×6 เมตร สูง1.2 เมตร เป็นต้น แต่ขนาดบ่อที่ง่ายต่อการจัดการคือ 3×4 เมตร




บ่อเลี้ยงจะมีการเทคานก่อนและใช้อิฐบล็อค ร ก้อน ก่อเป็นผนัง มีประตูไม้ยกขึ้นลงเป็นทางเข้าออกบ่อ พื้นบ่อมีการเทปูนหนาพอสมควรเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึม ด้านในของบ่อทั้ง4 ค้าน จะฉาบผิวสูงประมาณ 30-50 เซนติเมตร จากพื้นบ่อเพื่อป้องกันน้ำซึมและกบเป็นแผลจากการกระโดดบ่อกบ ควรตั้งอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีประโยชน์ถือ สามารถเลี้ยงกบได้ตั้งแต่ผสมพันธุ์จนถึงอนุบาลถูกอ๊อด ตลอดจนเป็นกบเนื้อ

การเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์

น้ำสำหรับการเลี้ยงกบ

ควรตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความเป็นกรดด่างของน้ำความกระด้าง อัลดาไลนิตี้ ปริมาณแอมโมเนีย แร่ธาตุในน้ำ ฯลๆ ว่าเหมาะสมหรือไม่ หากน้ำที่ใช้เป็นกรด จะต้องใส่ปูนขาวเพื่อปรับคุณภาพน้ำและตรวจวัดความเป็นกรดค่างของน้ำอีกครั้ง และมีการพักน้ำดังกล่าวไ ว้ก่อนนำมาเลี้ยงน้ำจากแหล่งน้ำสาธารณะซึ่งคุณภาพของน้ำมักจะไม่สม่ำเสมอหรือมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรดังนั้นควรพิจารณาก่อนนำน้ำมาใช้ ถ้จะนำมาใช้ควรมีบ่อพักกักเก็บน้ำไว้ก่อน หากน้ำที่ใช้เป็นน้ำบาคาลควรผ่านการกรองและพักน้ำก่อนนำไปใช้

การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์

  • การเป็นกบที่มีตัวเหลือง ท้องขาว ตัวใหญ่
  • กัดจากกบขุนหรือฟาร์มที่มีความน่าเชื่อถือ
  • พ่อและแม่พันธุ์กบไม่คารมาจากแหล่งเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาเลือดชิดซึ่งลูกกบจะไม่แข็งแรง และแตกไซส์

การเลี้ยงกบนาในบ่อซีเมนต์

ลักษณะพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมผสมพันธุ์

  • แม่พัน ธุ์อายุ 8 เดือนขึ้นไปก็สามารถผสมพันธุ์ได้ แต่ถ้าให้ไข่เจริญเต็มที่สมบูรณ์ ควรมีอายุตั้งแต่ ! ปีขึ้นไป หรือมีน้ำหนัก 300 กรัม ขึ้นไป
  • พ่อพันธุ์ ควรมีอายุตั้งแต่ 8 เดือนขึ้นไป น้ำหนัก 200-250 กรัม ขึ้นไป จะต้องดึก ดูได้จากเมื่อสอดนิ้วมือเข้าระหว่างขาหน้าสองข้าง พ่อพันธุ์จะรัดแน่น

ที่มา : kasetbanna.com





บทความอื่นที่น่าสนใจ

เลี้ยงหอยเชอรี่ ลงทุนต่ำ กำไรสูงขายได้ทั้งปี

เลี้ยงหอยเชอรี่ ลงทุนต่ำ กำไรสูงขายได้ทั้งปี

เลี้ยงหอยเชอรี่

เลี้ยงหอยเชอรี่


หอยเชอรี่ หอยโข่งอเมริกาใต้ หรือ เป๋าฮื้อน้ำจืด มีชื่อภาษาอังกฤษ Golden Apple Snail เป็นหอยทากน้ำจืด ( freshwater snail ) มีฝาเดียว เป็นหอยวงศ์เดียวกับหอยโข่งของบ้านเรา (apple snail , Pila spp. ) แต่หอยเชอรี่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ แพร่กระจายสู่ทวีปเอเชียโดยชาวญี่ปุ่น ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

และปัจจุบันหอยเชอรี่เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กำลังมาแรง เป็นที่นิยมเลี้ยงทั้งขายไข่และพ่อแม่พันธุ์ รวมทั้งขายเป็นอาหาร หลังจากพบว่ามีโปรตีนและธาตุอาหารสูงมากแรกๆ ภาพของหอยเชอรี่คือศัตรูตัวฉกาจของนาข้าว จนถูกทำลายแทบหมดและหายากขึ้น



หอยเชอรี่เลี้ยงง่ายโตไว ลงทุนน้อย แต่สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี หอยเชอรี่เลี้ยงไม่ยุ่งยาก เลี้ยงได้ทั้งในบ่อดิน บ่อปูนวงบ่อซีเมนูต์ บ่อพลาสติกสำเร็จรูปหรือแม้แต่ในถังกาละมังใบใหญ่ๆ ก็มีคนเลี้ยงสร้างรายได้หลักหมื่นมาแล้ว

ลักษณะทั่วไป หอยเซอรี่มี 2 พวก ได้แก่

  • หอยเซอรี่เปลือกสีน้ำตาล เนื้อและหนวดมีสีเหลือง
  • หอยเชอรี่เปลือกสีเขียวเข้มปนดำและมีแถบสีดำจางๆ พาดตามความยาว เนื้อและหนวดสีน้ำตาลอ่อน มีรูปร่างค่อนข้างกลมผิวเปลือกเรียบ การหมุนของเปลือกเป็นเกลียววนขวา เมื่อโตเต็มที่มีขนาดความยาวประมาณ 83 มิลลิเมตร หนัก 165 กรัม เคลื่อนที่โดยใช้ foot (ตีนหอย)

การสืบพันธุ์และการเจริญเติบโต

หอยเชอรี่มีเพศแยกได้จากความนูนมากน้อยของแผ่น perculum ถ้าหากนูนมากเป็นหอยเพศผู้หอยขนาดโตเต็มวัยพร้อมที่จะขยายพันธุ์ มีอายุประมาณ 3 เดือน มักจะจับคู่ผสมพันธุ์กันราว 12 ชั่วโมง หลังจากนั้น 1-2 วัน ตัวเมียจะวางไข่ส่วนมากเป็นเวลากลางคืนโดยคลานขึ้นไปวางตามที่แห้งเหนือน้ำ เช่น ตามกิ่งไม้ที่ปักในบ่อ ต้นหญ้าริมน้ำ โคนต้นไม้ริมน้ำข้างๆ คันนาและตามต้นข้าวในนา ไข่มีสีชมพูสดเกาะติดอยู่กัน 2-3 นิ้ว แต่ละกลุ่มประกอบด้วยไข่ 388 – 2,000 ฟอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความอุดมสมบูรณ์ของอาหารที่กินสิ่งแวดล้อมและขนาดของแม่หอย ลูกหอยภายในซึ่งมีขนาดเท่าหัวเข็มหมุดเล็กหนักประมาณ 1.7 มิลิกรัม และมีลักษณะเหมือนตัวแม่ทุกอย่างจะร่วงลงน้ำเริ่มกินพืชน้ำพวกสาหร่ายต่างๆ แล้วเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว

อุปนิสัยการกินอาหาร

หอยเชอรี่ กินพืชน้ำได้เกือบทุกชนิดที่มีลักษณะอ่อนนิ่ม เช่น แหน แหนแดง ไข่น้ำ ผักบุ้งผักกระเฉด สาหร่ายต่างๆ ยอดอ่อนผักตบขวา ต้นข้าวกล้า รวมถึงซากสัตว์ที่เน่าเปื่อยในน้ำโดยเฉพาะต้นข้าวมักจะกินระยะข้าวกสำและปักดำใหม่ๆไปจนถึงระยะแตกกอ

เหตุผลที่ควรเลี้ยงหอยเชอรี่

  • หอยเชอรี่ลงทุนน้อยมาก เลี้ยงได้ดีแม่ในกาละมังและถังพลาสติกใบใหญ่ๆเลี้ยงง่ายมาก โตไวมาก กินทุกอย่าง ผสมพันธุ์ตลอดเวลา แม่หอยหนึ่งตัว ไข่เฉลี่ยเดือนละ 10 ครั้ง ถ้ารู้เทคนิคการเลี้ยง
  • ตลาดต้องการไม่จำกัด ทั้งตลาดพ่อแม่พันธุ์ และตลาดขายเนื้อหอย และหอยเชอรี่มีโปรตีนและธาตุอาหารสูง น่าเหลือเชื่อที่คนไทยส่วนใหญ่ไม่รู้
  • แปรรูปเป็นอาหารได้หลายอย่าง ทั้งอาหารสดละอาหารแห้ง
  • หาแม่พันธุ์ง่ายและราคาถูกกว่าหอยทุกชนิด เหมาะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมและอาชีพหลัก ลงทุนต่ำ กำไรสูง ตลาดไม่จำกัดสำหรับผู้เริ่มต้นก่อนมีโอกาสเป็นเจ้าของตลาดก่อน




รูปแบบการเลี้ยงหอยเชอรี่ แบบเต่างๆ

1. เลี้ยงหอยเซอรี่ในวงบ่อซีเมนต์

การเตรียมบ่อสำหรับใช้เลี้ยงหอยเซอรี่ การเตรียมบ่อใหม่ ถ้าเราซื้อบ่อมาใหม่ให้ทำการแช่ด้วยน้ำด่างทับทิม ขนาดบ่อ 80 cm ใส่ด่างทับหิมประมาณ 1 ช้อนโต๊ะแช่ทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วันจนกลิ่นของบ่อหายหมดเกลี้ยง หรือแช่บ่อด้วยหยวกกล้วยสับเพื่อดูดกลิ่นและปรับสภาพบ่อ ประมาณ 3-7 วัน

เลี้ยงหอยเซอรี่ในวงบ่อซีเมนต์

เมื่อบ่อหมดกลิ่นแล้วก็ล้างออกให้สะอาด บ่อที่ซื้อมาควรทำท่อระบายน้ำออกและทำท่อน้ำล้นไว้ด้วยเผื่อฝนตก หอยจะไดไม่หนีจากบ่อ จากนั้นใส่น้ำในบ่อ ใส่ EMเล็กน้อยเพื่อปรับสภาพน้ำและเกิดตะใคร่น้ำ ไรแดง ถ้เป็นน้ำประปาพักให้หายกลิ่นคลอรีน นำพืชน้ำ เช่น ผักตบชวา จอก แหน ใส่ลงบ่อให้เป็นที่ยึดเกาะและเป็นอาหารของหอย ปริมาณในการปล่อยหอยเชอรี่ต่อหนึ่งวงบ่อ ปล่อยหอยพ่อแม่พันธุ์ประมาณ 60-100 ตัว

การเลี้ยงดูแลหอยเชอรี่ ปกติแล้วปกติจะดูดกินสารอาหารจากตะไคร่น้ำที่จับตามบ่อ หรือจะต้นอก แหนก็ได้ ให้เรานำลงใส่ไว้ในบ่อเขาจะดูดกลืนชากที่เปื่อยของใบไม้ปริมาณในการใส่ควรใส่ให้พอเหมาะไม่ควรใส่มากจนเกินไป เพราะว่าจะทำให้น้ำเน่าเสีย

การเปลี่ยนถ่ายน้ำ

การเปลี่ยนน้ำเป็นสิ่งจำเป็น เพราะบ่อหอยเซอรี่น้ำเน่าเสียง่ายเนื่องจากหอยกินตลอดเวลา จึงขับถ่ายเยอะ น้ำเน่าเร็ว การล้างบ่อถ้าเป็นวงบ่อที่มีท่อระบายน้ำก็ถ่ายน้ำออก แล้วเดิมน้ำใหม่ แต่ถ้าเป็นบ่อตันก็ควรใช้สายยางดูดออกเปลี่ยนครั้งละประมาณ 1-2 เดือน ถ้าเปลี่ยนทุกสัปดาห์ได้ยิ่งดี หอยจะโตและออกไขไว ให้สังเกตดูว่าน้ำเน่าและส่งกลิ่นก็สามารถเปลี่ยนได้เหมือนกันสังเกตดูว่าหอยใหญ่ขึ้นมาระดับหนึ่งเราก็คัดอาพ่อแม่พันธุ์ออกตัดขายหรือเก็บไว้เพราะในบ่อใหม่ก็ได้หอยเซอรี่ขยายพันธุ์ได้รวดเร็ว วางไข่ได้ 1,000 – 1,200 ฟอง ในเวลา 1 เดือน ไข่ฟักเป็นตัวภายใน 7 – 14 วัน

2. เลี้ยงหอยเชอรี่ในบ่อพลาสติก

เตรียมบ่อและปล่อยหอย การดูแลใช้หลักการและวิธีการเดียวกับการเลี้ยงหอยในวงบ่อซีเมนต์ เลี้ยงได้ทั้ง แบบกระชังบก (เลี้ยงบนพื้นบก) และกระชังน้ำ (เลี้ยงในน้ำ) บ่อพลาสติกต้นทุต่ำกว่าบ่อปูน แต่ความทนทานน้อยกว่าอย่างมากอายุใช้งานไม่เกิน 2 ปี ควรเลือกซื้อบ่อที่มีท่อเปลี่ยนถ่ายน้ำได้ แต่ถ้าทำบ่อเองก็ควรเลี่ยนถ่ายน้ำ จะมีปั๊มดูดน้ำเปลี่ยนถ่ายก็ยิ่งดี มีบ่อพลาสติกสำเร็จรูปขายหลายแบบ หลายราคา ตามคุณภาพวัสดุที่ใช้ ทั้ง แบบกระชังบกและกระชังน้ำ หรือะทำเองเพื่อประหยัดต้นทุนก็ได้

3. เลี้ยงหอยเซอรี่ในบ่อปูน

เลี้ยงหอยเซอรี่ในบ่อปูน

ที่มา : วิศรุต พิมพารัตน์

 




เหมาะกับการเลี้ยงในปริมาณมาก และมีความชำนาญพอสมควรแล้ว เพราะลงทุนค่าบ่อสูงกว่าแบบอื่นๆ ถ้ามีบ่อปูนเก่าสามารถปรับมาเลี้ยงหอยเซอรี่ได้เลยลงทุนไม่เยอะ แต่ถ้าต้องก่อสร้างบ่อใหม่อาจต้องใช้เงินเยอะ เลี้ยงในบ่อปูนสามารถดูแลจัดการได้ง่าย โดยเวพาะการเปลี่ยนถ่ายน้ำ ทำให้หอยออกไข่ดกตลอดทั้งปี

4. เลี้ยงหอยเซอรี่ในบ่อดิน

เลี้ยงในบ่อดินใกล้เคียงธรรมชาติ เหมาะกับคนที่มีพื้นที่อยู่แล้ว มีข้อดีที่เลี้ยงได้ปริมาณมากและหอยเติบโตไวแข็งแรงเพราะใกล้เคียงกับธรรมชาติของเขา แต่ก็มีข้อเสียที่จับยากกว่า และหอยอาจมีพยาธิมากกว่า

เลี้ยงหอยเซอรี่ในบ่อดิน

ถ้าเป็นบ่อใหม่ขุดบ่อแล้วพักบ่อไว้ โดยการใช้จุสินทรีย์สังเคราะห์แสงหรือ EM ผสมกากน้ำตาลผสมน้ำสาดลงบ่อทิ้ง 7 วัน แล้วใส่พืชน้ำพวกผักตบชวา ผักบุ้งกระเฉด จอก แหน สร้างระบบนิเวศ และเพื่อเป็นอาหารให้หอยถ้าเป็นบ่อเก่า ลองดูว่าถ้ารกร้างมาก ก็ขุดลอกใหม่ แต่ถ้าไม่รกมากก็เตรียมแบบบ่อใหม่ข้างต้น ใช้จุสินทรีย์ปรับสภาพน้ำในบ่อ ฆ่าเชื้อโรค แล้วใส่พืชน้ำตาม

5. เลี้ยงหอยเซอร์ในกระชังน้ำ

เลี้ยงหอยเซอร์ในกระชังน้ำ

ที่มา : facebook Tommy Ichigo Kung

สามารถเลี้ยงได้ทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและในบ่อดิน แบบนี้แก่ปัญหาการจับยาก และให้อาหารดูแลง่ายกว่าแบบปล่อยลงบ่อดิน

6. เลี้ยงหอยเซอรี่ในกะละมังหรือถังพลาสติก

มีคนเลี้ยงและสร้างรายได้หลัก หมื่นจากหอยเซอร์ในถังดำและในกะละมังมาแล้ว โดยใช้กะละมังใบใหญ่สุด

เลี้ยงหอยเซอรี่ในกะละมัง

เลี้ยงหอยเซอรี่นถังดำขนาดกลาง ซื้อจากแม็คโครใบละ 99 บาท ได้ไข่ทุกวันปกติขายไข่พวงละ 20 บาท วันหนึ่งได้ไข่ประมาณ 3-5 รังต่อถัง ถ้าเสี้ยง 10 ถั่ง ได้ ไข่ประมาณ 30-50 รัง/วัน คูณด้วย 20 บาท คือ รายได้ที่จะได้รับ

วิธีฟักไข่หอยเชอรี่ให้รอดเยอะแข็งแรง

ไข่หอยเซอรี่แต่ละพวงมีประมาณ 300-1400 ฟอง อัตราการฟักและรอดเป็นหอยขุนพร้อมขายอยู่ที่ประมาณ 20-40%

เมื่อไข่หอยมีอายุได้ราวๆ 14 วัน ไข่จะสุกเต็มที่และแตกตัวออกมาจากเปลือกเป็นตัวอ่อน วิธีฟักไข่หอยเชอรี่ที่นิยมกันมี 2 วิธี ได้แก่

  • นำไข่หอยมาใส่ตะกร้าหรือตะแกรงที่มีช่องรู แล้วนำไปวางบนบ่ออนุบาลให้พ้นน้ำ ลูกหอยที่ฟักจะหล่นลงบ่ออนุบาลที่เตรียมไว้ ใส่น้ำประมาณ 10-20 ชม. กับ
  • วิธีที่สอง นำไข่หอยมาห่อด้วยกระดาษฟางสำหรับฟักไข่ เมื่อถึงเวลาตัวอ่อนจะออกมาจากเปลือกกองรวมกันในกระดาษฟาง ให้นำแผ่นกระดาษที่มีลูกหอยอ่อนลงแช่นบ่ออนุบาลทั้งกระดาษ โดยให้ลูกหอยกินกระดาษเป็นอาหารจนหมด จากนั้นจึงค่อยให้อาหารตามปกติ เช่น จอกแหน ใบตำลึง ใบมะละกอ เป็นต้น โดยให้แต่น้อยๆ ระวังน้ำเสีย

การสร้างรายได้และการตลาดหอยเซอรี่

  • ขายไข่หอยและพ่อแม่พันธุ์ ไข่พวงละ 20 บาท เลี้ยงแค่ 2 ดือนกว่าๆ หอยก็ไข่เก็บขายได้แล้ว
  • แปรรูปเป็นเนื้อหอยส่งขายในตลาด ร้านส้มตำ ร้านอาหารอีสาน ร้านครัวไทย เป็นต้น
  • ขายทางออนไลน์ให้คนต้องการเลี้ยงหอยที่มีจำนวนมากขึ้นทุกวัน
  • ทำอาหารขาย เพิ่มมูลค่า เช่น เสียบไม่ย่าง/นึ่ง/ลวกจิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดส์ ขายหน้าบ้าน หรือตามตลาดนัด ซึ่งปัจจุบันคนนิยมและขายดีมาก

ที่มา : ฟาร์มหอยตาหวาน หอยเซอรี่ หอยขม หอยโข่ง หอยน้ำจืดโทร 0638501014 ไลน์ ไอดี : tavanfarm หรือแอดเบอร์ไทรอัตโนมัติ 0638501014 , การเลี้ยงหอยเชอรี่สีทอง www.sarakaset.com


บทความอื่นที่น่าสนใจ

สูตรอาหารเสริมไก่ไข่ ไข่ดก แดง และฟองใหญ่

สูตรอาหารเสริมไก่ไข่ ไข่ดก แดง และฟองใหญ่

สูตรอาหารเสริมไก่ไข่

สูตรอาหารเสริมไก่ไข่


อาหาร เป็นองค์ประกอบที่สําคัญที่สุด ที่จะทําให้การเลี้ยงไก่ไข่มีคุณภาพ ได้ผลผลิตดีและจะกำไรหรือขาดทุนก็อยู่ที่อาหารเป็นหลัก เนื่องจากต้นทุนการผลิตประมาณ 60-70% ของต้นทุนทั้งหมดเป็นค่าอาหาร

ไก่ไข่ นั้น นอกจากต้องการอาหารเพื่อการดํารงชีพ การเจริญเติบโตแล้ว ยังต้องนําไปใช้ในการผลิตไข่อีกด้วย การที่ผู้เลี้ยงจะลดต้นทุนการผลิตในส่วนของค่าอาหารลงนั้น สามารถทําได้โดยการประกอบสูตรอาหารที่ราคาถูก คุณภาพดี เลือกใช้วัตถุดิบอาหารสัตว์ที่มีราคาถูกตามฤดูกาล และให้อาหารแก่ไก่กินอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อให้ได้ไข่ที่มีคุณภาพและต้นทุนต่ำ หากเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่อยากให้ไก่มีสุขภาพดี ให้ผลผลิตสูงฟองใหญ่ ไข่แดงได้คุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด ลองหาอาหารเสริมที่สามารถหาได้ในท้องถิ่น มาเป็นส่วนผสมในอาหารหลักที่ใช้อยู่เป็นประจำ รับรองได้ว่าผลผลิตออกมาเป็นที่พึงพอใจอย่างแน่นอน และที่สำคัญยังช่วยลดต้นทุนค่าอาหารได้อีกทางหนึ่งด้วย

วัตถุดิบที่นำเสนอให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ นำมาผสมในอาหารหลักมี 4 ชนิด

  • น้ำมะขามป้อม สมุนไพรน้ำมะขามป้อมสามารถใช้ได้กับไก่ทุกช่วงอายุ ทุกสายพันธุ์ บำรุงสุขภาพสัตว์ปีก ช่วยให้แม่พันธุ์ไก่มีไข่ดกมากขึ้น ช่วยลดอาการเครียดในไก่ ช่วยให้สัตว์เลี้ยงกระปรี้กระเปร่า ลดอาการปวดและอาการอักเสบต่างๆในสัตว์ปีกได้เป็นอย่างดี
  • หยวกกล้วย แค่สับหยวกกล้วยผสมลงในอาหารจะช่วยให้ไข่ไก่สีแดงสด น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น และ จะทำให้ไก่ไข่ที่เลี้ยงออกไข่ได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญเกษตรกรผู้เลี้ยงก็สามารถลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี
  • น้ำส้มควันไม้ จะช่วยให้ไข่แดงที่ได้นั้นข้นเหนียวอร่อย และลดคอเลสเตอรอลด้วย
  • ตำลึง ไก่พันธุ์ไข่มักจะออกไข่ให้เกษตรกรได้เก็บจำหน่ายในขนาดฟองที่มีความแตกต่างกัน ซึ่งถ้าเป็นไก่พันธุ์ไข่ที่มีอายุมากจะพบว่าไข่มีขนาดฟองเล็กลง เราจึงขอนำเสนอภูมิปัญญาชาวบ้านในการทำให้ไก่ไข่ออกไข่ฟองโต ซึ่งมีเทคนิคง่ายๆ โดยใช้พืชผักสมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น อย่างเช่น “ผักตำลึง” มาใช้เป็นอาหารเสริมเลี้ยงไก่ไข่

สูตรอื่นๆ

  • การเสริมยอดอ่อนสะตอเบาให้ไก่กินทำให้ไก่ออกไข่ใบโตขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนจัด เกษตรผู้เลี้ยงไก่ไข่ก็จะมักประสบปัญหาในเรื่องของไก่ไม่ออกไข่ หรือ ออกไข่แล้วใบเล็ก การเสริมยอดอ่อนสะตอเบาให้ไก่กินเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ทำให้ไก่ออกไข่ใบโตขึ้น เกษตรกรสามารถหาได้ตามธรรมชาติ ทำให้ได้ไข่ไก่ฟองใหญ่ปลอดสารพิษอีกด้วย
  • เสริมด้วยหญ้าสดเป็นอาหารเสริมไก่ไข่ตามธรรมชาติที่ประกอบด้วยโปรตีน วิตามินเอ แคลเซียมและกากใยอาหารธรรมชาติที่ช่วยในระบบขับถ่ายของไก่ ช่วยให้ไก่โตไว แข็งแรง และยังช่วยให้แม่ไก่ไข่สมบูรณ์ มีไข่ดก ไข่ไก่ที่มีคุณภาพดี(ไข่ไก่อนามัย) ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคในปัจจุบัน

ที่มา : สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ , www.kasetbanna.com


บทความอื่นที่น่าสนใจ

มหัศจรรย์ เชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อการควบคุมแมลงศัตรูพืช

มหัศจรรย์ เชื้อราบิวเวอเรีย เพื่อการควบคุมแมลงศัตรูพืช

เชื้อราบิวเวอเรีย

ชื้อราบิวเวอเรีย เป็นเชื้อราที่มีสีขาว เจริญเติบโตได้ดีในช่วงอุณหภูมิ 20-27 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ไม่น้อยกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นจุลินทรีย์ที่มีคุณสมบัติเป็นเชื้อราปฏิปักษ์ สามารถทำลายแมลงหรือทำให้เกิดโรคกับแมลงหลายชนิด ลักษณะของเส้นใย และสปอร์มีสีขาวหรือสีครีมซีด จัดเป็นเชื้อประเภท Saprophyte อาศัยและกินเศษซากที่ผุพัง





ประโยชน์ เชื้อราบิวเวอเรีย

เชื้อราบิวเวอเรียสามารถที่จะควบคุมแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิดที่สำคัญ ๆ เช่น เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หนอนผีเสื้อศัตรูพืชต่าง ๆ หนอนห่อใบข้าว เพลี้ยอ่อน เพลี้ยแป้ง เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ ไรแดง แมลงหวี่ขาว ด้วงงวงต่าง ๆ เป็นต้น

เชื้อราบิวเวอเรีย ทำลายศัตรูพืชชนิดใด

เชื้อราบิวเวอเรียทำลายแมลงศัตรูพืชได้หลายชนิดเช่น เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไก่แจ้ส้ม เพลี้ยจักจั่นเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล แมลงหวี่ขาว หนอนห่อใบข้าว ด้วง โดยสามารถทำลายทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของแมลง

เชื้อราบิวเวอเรีย ทำลายแมลงได้อย่างไร

เชื้อราบิวเวอเรีย

ลักษณะแมลงที่ถูก เชื้อราบิวเวอเรียทำลาย

แมลงที่ถูกเชื้อราบิวเวอเรียทำลาย แสดงอาการเป็นโรคคือ เบื่ออาหาร กินอาหารน้อยลง อ่อนเพลีย ไม่เคลื่อนไหวสีผนังลำตัวเปลี่ยนไป บริเวณที่ถูกเชื้อราทำลายเห็นเป็นจุดสีดำเส้นใยและสปอร์สีขาวปกคลุมตัวแมลง

วิธีการใช้ เชื้อราบิวเวอเรีย

  • ใช้เชื้อราบิวเวอเรีย 1 – 2 กิโลกรัมต่อน้ำ 20 ลิตรผสมสารจับใบ ขยำเบา ๆ ให้สปอร์สีขาวออกมาอยู่ในน้ำ กรองเอาเฉพาะน้ำเชื้อ
  • หากสภาพอากาศแห้งมาก ให้น้ำแปลงปลูกพืช ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนการฉีดพ่นเชื้อราบิวเวอเรีย
  • ฉีดพ่นเชื้อราให้ถูกตัวแมลงศัตรูพืชหรือบริเวณที่แมลงอาศัย โดยพ้นในช่วงที่แมลงศัตรูพืชออกหากินหรือเวลาเย็น ซึ่งสภาพแวดล้อมเหมาะต่อการงอกและเจริญเติบโตของเชื้อรา
  • หลังจากพ่นเชื้อราบิวเวอเรียแล้ว 5 – 7 วัน หากยังพบแมลงศัตรูพืช พ่นเชื้อราบิวเวอเรียซ้ำ

วิธีการผลิต เชื้อราบิวเวอเรีย

กระบวนการผลิตเชื้อราพร้อมใช้ หรือเชื้อสดที่มีคุณภาพต้องผลิตในสภาพปลอดเชื้อ ตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมอาหารเลี้ยงเชื้อ การใส่เชื้อ ซึ่งใช้วัสดุอุปกรณ์ที่มีราคาค่อนข้างสูง เช่นหม้อนึ่งความดันไอ ตู้เขี่ยเชื้อ ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จึงได้ดัดแปลงวิธีการผลิตเชื้อสด เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเชื้อราบิวเวอเรียใช้เองด้วยวิธีการง่าย ๆ ดังวิธีที่ 2

วิธีที่ 1

เป็นวิธีการผลิตในสภาพปลอดเชื้อ โดยใช้หม้อนึ่งความดันไอ เพื่อผลิตอาหารที่ปลอดเชื้อ และเขี่ยเชื้อในตู้เขี่ยเชื้อซึ่งจะทำให้สามารถผลิตเชื้อราบิวเวอเรียที่มีคุณภาพ โอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนต่ำ

วัสดุอุปกรณ์

  • ตู้เขี่ยเชื้อ
  • หม้อนึ่งฆ่าเชื้อ (หม้อนึ่งความดันไอ)
  • หัวเชื่อราบิวเวอเรีย
  • เมล็ดธัญพืช เช่น ข้าวสาร ข้าวโพด ข้าวฟ่าง
  • ถุงพลาสติกทนร้อน (ก้นจีบ) ขนาดประมาณ 7 x 14 นิ้ว
  • แอลกอฮอล์
  • คอขวด
  • สำลี
  • ยางรัดของ

ขั้นตอนการผลิต

  1. ล้างทำความสะอาดเมล็ดธัญพืช หากใช้ข้าวสาร แช่น้ำนาน 30 นาที ส่วนเมล็ดข้าวโพด และข้าวฟ่าง แช่น้ำ1 คืน หากใช้ข้าวสารจะได้ปริมาณสปอร์เชื้อราบิวเวอเรียมากกว่าธัญพืชชนิดอื่น ๆ
  2. นำเมล็ดธัญพืชวางบนตะแกรงทิ้งไว้พอหมาด ๆ




  3. ตักเมล็ดธัญพืชใส่ถุงประมาณ ครึ่ง กิโลกรัมใส่คอขวด ปิดจุกด้วยสำลี ปิดทับด้วยกระดาษ รัดยาง
  4. ฆ่าเชื้อโดยใช้หม้อนึ่งความดันไอ ที่ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว อุณหภูมิ 121 องศาเซลเซียสติดต่อกันนาน 30 นาที และเปิดสวิตช์หลอดยูวีประมาณ 30 นาที เพื่อฆ่าเชื้อภายในตู้เขี่ยเชื้อ
  5. ทำความสะอาดอุปกรณ์การเขี่ยเชื้อด้วยแอลกอฮอล์แล้วลนไฟ และทำความสะอาดมือและแขนของผู้เขี่ยเชื้อด้วยแอลกอฮอล์ 70%
  6. ใส่หัวเชื้อโดยใช้หัวเชื้อในรูปแบบต่าง ๆ เช่น หัวเชื้อในอาหารวุ้นแข็ง ประมาณ 0.5 ตารางเซนติเมตร หรือใช้หัวเชื้อน้ำ เขย่าถุงเพื่อให้หัวเชื้อกระจายทั่วถุง

  7. วางเลี้ยงเชื้อในที่ที่ระบายอากาศ มีแสงสว่าง แต่ไม่ถูกแสงแดด และไม่วางถุงซ้อนกัน นานประมาณ 20-30 วัน หรือจนกว่าเชื้อราจะเจริญเต็มถุง

วิธีที่ 2

เป็นการผลิตเชื้อราบิวเวอเรียวิธีง่าย ๆ โดยดัดแปลงใช้วิธีการหุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าว แทนการใช้หม้อนึ่งความดันไอและใส่เชื้อในห้องที่ลมสงบ โดยไมใช้ตู้เขี่ยเชื้อเช่นเดียวกับการผลิตเชื้อราไตรโคเดอร์มา โอกาสที่จะเกิดการปนเปื้อนเชื้อราชนิดอื่น เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้ออื่น ๆ สูงกว่าวิธีที่ 1ซึ่งวิธีการผลิตที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นวิธีการที่ศูนย์ส่งเสริมเทคโนโลยีการเกษตรด้านอารักขาพืช จังหวัดสงขลา ใช้ในการส่งเสริมให้เกษตรกรผลิตเชื้อบิวเวอเรียใช้เอง

วัสดุอุปกรณ์

ขั้นตอนการผลิต

  • ล้างข้าวสารให้สะอาด และหุงด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้าใช้ข้าว 2 ส่วน น้ำ 1 ส่วน
  • ใช้แอลกอฮอล์ เช็ด ทำความสะอาดโต๊ะ และวัสดุอุปกรณ์ รวมทั้งมือของผู้ที่จะผลิตเชื้อ
  • ถอดปลั๊กทันทีเมื่อสวิตซ์หม้อข้าวดีด จะได้ข้าวดิบเป็นไตสีขาว ซุยข้าวให้เมล็ดข้าวร่วน ตักข้าวใส่ถุงทันทีขณะยังร้อน ถุงละ 250 กรัม หรือประมาณ 2 – 3 ทัพพี รีดอากาศออกพับปากถุงลงด้านล่างทิ้งไว้ให้ข้าวอุ่น

  • ใส่หัวเชื้อหากเป็นหัวเชื้อน้ำใช้ 5 – 7 หยด

  • รัดยางตรงปลายปากถุงให้แน่นโดยให้มีพื้นที่ว่างในถุง มากกว่าพื้นที่ใส่ข้าว

  • เขย่าให้หัวเชื้อกระจายทั่วทั้งถุง

  • เจาะรูใต้ยางที่มัดถุงห่างลงมาไม่เกิน 1 นิ้ว โดยใช้เข็มสะอาดเจาะรูประมาณ 20-30 ครั้ง

  • วางถุงข้าวในลักษณะแบนราบ ให้ข้าวแผ่กระจายทั่วถุงต่ำกว่าบริเวณที่เจาะรู และไม่วางถุงข้าวซ้อนทับกันในบริเวณที่มีแสงสว่าง อากาศถ่ายเทได้ดี ไม่มีมด และสัตว์อื่น ๆ ประมาณ 7-10 วัน เชื้อเจริญ เต็มถุง

ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, www.withikaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ