บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา ผสมผสานสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวในหลังเดียว

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา ผสมผสานสมัยใหม่ได้อย่างลงตัวในหลังเดียว

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา เป็นหนึ่งในดีไซน์บ้านที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ด้วยรูปทรงหลังคาที่เรียบง่าย ทันสมัย แต่แฝงไว้ด้วยความคลาสสิก ผสมผสานกับการออกแบบที่เน้นฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่




สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น บ้านสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา  ขนาด 1 ห้องมาสเตอร์รูม 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ครัว 1 ซักล้าง 1 โถงรับแขกกว้างๆ   ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก  ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์  เป็นบ้านพักอาศัย1 ชั้น สไตล์คอนเทมโพรารี่  ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60-80 ซม. การออก  จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ :  ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ 
เรียบเรียง : esanbanna.com

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

หลังนี้เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานทรงหลังคาปั้นหยา ทรงจั่ว และทรงมะนิลาได้อย่างลงตัวในหลังเดียว แต่งช่องกระจกด้านบนเป็นดีไซน์ของตัวบ้าน

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

ตัวบ้านถูกยกพื้นสูงเล็กน้อย หลังคาบ้านคาปั้นหยา จั่ว มะนิลา มุงด้วยกระเบื้องแบบเรียบโทนสีดำเข้ม ที่ตัดเชิงชายคาสีขาวได้อย่างลงตัว ผนังนอกบ้านมีการติดตั้งด้วยบานประตูหน้าต่างเป็นกระจกโทนสีใส กรอบด้วยอลูมิเนียมสีดำที่ตัดกับผนังสีขาวได้อย่างสวยงาม บริเวณหน้าบ้านทำระเบียงที่นั่ง

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

มุมด้านหลังของตัวบ้านจะมีประตูบ้านใหญ่เชื่อมต่อเข้าหาตัวบ้านเพิ่มความสะดวกสบาย เทพื้นคอนกรีตเป็นทางเดินรอบตัวบ้านและป้องกันน้ำกระเด็นโดนผนัง เลือกใช้ประตูและหน้าต่างบานกระจกช่วยรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าไปด้านใน

บ้านสไตล์ร่วมสมัยคาปั้นหยา

ภายในตัวบ้าน นั้นเราจะพบกับส่วนของโถงที่มีขนาดใหญ่ ให้ใช้สอย เลือกปูพื้นกระเบื้องโทนสีเทาขาวเพิ่มความสว่างดูสะอาดตา ผนังทาสีขาว  พร้อมทั้งฝ้าหลุมขนาดยาวทาสีขาว ประดับตกแต่งโคมไฟคริสตัลดวงใหญ่และไฟซ่อนฝ้าสีสวย ฝั่งซ้ายมือนั้นจะเป็นประตูเชื่อมไปยังโซนครัว

ภายในห้องโถงพื้นที่โล่งกว้าง รับแสงสว่างจากบานกระจกของประตูและหน้าต่างรอบห้อง ติดพัดลมผนังช่วยเปิดระบายอากาศ แต่งฝ้าหลุมด้านบนช่วยเพิ่มมิติและความสวยงาม  ใช้ผนังเรียบโทนสีเทาออ่อน ปูพื้นกระเบื้องโทนสีขาวเทาสวยงาม ห้องครัวอยู่ฝั่งขวามือด้านหลัง




ห้องครัวใช้โทนสีเทาอ่อน ก่อเคาน์เตอร์ครัวแบบบิวท์อิน กรุกระเบื้องสีดำและบานตู้โทนน้ำตาลเข้ม มีหน้าต่างเล็กๆ เป็นช่องลมช่วยเปิดรับแสงและระบายกลิ่นอาหาร

ส่วนห้องน้ำห้องทั้งสองห้อง ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องสีครีม และโทนสีลายแตกต่างกัน ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีเทาสลับสีขาวพร้อมติดตั้งหน้าต่างบานเล็กแนวนอน และมีการตกแต่งด้วยชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสไตล์วินเทจสีขาว พร้อมกระจกส่องหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยม

เพื่อนๆ คนไหนที่สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ
Facebook : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์




บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก เรียบง่ายสวยงาม ทันสมัยโดดเด่นมีเอกลักษณ์

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก เรียบง่ายสวยงาม ทันสมัยโดดเด่นมีเอกลักษณ์

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก


แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style) เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมของยุโรปตอนเหนือ ถือเป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่กำลังเป็นที่พูดถึงมาก อยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะใครที่ หลงใหล ตกหลุมรัก บ้านดีไซน์สวย เรียบง่าย




วันนี้มาเอาใจคนชอบบ้านบ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic House Style)  เราจึงได้สรรหา บ้านสไตล์นอร์ดิก สวยๆ ซึ่งบอกได้เลยว่าสวยน่าอยู่มากๆ ครับ ว่าแล้วไปดูกันเลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์
เรียบเรียงโดย : esanbanna.com

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านหลังนนี้เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1  ห้องโถงรับแขก  โดยใช้งบประมาณ 1.2 ล้าน บรรยากาศธรรมชาติน่าอยู่มากๆ

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

เมื่อเรามองจากด้านหน้าตัวบ้าน จะเห็นผนังที่แต่งด้วยอิฐโชว์แนวโทนสีน้ำตาลดีไซน์เก๋ ผนังด้านข้างเป็นบานกระจกช่วยรับแสงสว่างจากภายนอกเข้าไปด้านใน และโทรสีของบ้านจะเน้นไปทางด้านสีขาว

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

แบบบ้านสไตล์นอร์ดิก

ภายในตัวบ้านนั้นได้มีการออกแบบเพดานยกสูง เมื่อบวกกับการมีผนังสีขาว และพื้นก็เลือกใช้กระเบื้องโทนสีขาวเพิ่มความสว่าง จึงทำให้ภายในมีบรรยากาศที่ปลอดโปร่งสุด ๆ จึงเหมาะกับคนที่ชอบบ้านบรรยากาศสบาย ๆ มีแสงส่องเข้าบ้านเยอะ ๆ




ในส่วนของห้องนอน  นั้นใช้ผนังแบบเรียบโทนสีเทาอ่อน ทำฝ้าเรียบด้านบน ติดโคมไฟดาวน์ไลท์แสงสีเหลืองช่วยส่องสว่าง หน้าต่างเลือกใช้บานกระจกเพื่อรับแสงสว่างจากภายนอก

ห้องครัวพื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องอย่างดี รวมถึงเคาน์เตอร์ครัวและผนังบริเวณนั้น บนเคาน์เตอร์ได้ติดตั้งอ่างล้างจานแบบ 1 ช่อง ส่วนในขณะที่ประกอบอาหาร ก็มีทั้งหน้าต่างและประตูหลังบ้านที่เป็นช่องทางระบายอากาศ

ภายในห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นลายสีขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง ซึ่งน่าใช้งานมากๆ

ที่มา | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ต้มยำปลาช่อน รสจัดจ้าน ครบเครื่องสมุนไพร

ต้มยำปลาช่อน รสจัดจ้าน ครบเครื่องสมุนไพร

ต้มยำปลาช่อน

ต้มยำปลาช่อน เป็นอาหารไทยยอดนิยมที่ทำจากปลาช่อน เนื้อปลาช่อนขาวแน่น หวาน และมีรสชาติอร่อยเผ็ดร้อน เปรี้ยว เค็ม กลมกล่อม ทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร เป็นเมนูยอดนิยมทานได้ทุกเพศทุกวัย หาซื้อง่าย ทำเองก็ง่าย ซึ่งเป็นน้ำซุปรสเปรี้ยวเผ็ด หอมสมุนไพร นิยมทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ

ส่วนผสม

  • ปลาช่อนไข่ (ขนาดกลาง) 2 ตัว

เครื่องต้มยำ

  • เห็ดรวม (จากตลาด) 1 แพค
  • ตะไคร้ 2 หัว
  • ข่า 1 แง่ง
  • ใบมะกรูด 3 ใบ
  • มะนาว 1 ลูก
  • พริก (ตามความชอบ/โคลกหรือทุบ) 7-8 เม็ด
  • ใบผักชีฝรั่ง 1 ต้น
  • ผักชี 2 ต้น
  • หอมแดง (ทุบ) 2 หัว
  • มะเขือเทศ 1 ลูก
  • เครื่องปรุง
  • เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • รสดี 1 ช้อนโต๊ะ
  • ผงชูรส 1 ช้อนโต๊ะ

ขั้นตอนต้มยำปลาช่อน

  • หากซื้อมาจากตลาดก็ให้แม่ค้า ทำสำเร็จเก็บพุงและไข่ไว้ โดยพุงต้องผ่าควักเศษอาหารออกล้างให้สะอาดจนหมดเมือกปลา (จะได้ไม่คาว)
  • นำเห็ดล้างทำความสะอาด หั่นให้ใส่จานไว้ ตั้งหม้อใส่น้ำ เติมเกลือ รสดีลงไป รอจนเดือดใส่เครื่องต้มยำลงไป ใส่เห็ดลงไป รอจนเดือดอีกที่ใส่ปลาลงไปรอจนสุก 15-20 นาที
  • สุกพร้อมปรุง ใส่น้ำปลา น้ำมะนาว ผงชูรส พริกโคลกผักชีหั่น ผักชีฝรั่งหั่น คนให้เข้ากันตักใส่ชามพร้อมรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ ซดน้ำโล่งๆคอ

หากใครชอบรสเปรี้ยวโดยไม่ต้องใส่มะนาวเยอะ ขยำมะขามใส่น้ำมะขามเปียกใส่ลงไปด้วย จะได้อีกรสชาตินึงอร่อยไม่แพ้กันเลยครับ

เคล็ดลับ

  • เลือกปลาช่อนตัวสด เนื้อแน่น จะได้เนื้อปลาหวานอร่อย
  • ตำน้ำพริกเผาเอง จะได้รสชาติที่เผ็ดร้อนถูกใจ ใส่เห็ดฟาง เห็ดออรินจิ หรือผักอื่นๆ เพิ่มเติมได้ตามชอบ
    โรยหน้าด้วยพริกสดซอย เพิ่มความเผ็ดร้อน



ที่มา : Sarakaset.com


บทความที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น สวยงามทันสมัย อบอุ่นและน่าอยู่

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น สวยงามทันสมัย อบอุ่นและน่าอยู่

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ยุคสมัยที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วมีอิทธิพลต่อการสร้างบ้านของมนุษย์ โดยผู้คนสมัยใหม่ชอบความเรียบง่าย สะดวกสบายและรวดเร็ว จึงเป็นที่มาของการได้รับความนิยมของ บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น เพราะทรงบ้านดังกล่าวตอบโจทย์เหล่านั้นได้เป็นอย่างดี




วันนี้เรามีบ้านสวยๆ สไตล์ทโมเดิร์น มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น บ้านเดี่ยวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย 90 ตารางเมตร ราคาประมาณ 1,215,000 ล้านบาท วัสดุเกรด A ทั้งหลัง การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน ซ้อนกัน จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มารูปภาพและทีมช่าง : โดยทีมงานรวยก่อสร้าง

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านหลังนี้มีหลังคาที่โดดเด่น เป็นทรงเพิงแหงนลาดเอียงไปด้านหลัง และมุงด้วยเมทัลชีท ฝ้าชายคาสีขาวแต่งขอบด้วยโทนน้ำตาล ตัวบ้านโทนฟ้าอ่อน ตัดฐานขอบล่างด้วยฟ้าเข้ม บริเวณใต้ชายคากรุทับด้วยไม้ฝาเฌอร่า ระเบียงด้านหน้าที่ต่อหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยงานไม้ รอบๆ สร้างม้านั่งไว้ใช้เป็นที่พักผ่อน และล้อมรอบด้วยเหล็กดัดอีกที 

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

พื้นรอบๆ เทคอนกรีตทับไว้ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเสริมฐานบ้านให้แข็งแรงแล้ว ยังกันผนังไม่ให้สกปรกได้อีกด้วย

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ห้องนอน ประตูทางเข้าเลือกใช้เป็นบานไม้ที่แข็งแรง และตัดกับสีผนังได้เป็นอย่างดี ภายในทั้งสองสว่าง น่าอยู่ ตกแต่งให้เป็นสไตล์เดียวกับห้องโถง เพียงแต่ฝ้าเพดานเลือกใช้แบบเรียบ หน้าต่างที่ใช้มีขนาดต่างกัน เป็นช่องทางระบายอากาศที่ดี อีกทั้งยังรับแสงธรรมชาติช่วยให้ภายในสว่าง 

ห้องครัว

ห้องครัว ห้องนี้ที่สร้างไว้โซนหลัง มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง เคาน์เตอร์ทรงตัวแอลที่สร้างไว้ติดผนัง ปูท็อปด้วยกระเบื้องสีดำ ส่วนด้านล่างเป็นกระเบื้องลายอิฐโทนสีขาว กระเบื้องที่ใช้กรุทับผนังบริเวณเคาน์เตอร์ กันน้ำและความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งห้องนี้ตั้งอยู่ในจุดที่มีประตูเปิดออกไปยังหลังบ้านนั่นเอง

ห้องครัว

ห้องน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน และห้องน้ำนี้ดูทันสมัย น่าเข้าใช้งาน ขนาดของห้องที่กว้าง ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยออกเป็นโทนสีเทากับสีน้ำตาล จากนั้นติดตั้งสุขภัณฑ์ที่ครบครัน รวมถึงหน้าต่างระบายอากาศ

สนใจสามารถติดต่อทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ

ที่มา : ทีมงานรวยก่อสร้าง , ติดต่อ : 0636191556 , ID line : ruuay168

หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก (Nordic Style) โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านแต่ละสไตล์นั้นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันไป ถ้าให้พูดถึงสไตล์บ้านที่ได้รับความนิยมในตอนนี้คงไม่พ้น บ้านสไตล์นอร์ดิก เป็นอีกหนึ่งสไตล์บ้านที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวผสมผสานการดีไซน์ให้รับกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เสริมบรรยากาศในการอยู่อาศัยที่แตกต่าง วันนี้จะพาทุกคนไปพบกับบ้านสร้างเสร็จจริง ในสไตล์นอร์ดิก ที่จะสวยงามแค่ไหน



แบบบ้านสวยๆ มาให้เรารับชมกันเช่นเคย ซึ่งวันนี้เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก โทนสีขาวดำ ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 รับแขก 1 ห้องแต่งตัว 1 ห้องครัว พร้อมระเบียงรอบบ้าน พื้นที่ใช้สอยภายในประมาณ 145 ตารางเมตร  ตัวบ้านยกพื้นสูง สถานที่ก่อสร้าง บ้านนา ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เราไปชมบ้านหลังนี้กันเลย

ขอบคุณข้อมูล | ช่างเจตน์ เทพทองการโยธา
เรียบเรียงโดย | esanbanna.com

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก

เมื่อเรามองจากด้านหน้านั้นจะสังเกตุเห็นตัวบ้านถูกยกพื้นสูงเล็กน้อย หลังคาบ้านเป็นทรงจั่วมุงด้วยกระเบื้องแบบเรียบ ออกโทนสีเทาเข้มที่ตัดเชิงชายคาสีดำได้อย่างลงตัว

บ้านสไตล์นอร์ดิก

ผนังนอกบ้านมีการติดตั้งด้วยบานประตูหน้าต่างเป็นกระจกโทนสีดำกรอบด้วยอลูมิเนียมสีดำที่ตัดกับผนังสีครีมได้อย่างสวยงาม บริเวณหน้าบ้านทำระเบียงเป็นแนวยาวทรงตัวเอลพร้อมติดตั้งราวกั้นเหล็กสีดำ ซึ่งมองรวมๆ แล้วบ้านหลังนี้ดูเรียบง่ายแต่ทรงพลัง

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บันได ทางขึ้นหน้าบ้านขนาดใหญ่ ปูด้วยกระเบื้องสวยงามเน้นโทนสีเทาดำ เพื่อให้เข้ากับตัวบ้าน

ภายในห้องโถงใหญ่ของบ้านนั้นจะเห็นประตูบ้าน เป็นประตูบ้านไม้สีดำบานสี่พับที่ตกแต่งด้วยกระจกสีดำ เปิดมาเป็นห้องโถงที่ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลามิเนตลายไม้สีน้ำตาลอ่อน ผนังภายในตกแต่งด้วยโทนสีครีมไข่ติดบัวกันเปื้อนสีดำ ฝ้าเพดานเป็นแบบเรียบประดับด้วยโคมไฟแบบห้อยติดเพดาน และหน้าที่เป็นกระจกขนาดใหญ่




สำหรับมุมนี้ถัดออกมาจากห้องโถง นั้นถูกจัดให้เป็นห้องครัวที่กำลังรอการบิ้วอินเฟอร์นิเจอร์ ภายในตกแต่งด้วยโทนสีเดียวกันกับภายในห้องโถง พร้อมมีการตกแต่งฝ้าเพดานด้วยโคมไฟระย้าแบบห้อยขนาดใหญ่ที่ดูเด่นสวยงามสะดุดตาเป็นเอกลักษณ์

ห้องนอนนั้นปูด้วยพื้นด้วยกระเบื้องสีครีม ผนังภายในตกแต่งด้วยโทนสีครีมอ่อนๆ พร้อมติดตั้งหน้าต่างบานคู่ขนาดใหญ่กรอบด้วยอลูมิเนียมสีดำ ฝ้าเพดานในห้องนอนเป็นแบบเรียบง่าย ติดตั้งทั้งโคมไฟทรงกลม และ ไฟดาวน์ไลท์ ซึ่งเรียบง่ายแต่ดูดีมาก

ห้องน้ำห้องแรก ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องสีครีม ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีดำสลับสีขาวพร้อมติดตั้งหน้าต่างบานเล็กแนวนอน และมีการตกแต่งด้วยชุดเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสไตล์วินเทจสีขาว พร้อมกระจกส่องหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยม

สำหรับห้องน้ำ ภายในปูพื้นด้วยกระเบื้องลายจุดสีขาว ผนังภายในตกแต่งด้วยกระเบื้องสีขาวสลับกับกระเบื้องสีโอรส ในห้องมีการติดตั้งตู้เคาน์เตอร์ลายไม้สีน้ำตาลพร้อมติดตั้งอ่างล้างหน้าและกระจกส่องหน้ากรอบลายไม้ที่ดูเข้ากันอย่างดี

สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ย้ำเลยครับว่ามีบริการให้คำปรึกษาฟรีสำหรับลูกค้าที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

ช่องทางการติดต่อ
Facebook : ช่างเจตน์ เทพทองการโยธา

Tel : 089-9921321 , 086-2539057




บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 131 ตารางเมตร

บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 131 ตารางเมตร

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น ถือเป็นสไตล์การแต่งบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสไตล์ที่สวยที่เรียบง่าย และแฝงไปด้วยความทันสมัย เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์แทบทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการทำความรู้จักบ้านแบบโมเดิร์นให้ดียิ่งขึ้น เรามีข้อมูลเบื้องเกี่ยวกับบ้านสไตล์นี้มาฝาก




แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มาฝากหลังนี้ เป็น บ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 1 ห้องแต่งตัว 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง พื้นที่ใช้สอย 131 ตารางเมตร สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน ซ้อนกัน จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : KCN-Construction&Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เรียบเรียง : esanbanna.com

บ้านสไตล์โมเดิร์น

สำหรับบ้านหลังนี้นั้น ได้ถูกออกแบบมาในลักษณะ แบบบ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น แบบหน้ากว้าง ซึ่งมีความโดดเด่น ในเรื่องรายละเอียด รูปทรงที่เป็นสไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ พร้อมทั้งโทนสีสดใส  การออกแบบหน้ากว้างทำให้บริเวณด้านหน้ามีพื้นที่ให้ตกแต่ง และใช้งานได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว ครับ

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บริเวณด้านหน้าบันได เป็นพื้นที่จอดรถ และ เสาบริเวณด้านหน้าบ้านพร้อมระเบีรงเหล็กถูกทาด้วยสีดำตัดสีส้มของตัวบ้าน เพิ่มความโดดเด่นด้วย กระเบื้องลวดลายสามมิติ ฐานของบ้านยกสูงทาสีเทาเข้ม

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บัญชีราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน ปีงบประมาณ 2563  โดย ​กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สำนักอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน >> https://www.yotathai.com/passadu/cost-build-63

ระแนงเหล็กสีดำเพิ่มความโดดเด่นสวยงาม




ประตูทางหน้าบ้านเลือกใช้ประตูกระจกขนาดใหญ่ สีดำตัดกับตัวบ้าน

ภายในบ้านจะมีการออกแบบตกแต่งที่ดูมีความโมเดิร์น เน้นบรรยากาศการตกแต่งแบบง่าย ๆ มีความโปร่งสบาย เพื่อการใช้งานที่สะดวก

เช่นเดียวกันกับห้องน้ำแต่ล่ะห้องจะมีรูปแบบการออกแบบที่มีความโมเดิร์น ภายในห้องน้ำจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบถ้วน ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

หากมีข้อสงสัยประการใดสามารถติดต่อทีมงานผู้สร้างได้ทันที

ช่องทางการติดต่อ บริษัทเคซีเอ็น คอนสตรัคชั่นแอนด์ดีไซน์ จำกัด

  • Facebook : KCN-Construction&Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
  • โทรศัพท์ : 097-978-7917 คุณนุ, 097-289-4199 คุณโบ
  • ID Line : nu1835



บทความอื่นที่น่าสนใจ

วิธีการบังคับลองกองให้ออกผลนอกฤดู เพิ่มมูลค่าขายได้ราคาดี

วิธีการบังคับลองกองให้ออกผลนอกฤดู เพิ่มมูลค่าขายได้ราคาดี

วิธีการบังคับลองกองให้ออกผลนอกฤดู

ลองกอง นั้นเป็นไม้ผลเศรษฐกิจสำคัญของไทยอีกชนิดหนึ่งส่วนมากนิยมปลูกที่ภาคใต้ และมีจำนวนมาก ส่งผลกระทบต่อราคาตกต่ำในบางปี เพื่อลดปริมาณผลผลิตในช่วงฤดูกาลและไม่ให้ราคาตกต่ำ ดังนั้น จึงมี วิธีการบังคับลองกองให้ออกผลนอกฤดู เพิ่มมูลค่า ยกระดับราคาลองกองให้สูงขึ้นได้ในระยะยาว อีกทั้งช่วยขยายช่วงเวลาการวางตลาดและตลาดส่งออกได้ยาวนานยิ่งขึ้น จนค้นพบวิธีการบังคับลองกองให้ออกลูกนอกฤดู นั้นมีหลายวิธีแต่ที่เราจะนำมานั้น มากจากกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมีวิธีการจัดการดังนี้



การเตรียมพร้อมของต้น

  • การตัดแต่งกิ่ง

ควรเลือากิ่งแห้ง กึ่งนึกหัก กิ่งถูกโรคแมลงทำลาย กิ่งแซมในทรงพุ่ม กิงซ้อนทับออกให้โปร่ง

วิธีการบังคับลองกองให้ออกผลนอกฤดู

  • ให้ปุ๋ย

    • ปุ๋ยอินทรีย์ ควรใส่อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ปริมาณ 10-15 กิโลกรัม/ต้น
    • ปุ๋ยเคมี สูตร 16-16-16 หรือ 20-10-10 หรือ 25-7-7 (หรือ 15-15-15 ผสมกับ 46-0-0) และควรฉีดพ่นด้วยสูตร 20-20-20ผสมน้ำฉีดพ่นทุกๆ 7 วัน จำนวน 2 ครั้ง เพื่อให้ต้นลองกองแตกใบอ่อน เร็วขึ้น

การเตรียมพร้อมในการออกดอก

  • การให้ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นและใบ
  • การให้ปุ๋ย

เพื่อให้ต้นลองกองมีการสะสมตาดอกหลังที่ลองกองแตกใบอ่อนระยะเพสลาดใส่ปุ๋ย 12-24-12 หรือ 8-24-24 หรือ 9-24-24 โดยการให้ปุ๋ยทางใบจะให้ทุก 7-10 วัน จำนวน 2-3 ครั้ง

  • การเตรียมสภาพแวคล้อมให้พร้อมเพื่อการออกดอก ต้องไม่ให้มีการแตกใบอ่อนและเข้าสู่สภาวะอากาศแห้ง

หยุดการให้น้ำ เพื่อทำให้พื้นดินแห้ง และชักนำให้ต้นลองกองเกิดความเครียด เมื่ออากาศหนาวเย็น ต้นลองกองสามารถพักตัวได้ดี และหยุดการเจริญเติบโตทำให้สะสมอาหารมากขึ้น

การกระตุ้นการออกดอก

เมื่อต้นลองกองพักตัวเต็มที่และมีสภาพต้นขาดน้ำ ใบเริ่มเหี่ยวมีสีเหลืองและร่วงหล่น

  • การให้น้ำ

ปริมาณ 850-1,000 ลิตร/ต้น ครั้งที่ 1 หยุดดูอาการต้นลองกองว่าช่อดอกหางหนูเล็กๆ เริ่มขยายยืดออกมาให้เห็น เป็นช่อดอกขนาดเล็กยาวกว่าดอกหางหนูเดิมประมาณ 2-3 เท่า แสดงว่าต้นลองกองพร้อมออกดอก

  • หลังจากให้น้ำ

ภายใน 7-10 วัน ต้นลองกองไม่แทงดอกยืดขยายยาวออกมาจากดอกหางหนู แสดงว่าต้นลองกองยังมีความสมบูรณ์และการพักตัวไม่เพียงพอ ต้องหยุดการให้น้ำออกรอบหนึ่ง

การดูแลรักษาช่วงแทงดอก

  • ฉีคพ่นอาหารเสริมสูตรทางด่วนทางใบ ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้
    • สารอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรต เช่น ครอบไจแอนโพลีแซค มอลตานิค พลอริเจน อัตรา 20-30 มิลลิลิตร ,กรดฮิวมิค 20 มิลลิลิตร
    • ปุ๋ยเกรด 15-30-15 หรือ 20-20-20 หรือ 10-20-30 ที่มีธาตุรองด้วยปริมาณ 40-60 กรัม
    • นำส่วนประกอบทั้ง 3 ผสมกันในน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ต้นลองกองให้ทั่วทั้งต้น
  • การยืดช่อดอก

เพื่อให้ผลไม่เบียดกันโดยใช้สารจิบเบอเรลลิก แอซิค (GA.) อัตรา 100 มิลลิกรัม ต่อน้ำ 1 ลิตร ฉีดพ่นที่ช่อดอกกำลังยืด จะทำให้ช่อดอกเหล่านั้นยืดยาวมากยิ่งขึ้น ผลสามารถขยายขนาดได้เต็มที่ไม่เบียดกัน

การตัดแต่งช่อดอก ดังนี้

  • ช่อดอกเป็นช่อเดี่ยวสมบูรณ์ให้เก็บไว้
  • กลุ่มช่อดอก ควรเลือกตัดแต่งช่อสั้น ช่อเล็ก ไม่สมบูรณ์คดงอ ควรเลือกไว้ช่อที่สมบูรณ์ อวบใหญ่ กระจุกละไม่เกิน 1-2 ช่อ แล้วแต่ปริมาณช่อดอกในทรงพุ่ม ถ้ามีมากไว้กระจุกละ 1 ช่อ
  • ตำแหน่งของช่อดอกที่ควรเก็บไว้ ควรอยู่ที่ส่วนล่างของกิ่ง หรือซื้ออกจากด้านข้างของกิ่ง
  • กลุ่มช่อดอกที่ออกเป็นกระจุก ให้ไว้ 1-2 ช่อ ถ้าช่อดอกมีการเรียงตัวดีสม่ำเสมอเก็บช่อดอกนั้นไว้
  • ระยะห่างของกลุ่มช่อดอกบนกิ่ง ควรทิ้งระยะห่างจากช่อหนึ่งไปอีกช่อหนึ่งประมาณ 10-15 เซนติเมตร ถ้าหากช่อลองกองออกมากกระจายทั่วต้น ควรเก็บช่อดอกกระจกละ 1 ช่อเท่านั้น
  • ปริมาณช่อดอกต่อกิ่ง กิ่งเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว ควรไว้ช่อดอก 3-5 ช่อ/กิ่งหรือเส้นผ่าศูนย์กลาง 1-‘/2 นิ้ว ควรไว้ช่อดอก 10-15 ช่อ/กิ่ง
  • การตัดแต่งช่อดอก ควรกระทำไปเรื่อยๆ จนกว่าการแทงช่อดอกจะหยุดหลังตัดแต่งช่อดอกจะต้องให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ

ลองกอง

การพัฒนาของผลลองกอง

ช่วงการเปลี่ยนแปลงด้านการเจริญเติบโต เช่น การเพิ่มน้ำหนักผล เนื้อ และเปลือกผล เป็น 3 ระยะ คือ

  • ระยะหลังติดผลถึงสัปดาห์ที่ 7 การพัฒนาเปลือกจะเริ่มจากสัปดาห์ที่ 1-5 จากนั้นการเปลี่ยนแปลงระหว่างน้ำหนักเนื้อและน้ำหนักเปลือกจะสูงมากในสัปดาห์ที่ 5-7 กล่าวคือเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเนื้อจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากสัปดาห์ที่ 4-7 ขณะเดียวกันเปอร์เซ็นต์น้ำหนักเปลือกจะลดลงในอัตราที่เท่ากัน
  • ระยะที่ 2 สัปดาห์ที่ 7-13 ระยะนี้เป็นการเพิ่มของน้ำหนักเนื้ออย่างรวดเร็วจนถึงสัปดาห์ที่ 13 โดยปริมาณเนื้อมีเท่ากับ 74% ส่วนปริมาณเปลือกจะมีปริมาณเท่ากับ 24%
  • ระยะที่ 3 สัปดาห์ที่ 13-15 ระยะนี้การเจริญเติบโตทางด้านน้ำหนักและเป็นระยะผลแก่เต็มที่



การเปลี่ยนแปลงทางด้านเนื้อและเปลือก

  • ระยะที่ 1 สัปดาห์ที่ 1-10 ผลอ่อนเปลือกจะมีสีเขียวเข้มเนื้อมีสีขาวขุ่น รสชาติเปรี้ยว
  • ระยะที่ 2 สัปดาห์ที่ 10-13 สีเปลือกเปลี่ยนจากสีเขียวค่อยเปลี่ยนเป็นสีเหลือง บางผลมักมีสีเขียว เนื้อสีขาวขุ่นเป็นฝ้า รสชาติเริ่มหวานแต่ไม่หวานสนิทเพราะมักมีรสเปรี้ยวอยู่ ระยะนี้ยังไม่ควรเก็บผล
  • ระยะที่ 3 สัปดาห์ที่ 13 ระยะเก็บเกี่ยว ระยะนี้เปลือกลองกองมีสีเหลืองนวลและส้มคล้ำ กลิ่นหอม รสชาติหวานสนิท เนื้อขาวใสช่วงนี้เป็นช่วงที่เหมาะสมต่อการเก็บเกี่ยว แต่มักพบปัญหาผลแตกเมื่อมีฝนตกหนัก

การตัดแต่งผลเพื่อให้ลองกองมีคุณภาพ

  • เด็ดผลที่โคนช่อ การแต่งผลที่โคนช่อมีความยาวให้ปลิดผลที่โคนช่อออก 1-2 ผล แล้วเลือกตัดแต่งผลไม่สมบูรณ์ ผลเล็ก ผลแคระแกร็นผลที่เบียดกันแน่นและให้ผลมีการเรียงตัวหลวมๆ
  • ตัดแต่งผลที่ปลายช่อ ประมาณ 1-2 ผลเพราะที่ปลายช่อผลจะมีขนาดเล็ก แคระแกร็นและไม่สมบูรณ์

การให้ปุ๋ยและน้ำเพื่อให้ลองกองมีคุณภาพ

  • การให้น้ำ หลังจากลองกองติดผลแล้วควรให้น้ำอย่างต่อเนื่องทีละน้อยและค่อยๆ เพิ่มขึ้นให้จนถึงผลเริ่มสุก และหยุดให้น้ำเมื่อใกล้เก็บเกี่ยว
  • การให้ปุ๋ย ให้ปุ๋ยสูตร 16-16-16, 15-15-15 เพื่อให้ลองกองมีการขยายขนาดช่อผลช่วงติดขนาดเล็กประมาณสัปดาห์ที่ 5 ปริมาณปุ๋ย (ปริมาณกิโลกรัม = /2 ของอายุต้น) และในปุ๋ยเพื่อเพิ่มคุณภาพความหวานในช่วงสัปดาห์ที่ 10 สูตร 13-13-21 

การป้องกันกำจัดแมลงที่สำคัญ

  • เพลี้ยไฟ

จะเข้าทำลายในสภาพอากาศร้อนแห้ง ตัวอ่อนและตัวแก่จะดูดกินน้ำเลี้ยงใบอ่อน ยอดอ่อน ทำให้ใบหงิก หรือขอบใบแห้งหรือใบแคระแกร็น ใช้สารเคมีฉีดพ่นกำจัดเพลี้ย ได้แก่ อิมิดาโคลพริดอัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร แลมป์ดาไซฮาโลทริน อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงแตกใบอ่อน ทุกๆ 5-7 วัน 2-3 ครั้ง

  • หนอนเจาะต้นหรือหนอนเจาะกิ่ง

เป็นหนอนของผีเสื้อกลางคืนจะเจาะรูเข้าไปกัดกินเนื้อไม้ในเวลากลางวันและออกมาแทะกินเปลือกกิ่งหรือลำต้นทำให้กิ่งแห้งหรือส่วนยอดแห้งตาย ใช้สารเคมีได้แก่ ทามารอนผสมน้ำในอัตราเข้มข้นฉีดเข้าภายในรูแล้วอุดปากรูด้วยดินเหนียวหรือดินน้ำมันหรือติดตั้งกับดักแสงไฟเพื่อล่อตัวแม่ผีเสื้อในช่วงกลางคืน

  • หนอนชอนใบ

เป็นหนอนผีเสื้อกลางวันที่มีขนาดเล็กหลังฟักเป็นตัวออกจากไข่แล้วจะชอนไขเข้าไปกัดกินเนื้อใบชั้นในใต้ผิวใบด้านหน้าของแผ่นใบทำให้ใบที่ถูกทำลายแห้งและร่วงหล่น ใช้สารเคมีฉีดพ่น ได้แก่คาร์โบซัลแฟน อัตรา 50 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร หรือเซฟวิน 85%อัตรา 30-50 กรัม/น้ำ 20 ลิตร ในช่วงลองกองแตกใบอ่อน 1-2 ครั้ง

การห่อผล

ช่วงสัปดาห์ที่ 10 หลังตัดแต่งผลและปลิดผลเน่าเสียออกควรห่อผลด้วยกระดาษเคลือบไขหรือถุงร้อนที่เปิดรูที่กันถุง จะช่วยทำให้ลองกองผิวสวย ไม่มีแมลงเข้ามาอาศัยในช่วงผลแก่ เช่นแมลงวันผลไม้ ผีเสื้อมวนหวานเป็นต้น

การเก็บเกี่ยว

หลังจากลองกองเข้าสู่สัปดาห์ที่ 14-15 ผลโตเต็มที่เปลือกเริ่มบาง ผิวสีเหลือง ถึงเหลืองเข้มอมส้มเนื้อในขาวใส ยางน้อย รสชาติหวานสนิทให้ทำการเก็บเกี่ยว

ที่มา : กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปุ๋ยมูลไส้เดือน ปุ๋ยสารพัดประโยชน์ของดีต้นทุนต่ำ

ปุ๋ยมูลไส้เดือน ปุ๋ยสารพัดประโยชน์ของดีต้นทุนต่ำ

ปุ๋ยมูลไส้เดือน

ปุ๋ยมูลไส้เดือน หรือภาษาบ้านๆ เรียกว่า ขี้ไส้เดือน นั่นเอง สวัสดีครับบทความนี้เราจะมาพูดถึง ปุ๋ยมูลไส้เดือน ปุ๋ยสารพัดประโยชน์ของดีต้นทุนต่ำ แล้วปุ๋ยมูลไส้เดือน คืออะไร วิธีทำเป็นอย่างไร วิธีใช้เป็นแบบไหน มีประโยชน์อะไรบ้าง ดีกว่าปุ๋ยทั่วไปหรือเปล่า บทความนี้เรามีคำตอบมาฝากกันครับ

ปุ๋ยมูลไส้เดือน คืออะไร

ปุ๋ยมูลไส้เดือน หรือ ปุ๋ยไส้เดือน เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของเกษตรอินทรีย์ เนื่องจากนำไส้เดือนดิน สัตว์ตัวขนาดเล็กที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์ มาเลี้ยงเพื่อเปลี่ยนองค์ประกอบและเพิ่มจุลินทรีย์ จนทำให้ได้ปุ้ยหมักที่มีประสิทธิภาพ สามารถบำรุงต้นไม้ได้อย่างยอดเยี่ยม



โดยปุ๋ยไส้เดือนมีลักษณะเป็นเศษอินทรีย์วัตถุที่ไส้เดือนดินกินเข้าไป แล้วย่อยสลายออกมาเป็นมูลที่มี
ประโยชน์ รูปทรงเป็นเม็ดร่วน สีดำหรือสีน้ำตาล โปร่งเบา จุความชื้นสูง ระบายน้ำและระบายอากาศดี แถมมีธาตุอาหารและปริมาณอินทรีย์วัตถุมาก

วิธีทำปุ๋ยมูลไส้เดือน ทำอย่างไร

เริ่มจากการเตรียมวัสดุและอุปกรณ์

1. กะละมังกว้างประมาณ 24 นิ้ว

ปุ๋ยมูลไส้เดือน
2. ไส้เดือนดินพันธุ์ AF (แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์) ประมาณ 3 ขีด

ปุ๋ยมูลไส้เดือน
3. มูลวัวนมที่ปราศจากเศษฟางหรือเศษวัสดุอื่น

ปุ๋ยมูลไส้เดือน

วิธีเลี้ยงไส้เดือน

1. ขั้นตอนการเลี้ยงไส้เดือนดินในกะละมัง ให้เจาะรูเล็ก ๆ ให้ทั่วกะละมัง เพื่อให้น้ำไหลออกสะดวก
2. รดน้ำหรือแช่มูลวัวให้เปียกชุ่มสักประมาณ 1-2 สัปดาห์ เพื่อล้างแก๊สและความร้อนจากมูลวัว


3. นำขี้วัวที่เย็นดีแล้วไปใส่ในกะละมังประมาณ 2-3 กะละมัง เตรียมไว้ แล้วใส่ไส้เดือนดินลงไปบนมูลวัว ไม่ต้องฝัง เดี๋ยวไส้เดือนดินจะไชลงไปเอง แล้วนำไปไว้ในโรงเรือน คอยรดน้ำให้ความชื้นประมาณ 1 ครั้ง/3-4 วัน


4. คอยรดน้ำให้ความชื้นประมาณ 1 ครั้ง/3-4 วัน รอประมาณ 1 เดือน ก็จะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือนพร้อม
นำมาร่อนต่อไป

ปุ๋ยมูลไส้เดือน

5. จากนั้นนำปุ๋ยมูลไส้เดือนที่ได้มาร่อนแยกมูลวัวที่ยังย่อยไม่หมดกับมูลไส้เดือนออกจากกัน โดยใช้เครื่องร่อนปุ๋ยมูลไส้เดือน ก็จะได้ปุ๋ยมูลไส้เดือน 100% เพื่อนำไปใช้งาน

ไส้เดือนดิน กินอะไร

ไส้เดือนดินที่นิยมนำมาเลี้ยงเพื่อทำปุ๋ยในประเทศไทย ส่วนใหญ่มี 3 สายพันธุ์ ได้แก่ ไทเกอร์ วอร์ม,แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ และขี้ตาแร่ ซึ่งที่นิยมมากที่สุดคือ ไส้เดือน แอฟริกัน ไนท์ คลอเลอร์ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะกินมูลวัว มูลควายเป็นอาหารหลักอยู่แล้ว แต่เราสามารถให้อาหารเสริมเพื่อความหลากหลายได้ เช่น ของเสียจากอาหาร ของเสียจากกระดาษ และเศษพืชจากการเกษตร นอกจากนี้ควรเลือกแหล่งเลี้ยงไส้เดือนที่โล่ง โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก และมีแสงแดดส่องบ้างเล็กน้อย รวมถึงอย่าลืมวางระบบน้ำปุ๋ย เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำขังจนไส้เดือนดินขาดอากาศด้วย

ปุ๋ยมูลไส้เดือน มีประโยชน์อะไรบ้าง

1. ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารหลักครบถ้วน

ในมูลไส้เดือน เต็มไปด้วย ธาตุอาหารหลักของพืช หลายชนิด เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แคลเซียม เหล็ก ทองแดง ช่วยให้พืชได้รับธาตุอาหารหลักครบถ้วน เจริญเติบโตได้ดีขึ้น

2. ลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร

ธาตุอาหารหลักของพืชในมูลไส้เดือน จะถูกเก็บอยู่ในโมเลกุลของกรดฮิวมิค สามารถปลดปล่อยออกมา เมื่อพืชต้องการได้ทุกเมื่อ ช่วยลดปัญหาการสลายตัวของธาตุอาหาร และ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยบ่อย ๆ

3. เร่งเซลล์พืชให้ขยายและเติบโตเร็วขึ้น

มูลไส้เดือน มีจุลินทรีย์และแบคทีเรียจำนวนมาก ที่จะช่วยเร่งเซลล์พืชให้ขยายและเติบโตเร็วขึ้น โดยเฉพาะรากแก้ว ทำให้รากแก้วขยายและโตเร็ว ส่งผลให้พืชเจริญเติบโตได้ดี

4. ทำให้ดินมีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดี

จากการที่มูลไส้เดือนมีความโปร่งเบา และ มีรูพรุนเยอะ หากใส่ลงในดิน หรือ ผสมกับดินที่ใช้ปลูก จะช่วยให้ดินมีความร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น ปกป้องดินไม่ให้แน่นแข็ง รากพืชสามารถชอนไชและเดินหาอาหารได้ง่าย เหมาะสำหรับต้นไม้ที่ปลูกในกระถางนาน ๆ

5. ปรับสภาพดินให้เหมาะกับการปลูกพืช

หากไม่มีดินร่วน หรือ ดินร่วนปนทราย แล้วต้องการใช้ดินเหนียว ดินทราย ในการปลูกพืช สามารถใช้มูลไส้เดือนผสมลงไปได้ จะช่วยปรับสภาพดินให้เหมาะกับการปลูกพืชได้ โดยในดินเหนียว จะช่วยเพิ่มอากาศในดิน ทำให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำและอากาศได้ดีขึ้น สำหรับ ดินทราย จะช่วยให้ดินสามารถรักษาความชื้น ลดการชะล้างธาตุอาหาร เวลารดน้ำได้

6. ปลอดภัย ไม่เป็นอันตรายต่อพืช

เนื่องจากเป็นปุ๋ยอินทรียวัตถุ ทำให้ปลอดสารเคมี 100% ไม่เป็นอันตรายต่อพืช อีกทั้งยังมีข้อดีกว่าปุ๋ยคอก คือ เป็นปุ๋ยเย็น สามารถนำมาใช้ได้เลย ไม่ต้องหมักทิ้งไว้ก่อนใส่ปุ๋ย

สรุป จะเห็นได้ว่าการเลี้ยงใส้เดือนนั้นไม่ยุ่งยากมากนัก และยังช่วยกำจัดขยะที่เป็พวกเศษผักและผลไม้ได้เป็นอย่างดี มูลของใส้เดือนนั้นก็มีประโยชน์มากมากต่อพืช เรียกได้ว่าคุ้มสุดๆ ไปเลยครับ สำหรับมือใหม่ที่กำลังยากทดลองเลี้ยงหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์นะครับ

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม | www.sarakaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 พร้อมวิธีทำหญ้ามักเลี้ยงสัตว์

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 พร้อมวิธีทำหญ้ามักเลี้ยงสัตว์

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

สวัสดีครับวันนี้เราจะมาพูดถึงการ ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 กันครับ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เป็นพืชอาหารสัตว์ที่มีการเจริญเติบโตเร็ว ตอบสนองต่อการให้น้ำและปุยดี แตกกอดี แก่ช้า ทนแล้ง ใบและลำต้นอ่อนนุ่ม ให้ผลผลิตตลอดทั้งปี มีผลผลิตต่อไร่สูง ปลูกครั้งเดียวสามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 6-7 ปี อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารสัตว์ที่ดีตามที่สัตว์ต้องการ เหมาะสำหรับใช้เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องเช่น โคนม โคเนื้อ กระบือ แพะ และแกะ นอกจากหญ้าเนปียร์จะให้ผลผลิตต่อไร่ สูงแล้ว ผลผลิตหญ้าสดที่เหลือจากการเลี้ยงสัตว์ สามารถนำมาเก็บถนอมไว้เลี้ยงสัตว์ได้ในยามขาดแคลนหรือช่วงหน้าแล้ง โดยวิธีการทำหญ้าหมักเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเน่าเสีย




การแปรรูปหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 ให้เป็นหญ้าหมัก เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์สำรองในยามที่ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์ ทำให้เกษตรกรมีอาหารเลี้ยงสัตว์เพียงพอสำหรับการเลี้ยงสัตว์ตลอดทั้งปี และสามารถลดต้นทุนในการเลี้ยงสัตว์ได้เป็นอย่างดี

ปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1

การเตรียมดินปลูก

ระยะเวลาที่เหมาะต่อการเตรียมดินคือช่วงปลายฝนต้นหนาว ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ดินมีความชื้นพอเหมาะง่ายกับการใช้อุปกรณ์การเตรียมดินและไม่เสี่ยงกับฝนตกในขณะปฏิบัติงาน การเตรียมดินที่ดีถูกต้องเหมาะสมควรปฏิบัติดังนี้

  • ก่อนไถเตรียมดิน ควรเก็บกรวด หิน ตอไม้ ออกจากแปลงปลูกให้หมด เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับเครื่องจักรกลการเกษตรและอุปกรณ์ต่างๆ ขณะเข้าทำงานในแปลง
  • ควรประเมินความหนาแน่นรวมของดินหรือชั้นดินดาน เกษตรกรต้องเก็บตัวอย่างดินส่งให้ห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ดิน สำนักงานพัฒนาที่ดินของกรมพัฒนาที่ดินเขตใกล้บ้าน
  • การปรับหน้าดินแปลงปลูกให้ราบเรียบสม่ำเสมอ ช่วยให้พื้นที่มีการระบายน้ำได้ดี การเข้าทำงานในแปลงง่ายและสะดวกขึ้น

ในกรณีที่แปลงปลูกเป็นดินเหนียวให้ใช้เครื่องพรวนโรตรี่มินิคอมบายหรือพรวนเพาเวอร์แฮโร่ส์ ซึ่งติดกับรถแทรกเตอร์ที่มีระบบไฮดรอลิกแบบ 3 จุด ซึ่งพรวนแบบอื่นๆ ไม่สามารถทำให้ดินแตกละเอียดพอที่จะหุ้มตาท่อนพันธุ์หญ้าได้ จึงจำเป็นต้องใช้พรวนแบบนี้มีลักษณะคล้ายจอบหลายๆ อัน ดินอยู่รอบเพลาหมุนและสับดินเป็นก้อนเล็กๆ การเตรียมดินให้ดีละเอียดร่วนชุยตลอดทั้งแปลง ทำให้ท่อนพันธุ์ที่ปลูกมีเปอร์เซ็นต์ความงอกดี ถ้าไม่พรวนเปอร์เซ็นต์ความงอกจะต่ำ  เนื่องจากหน่อหญ้าจากท่อนพันธุ์ไม่สามารถแทงรากลงพื้นดินได้

การเตรียมพันธุ์สำหรับปลูก

  • กรณีที่จะปลูกในพื้นที่ขนาดใหญ่นั้น ควรจัดทำแปลงพันธุ์เอง เพื่อลดต้นทุนการซื้อท่อนพันธุ์และการขนส่งจากแหล่งอื่นพื่อนำมาปลูก สามารถทำให้เราประหยัดต้นทุนได้
  • ควรใช้ท่อนพันธุ์หญ้าเนเปีร์ปากช่อง จากแหล่งที่เชื่อถือได้ ที่มีการจัดการดูแลแปลงอย่างถูกต้อง อายุของท่อนพันธุ์อยู่ในช่วงประมาณ 90-110 วัน
  • ช่วงหญ้าอายุ 1-90 วัน ควรสำรวจดูแลรักษาแปลงพันธุ์อย่างสม่ำเสมอให้มีการเจริญเติบโตดี ปราศจากโรคแมลง
  • อายุของท่อนพันธุ์ที่ผลิตจากแปลงพันธุ์ที่เหมาะสม อยู่ในช่วงประมาณ 90-110 วัน ท่อนพันธุ์จะเริ่มงอกรากออกมาก่อนและงอกตาตามที่หลัง ระบบรากที่แข็งแรงจะปลูกขึ้นดี ถ้ามีการจัดการดูแลอย่างดีแปลงพันธุ์ 1 ไร่ ตัดแต่ละครั้งให้ผลผลิตได้ประมาณ 15,000 กิโลกรัมต่อไร่
  • เมื่อตัดท่อนพันธุ์แล้ว ต้องปลูกให้เสร็จภายใน 4-5 วัน ถ้าทิ้งไว้จะทำให้ จุดเจริญของรากและตาเสียไป

ฤดูปลูกและวิธีการปลูก

ฤดูปลูก แบ่งเป็น 2 ฤดู คือ

  • เขตชลประทานหรือเขตที่ให้น้ำได้ ปลูกต้นฤดูฝนระหว่างเดือน เมษายน-พฤษภาคม
  • เขตอาศัยน้ำฝนตามธรรมชาติ ปลูกปลายฤดูแล้ง เป็นการปลูกข้ามแล้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม ในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนปนทราย

การดูแลรักษาหญ้ามีการเจริญเติบโต 3 ระยะ คือ

  • ระยะที่ 1 ระยะงอก เริ่มปลูก – 1 เดือน (1 – 4 สัปดาห์) หญ้าใช้อาหารจากท่อนพันธุ์ และความชื้นในดิน ปุ๋ยรองพื้นช่วยให้รากแข็งแรง
  • ระยะที่ 2 ระยะแตกกอ หญ้าอายุ 1 – 1 เดือนครึ่ง (4 – 6 สัปดาห์) ต้องการน้ำและปุยไนโตรเจนมากเพื่อช่วยให้แตกกอและการเจริญเติบโตของหน่อ
  • ระยะที่ 3 ระยะย่างปล้องและสุกแก่ หญ้าอายุ 1 เดือนครึ่ง – 2 เดือน(6 – 8 สัปดาห์) ระยะที่กำหนดขนาดและน้ำหนักของใบและลำต้น เป็นช่วงที่หญ้าเจริญเติบโตเร็วที่สุด ถึงเก็บเกี่ยวจะเป็นระยะสะสมน้ำตาลจึงต้องการปัจจัยต่างๆ เพื่อการเจริญเติบโต ทั้งแสงแดด อุณหภูมิ น้ำและปุ๋ย

การเก็บเกี่ยว

เพื่อให้ระบบรากของหญ้าที่ปลูกใหม่มีระยะเวลาเจริญเติบโตแข็งแรง และยึดติดกับดินแน่นหนาพอที่จะไม่ทำให้กอหญ้าถูกถอนขึ้นเมื่อเก็บเกี่ยว ควรเก็บเกี่ยวหญ้าครั้งแรกที่อายุ 3 เดือนหลังปลูกถ้าเป็นหญ้าตอให้เก็บเกี่ยวทุกๆ อายุ 45-60 วัน วิธีการเก็บเกี่ยว ในปัจจุบันมี 2 วิธี คือ ใช้เครื่องเก็บเกี่ยวและใช้แรงงานคน

การทำหญ้าหมัก

หญ้าหมัก หมายถึง พืชอาหารสัตว์ต่างๆ ที่เก็บรักษาไว้ในสภาพความชื้นสูงในที่ไม่มีอากาศ หรือในภาชนะปิดที่ป้องกันอากาศ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณค่าทางอาหารของพืชเหล่านั้นคงอยู่ การทำหญ้าหมักจากหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 เพื่อเป็นอาหารสำรองในยามที่ขาดแคลนพืชอาหารสัตว์

ประเภทของหญ้าหมัก แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ หญ้าหมัดสดและหญ้าหมักแห้ง

  • หญ้าหมัดสด คือ หญ้าหมักที่ได้จากการใช้พืชสด มีความชื้นสูงจากการตัดโดยตรงแล้วนำมาหมัก
  • หญ้าหมักแห้ง คือ หญ้าหมักที่ได้จากการใช้พืชสดนำมาผึ่งแดดระยะสั้นเพื่อไล่ความชื้นออกให้เหลือความชื้น แล้วจึงนำมาบรรจุหลุมหมักและต้องสับให้สั้นกว่าชนิดแรกเพื่อให้การอัดแน่นเป็นไปด้วยดี เนื่องจากความชื้นต่ำกิจกรรมจุลินทรีย์

การเตรียมการก่อนทำหญ้าหมัก

  • การเลือกพันธุ์หญ้า ควรเลือกพันธุ์หญ้าที่มีแป้งและน้ำตาลมาก เช่น ต้นข้าวฟางข้าวโพด นอกจากนั้นอาจใช้หญ้าเนเปียร์หญ้ามอริชัส หรือหญ้าอื่นๆ ที่มีลักษณะอวบน้ำ แต่การใช้ต้นหญ้าเหล่านี้จำเป็นจะต้องเติมกากน้ำตาลด้วย เพราะหญ้าเหล่านี้มีแป้งเป็นส่วนประกอบน้อย การหมักอาจได้ผลไม่ดีพอ
  • การเตรียมอุปกรณ์ อุปกรณ์ทำหญ้าหมักประกอบด้วยอุปกรณ์การตัด การหั่นหลุมหมัก วัสดุคลุมปิดหลุม เช่น แผ่นผ้าพลาสติกหรือดิน กากน้ำตาล และอุปกรณ์สำหรับขนหญ้าลงหลุมหมักอุปกรณ์การตัดและหั่นหญ้า
  • การเตรียมหลุมหญ้าหมัก หลุมหญ้าหมักมีหลายแบบ เช่น แบบปล่อง ก่อด้วยคอนกรีตสูง 2-3 เมตร หรือมากกว่า แบบหลุมแบบร่องในดินเป็นแบบที่ต้องขุดร่องลึกตามที่ต้องการ แบบหลุมแบบรางบนผิวดินมีลักษณะเช่นเดียวกับแบบร่องในดิน แต่สร้างบนผิวดินแทน ปัจจุบันนิยมทำแบบรางบนผิวดิน เพราะสะดวกต่อการทำงาน

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำหญ้าหมัก

  • มีดสำหรับสับหญ้า
  • ถุงดำหรือถุงพลาสติก เพื่อบรรจุหญ้าสำหรับหมัก
  • สารเสริมที่ทำให้การหมักดีขึ้น เช่น กากน้ำตาล เกลือ เพื่อช่วยเพิ่มคุณภาพของหญ้าหมัก
  • กระสอบยางรัดของ

วิธีการหมัก

  • เริ่มจากการหั่นหรือสับหญ้าสดให้มีขนาด 2-3 เซนติเมตร
  • บรรจุหญ้าสดที่หั่นแล้วลงในถุงพลาสติก อัดให้แน่นเพื่อไล่อากาศออกให้หมด
  • ในขณะที่บรรจุหญ้าลงในถุง ให้ใส่กากน้ำตาลเกลือ ลงไปด้วย โดยแบ่งใส่เป็นชั้นๆ เพื่อช่วยให้การหมักดียิ่งขึ้น
  • ใช้ยางรัดปิดปากถุง ที่บรรจุหญ้าให้สนิท เพื่อป้องกันอากาศและน้ำเข้านำไปเก็บไว้ในที่ร่ม ระวังอย่าให้ถุงมีรอยรั่วซึม
  • หมักไว้ 3-4 สัปดาห์ หญ้าเหล่านั้นจะกลายเป็นหญ้าหมัก นำมาใช้เลี้ยงสัตว์ได้ กรณีเริ่มใช้หญ้าหมัก เลี้ยงควรแบ่งให้วันละน้อยและเพิ่มขึ้นเมื่อสัตว์เคยชิน



ข้อควรระวังในการทำหญ้าหมัก

  • การอัดหญ้าลงในภาชนะที่ใช้หมักต้องอัดให้แน่นเพื่อไล่อากาศที่มีอยู่ในภาชนะออกให้มากที่สุด ซึ่งจะช่วยให้การหมักเกิดได้ดีและหญ้าหมักเสียน้อยที่สุด
  • การปิดภาชนะที่บรรจุต้องทำให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศจากภายนอกเข้าไปในกองหญ้าหมัก
  • เมื่อเปิดภาชนะควรใช้ให้หมดในระยะเวลาอันสั้น และเปิดภาชนะอย่าให้กว้างมาก เพื่อช่วยให้หญ้าหมักเสื่อมช้าลง
  • หญ้าที่มาใช้หมักไม่ควรจะมีความขึ้นสูงมากเพราะจะทำให้เกิดน้ำในภาชนะหมักมากเกินไป และหญ้าหมักเก็บได้ไม่นาน
  • ระมัดระวังหนูหรือแมลงสาบที่จะมากัดภาชนะหรือพลาสติกที่ปิดให้เป็นรู อากาศจะเข้าไปทำให้หญ้าหมักเสียได้

ที่มา : ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

เอกสารอ้างอิง

  • กรมปศุสัตว์. (2554). หญ้าหมัก, เอกสารแนะนำ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ISBN 974-7608-81-2.(พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์ซุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด.
  • กรมส่งเสริมการเกษตร. (2543). การขยายพันธุ์พืช.กรมส่งเสริมการเกษตร (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก : http://www.sevicelink.doae.go.th/webpage/book%20PDF/innovation/n008.pdf (20 ธันวาคม 2561).
  • ไกรทอง เขียวทอง. (ม.ป.ป.). คู่มือการปลูกหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1.ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์นครราชสีมา. (ออนไลน์) เข้าถึงได้จาก :http://www.dpo.go.th/wp-content/uploads/2015/01.pdf.(20 ธันวาคม 2561).
  • www.sarakaset.com

บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์โมเดิร์น ทันสมัยสวยงาม อบอุ่นน่าอยู่ พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม.

บ้านสไตล์โมเดิร์น ทันสมัยสวยงาม อบอุ่นน่าอยู่ พื้นที่ใช้สอย 107 ตร.ม.

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น


บ้านสไตล์โมเดิร์น มีสไตล์การแต่งบ้านที่ทันสมัยและได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากเป็นสไตล์ที่สวยที่เรียบง่าย และแฝงไปด้วยความทันสมัย เข้ากันกับเฟอร์นิเจอร์แทบทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการทำความรู้จักบ้านแบบโมเดิร์นให้ดียิ่งขึ้น เรามีข้อมูลเบื้องเกี่ยวกับบ้านสไตล์นี้มาฝาก แล้วคุณจะได้รู้ว่าบ้านสไตล์โมเดิร์น มีดีมากกว่าความสวยงาม




วันนี้เราจะพาชมบ้านสไตล์โมเดิร์น  ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย 107 ตารางเมตร  บ้านหลังนี้เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็ก ถึง ขนาดกลาง ใช้พื้นที่ไม่ต้องกว้างมาก การปลูกสร้างหาช่างรับทำง่ายครับ เอาล่ะพูดมาก็นานล่ะ เราพาไปชมความสวยของบ้านหลังนี้กันเลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร
เรียบเรียง :esanbanna.com

บ้านสไตล์โมเดิร์น

KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร

บ้านหลังนี้นั้นโครงสร้างหลังคาบ้านเป็นทรงเพิงแหงน ใต้หลังคามีการตกแต่งด้วยไม้ฝาเฌอร่าสีเทาที่ตัดกับผนังสีเทาอ่อนๆ ตัวบ้านมีการยกระดับพื้นสูง และไม้ฝาเฌอร่าสีส้มสดที่มีการติดตั้งโคมไฟแบบส่องผนังที่สร้างความโดดเด่นให้กับตัวบ้านได้อย่างสวยงามได้อย่างดี

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์น

ด้านหลังบ้านมีประตูบานเปิดพร้อมมีทำบันไดขึ้นลง ที่ใช้เชื่อมระหว่างตัวบ้านและด้านหลังบ้านได้

ส่วนภายในของบ้าน จุดแรกเมื่อเปิดประตูเข้ามาเจอนั้นจะเห็นว่าห้องโถงมีขนาดกว้างและยาว อากาศปลอดโปร่ง พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องที่มันวาว น่าสัมผัส ผนังทาทับด้วยสีขาวที่ดูสบายตา ส่วนฝ้าเพดานหลุมสีขาว มีโคมไฟที่ส่องแสงสว่างทั่วห้อง พื้นที่ของห้องโถงนี้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน




ห้องนอน ที่ภายในมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาว พร้อมตกแต่งผนังภายในด้วยกระเบื้องสีเขียวอ่อน และหน้าต่างบานเลื่อนกระจกใสขนาดใหญ่ ส่วนฝ้าเพดานเป็นแบบเรียบที่มีการติดตั้งทั้งไฟซาลาเปาพร้อมไฟดาวน์ไลท์ทั้งสี่มุมเพดาน

ห้องครัวมีการปูพื้นด้วยกระเบื้องลายสีดำขาว พร้อมมีการติดตั้งเคาน์เตอร์ครัวแบบชิดติดผนังกรุด้วยกระเบื้องสีขาวพร้อมบานเปิดตู้ครัวบนผนังมีการกรุด้วยกระเบื้องสีขาว ด้านบนหินอ่อนสีดำ

ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอยของห้องนี้มีขนาดกว้างพอเหมาะ ทั้งพื้นและผนังกรุทับด้วยกระเบื้องอย่างดี โดยมีลวดลายและโทนสีที่เข้ากัน ฝ้าเพดานฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้ ตามจุดต่างๆ ของห้องติดตั้งสุขภัณฑ์ที่หลากหลาย และอีกหนึ่งอย่างที่ขาดไม่ได้คือหน้าต่างระบายอากาศ

บ้านสไตล์โมเดิร์นเหมาะสำหรับผู้ที่มองหาบ้านที่มีรูปลักษณ์ทันสมัย เรียบง่าย และดูแลรักษาง่าย บ้านเหล่านี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด เนื่องจากสามารถสร้างได้โดยใช้วัสดุและเทคนิคการก่อสร้างที่หลากหลาย

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก KCN-Construction & Design รับเหมาก่อสร้างครบวงจร


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ