พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

สมุนไพร ที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช ได้แก่ หางไหลขาว (โล่ติ๊น) หางไหลแดง (กะเพียด) ยาสูบ (ยาฉุน) เถาบอระเพ็ด สาบเสือ พริกไทย ข่าแก่ ขมิ้นชัน ตะไคร้หอม ตะไคร้แกง ดีปลี พริก โหระพา สะระแน่ กระเทียม กระชาย กะเพรา ใบผกากรอง ใบดาวเรือง ใบมะเขือเทศ ใบคำแสด ใบน้อยหน่า ใบยอ ใบลูกสบู่ต้น ใบลูกเทียนหยด ใบมะระขี้นก เปลือกว่านหางจระเข้ ว่านน้ำ เมล็ดโพธิ์ เมล็ดแตงไทย เปลือกมะม่วงหิมพานต์ ดอกลำโพง ดอกเฟื่องฟ้าสด กลีบดอกชบา ลูกทุเรียนเทศ รากเจตมูลเพลิงแดง




พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช ที่มี ประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชนิดต่างๆ ได้แก่ สะเดา (ใบ+ผล) หางไหลขาว (โล่ติ๊น) หางไหลแดง (กะเพียด) หนอนตายหยาก สาบเสือ ยาสูบ (ยาฉุน) ขมิ้นชัน ว่านน้ำ หัวกลอย เมล็ดละหุ่ง ใบและเมล็ดสบู่ต้น ดาวเรือง ฝักคูนแก่ ใบเลี่ยน ใบควินิน ลูกควินิน ใบมะเขือเทศ เถาบอระเพ็ด ใบลูกเทียนหยด เปลือกใบเข็มป่า เปลือกต้นจิกและจิกสวน ต้นส้มเช้า เมล็ดมันแกว ใบยอ ลูกเปลือกต้นมังตาล เป็นต้น

พืชสมุนไพร ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืช สามารถแยกตามชนิดของแมลงศัตรูพืชได้ดังนี้

พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

สะเดา (Neem tree)

ประโยชน์ ใช้ได้ผลดีกับหนอนใยผักหนอนชอนใบ หนอนกระทู้ หนอนกอ หนอนใยกะหล่ำปลี หนอนเจาะยอดคะน้า หนอนหนามเจาะสมอฝ้าย หนอนหลอดหอม และหนอนบุ้งปอแก้ว

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำเมล็ดแก่ปริมาณ 1 กิโลกรัม มาบดให้ละเอียด จากนั้นแชนน้ำ 20 ลิตร หมักทิ้งไว้ 24 – 28 ชั่วโมง จึงนำมาใช้ฉีดพ่นป้องกันกำจัดแมลงหรือนำเมล็ดสะเดาแห้งที่ยังคงมีเปลือกหุ้มเมล็ดและเนื้อเมล็ดมาบดให้ละเอียด นำผงที่บดได้ปริมาณ 1 กิโลกรัม ใส่ไว้ในถุงผ้าขาวบาง แล้วนำไปแชในน้ำ 20 ลิตร ทิ้งไว้นาน 24 – 28 ชั่วโมง ใช้มือบีบถุงตรงส่วนของผงสะเดาเพื่อให้สาร Azadirachtin ที่อยู่ในผงสะเดาละลายออกมาให้มากที่สุด นำไปฉีดป้องกันกำจัดแมลง อาจผสมสารจับใบเพื่อให้สารจับกับใบพืชได้ดีขึ้น ใช้ฉีดพ่น 5 – 7 วันต่อครั้ง โดยเวลาฉีดพ่นควรทำในตอนเย็นจึงจะได้ผลดีเพราะสารนี้จะสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดด

พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

ยาสูบ (Tobacco)

ประโยชน์ ใช้ในการป้องกันและกำจัดเพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดด เพลี้ยไฟ หนอนกอ หนอนกะหล่ำ หนอนชอนใบหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนผีเสื้อ ด้วงหมัดกระโดด และไรต่างๆ

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ใช้ใบยาสูบแห้งปริมาณ 1 กิโลกรัม แช่ในน้ำ 2 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง เวลานำไปใช้กรองเอาแต่น้ำหมักแล้วเติมน้ำลงไปอีก 60 ลิตร นำไปฉีดพ่น โดยหลังจากฉีดพ่นแล้ว 3 – 4 วัน จึงสามารถนำผลผลิตไปบริโภคได้

ตะไคร้หอม (Citronella grass)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนกระทู้ หนอนใยผัก ยุง เห็บ หมัดและแมลงสาบ ใช้ในการล่อแมลงวันทอง ตัวผู้ และขับไล่มอดข้าวเปลือก

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ใช้ใบแก่สดผสมกับเหง้าข่าสดและใบสะเดาสดอย่างละ 1 กิโลกรัม นำมาผสมกันแล้วบดให้ละเอียด จากนั้นแช่ในน้ำ 10 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมงเวลานำไปใช้กรองเอาเฉพาะน้ำปริมาณ 150 มิลลิลิตร ผสมกับน้ำ20 ลิตร ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช หรือนำใบตะไคร้หอมมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วบดให้ละเอียดประมาณ 1 กิโลกรัม แชในน้ำ 10 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง จากนั้นกรองเอาแต่น้ำผสมสารจับใบ เช่น สบู่ หรือแชมพู ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช ส่วนน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากใบของตะไคร้หอมใช้ผสมกับน้ำมันหอมระเหยชนิดอื่นๆ เช่น ขมิ้นชัน วานิลลา ยูคาลิปตัสลาเวนเดอร์ ฯลฯ ใช้ฉีดพ่นไล่ยุง เห็บ หมัดได้ดี

พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช

หนอนตายหยาก

ประโยชน์ ใช้เป็นสารป้องกันกำจัดหนอนกัดกินใบ และเพลี้ยอ่อน กำจัดเชื้อสาเหตุโรคพืช เช่น Rhizoctonia solaniและ Ervinia carotovora รวมทั้งการกำจัดลูกน้ำยุง

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ใช้รากสดปริมาณ 1 กิโลกรัม บดให้ละเอียดแล้วแชในน้ำ 20 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง นำน้ำที่หมักได้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช

ขมิ้นชัน (Turmeric)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนใยผัก หนอนกระทู้ผัก หนอนหลอดหอม หนอนเจาะยอดกะหล่ำ หนอนผีเสื้อต่างๆ ด้วงถั่วเขียว ด้วงงวงข้าว มอดแป้ง มอดข้าวเปลือก แมลงวันเจาะต้นถั่ว แมลงวันทอง แมลงวันแตง และไรแดง

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ใช้เหง้าแก่สดปริมาณ 500 กรัม บดให้ละเอียด แช่ในน้ำ 20 ลิตร เป็นเวลา24 – 48 ชั่วโมง เวลาใช้กรองแต่น้ำฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช หรือใช้เหง้าแก่สดปริมาณ 500 กรัม บดให้ละเอียดแช่ในน้ำ 2 ลิตร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง กรองแต่น้ำจะได้สารละลายเข้มข้น เวลาใช้นำสารละลายเข้มข้นนี้ผสมกับน้ำ 8 ลิตร ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดหนอนใยผัก หนอนหลอดหอม ได้ดี



ดาวเรือง (Marigold)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดเพลี้ยกระโดด เพลี้ย จักจั่น เพลี้ยหอยเพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ หนอนใยผัก หนอนผีเสื้อกะหล่ำ ด้วงปีกแข็ง แมลงหวี่ขาว แมลงวัน ตั๊กแตน ไส้เดือนฝอย

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำดอกดาวเรืองมาคั้นกรองเอาแต่น้ำจะได้สารเข้มข้น น้ำคั้นดอกดาวเรืองเข้มข้น 1 ลิตรผสมน้ำ 10 ลิตร ก่อนนำไปใช้ฉีดพ่น ผสมน้ำสบู่หรือแชมพูเล็กน้อย เพื่อเป็นสารจับใบ

บอระเพ็ด (Heart-leaved moonseed)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนกอหนอนกระทู้ ใช้กำจัดโรคของข้าว ได้แก่ โรคตายพราย โรคยอดเหี่ยว โรคข้าวลีบ

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำลำต้นหรือเถาบอระเพ็ดปริมาณ 1 กิโลกรัมมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทุบให้ละเอียด แชในน้ำ20 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง นำน้ำที่หมักได้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช หรือนำเถาบอระเพ็ดปริมาณ 5 กิโลกรัม สับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วทุบให้ละเอียด แชในน้ำ 20 ลิตร นาน 2 – 3 ชั่วโมง แล้วนำน้ำที่ได้ไปฉีดพ่นในแปลงเพาะกล้า หรือนำเถาบอระเพ็ดปริมาณ10 กิโลกรัม มาตัดเป็นท่อนๆ ขนาดประมาณ 3 – 5 นิ้ว หว่านในนาข้าวพื้นที่ 1 ไร่ หลังปักดำหรือหว่านข้าวแล้ว 1 สัปดาห์ และเมื่อข้าวอายุ 2 เดือนใช้ควบคุมหนอนกอและหนอนกระทู้ข้าวได้ดี

” พืชสมุนไพร ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช “

พริกขี้หนู (Bird chilli)

ประโยชน์ ผลสุกของพริกมีคุณสมบัติในการฆ่าแมลง ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนผีเสื้อกะหล่ำ เพลี้ยอ่อนด้วงงวงช้าง ด้วงเต่า มด และแมลงในโรงเก็บ

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำพริกแห้งปริมาณ 100 กรัม ต้มในน้ำ 1 ลิตร ให้เดือด นำพริกมาตำให้ละเอียดแล้วนำไปละลายในน้ำที่ต้ม กรองเอาแต่น้ำและเติมน้ำเพิ่มไปอีก 20 ลิตร ก่อนใช้นำไปใช้ผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ แชมพูสามารถฉีดพ่นได้ทุกๆ 7 วัน อย่างไรก็ตามความเข้มข้นที่ใช้ในพืชแต่ละชนิดแตกต่างกัน หากใช้ความเข้มข้นสูงเกินไปอาจทำให้เกิดใบไหม้ได้ จึงควรมีการทตสอบก่อนใช้

ยี่โถ (Oleander)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนกินใบและกินยอดพืช ด้วงปีกแข็งต่างๆมด แมลงกัดกินใบ ในดอกมีสารที่สามารถดึงดูดแมลงวันทองได้

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำดอกและใบยี่โถปริมาณ 1 กิโลกรัม ม้าบดให้ละเอียด แช่ในน้ำ 10 ลิตร เป็นเวลา 48 – 60 ชั่วโมงกรองเอาแต่น้ำไปฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงและหนอนหลายชนิด หรือนำใบและเปลือกลำต้นยี่โถปริมาณ 1 กิโลกรัมมาบดให้ละเอียด แช่ในน้ำ 10 ลิตร เป็นเวลา 30 – 60 นาที นำไปฉีดพ่นมดที่อยู่ตามลำต้นของไม้ผลได้ หรือนำใบมาหั่นเป็นฝอย 100 กรัม คลุกกับเมล็ดถั่วเหลือง 2 – 3 กิโลกรัม สามารถเก็บเมล็ดถั่วเหลืองได้นาน 6 เดือน โดยไม่มีแมลงศัตรูเข้า ทำลาย

สาบเสือ (Siam weed)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดหนอนและเพลี้ยหลายชนิด

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำต้นและใบสาบเสือมาตากแดดให้แห้งแล้วบดให้ละเอียดเป็นผง แช่ในน้ำโดยใช้อัตราส่วนผงสาบเสือ 100 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง นำสารที่ได้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชทุก 5 – 7 วัน

ข่า (Galangal)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดด้วงงวงข้าว มอดแป้ง แมลงวันทอง

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำเหง้าข่าสดปริมาณ 500 กรัม หรือเหง้าข่าตากแห้งปริมาณ 300 กรัม มาหั่นและบดให้ละเอียด แช่ในน้ำ 20 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำใช้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช หรือนำเหง้าข่า เมล็ดสะเดา และใบตะไคร้หอมปริมาณชนิดละ 1 กิโลกรัม มาบดให้ละเอียดผสมกันแช่ในน้ำปริมาณ 5 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำได้สารสกัดเข้มข้น เวลาใช้นำสารที่สกัดได้ 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช

ว่านน้ำ (Sweet flag)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันและกำจัดแมลงกัดกินผัก ด้วงหมัดผัก หนอนกระทู้ผัก แมลงวันแตง แมลงวันทอง ด้วงงวงช้าง ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว มอดตัวป้อม มอดข้าวเปลือก และแมลงในโรงเก็บเมล็ดพืช

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

นำเหง้าว่านน้ำสดปริมาณ 50 กรัม มาบดให้ละเอียด แชในน้ำปริมาณ 4 ลิตร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หรือต้มในน้ำนาน 45 นาที กรองเอาแต่น้ำผสมสารจับใบ เช่น น้ำสบู่ หรือแชมพู ใช้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืชวันละ 1 ครั้ง เมื่อพบศัตรูพืช หรือนำเหง้าว่านน้ำแห้งผสมกับเหง้าขมิ้นชันแห้งชนิดละ 1 กิโล่กรัม บดให้ละเอียด แชในน้ำปริมาณ 20 ลิตร เป็นเวลา 24 – 48 ชั่วโมง กรองเอาแต่น้ำฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงวันและหนอนกระทู้ในผักได้ หรือนำเหง้าแห้งมาบดเป็นผง คลุกเคล้ากับเมล็ดพันธุ์ในอัตราส่วนเมล็ดพันธุ์ 50 กิโลกรัม ต่อผงว่านน้ำ 1 กิโลกรัม สามารถป้องกันและกำจัดด้วงเจาะเมล็ดถั่ว มอดตัวป้อม มอดข้าวเปลือก และแมลงในโรงเก็บชนิดอื่นๆ ได้ หรือนำเมล็ดถั่ว ข้าวโพด หรือข้าว มาคลุกเคล้ากับน้ำมันหอมระเหยของว่านน้ำในอัตราส่วนเมล็ดพันธุ์ 150กิโลกรัม ต่อน้ำมันหอมระเหยของว่านน้ำ 5 มิลลิลิตร ก่อนเก็บรักษาในโรงเก็บ

หางไหลแดง (Tuba root)

ประโยชน์ ใช้ป้องกันกำจัดแมลงศัตรูที่ทำความเสียหายในโรงเก็บ ด้วงต่างๆตั๊กแตนปาทังก้า มอดดิน หนอนกระทู้หนอนกอข้าว

วิธีการใช้ป้องกันกำจัดศัตรูพืช

ใช้รากสดปริมาณ 200 – 300 กรัม นำมาทุบให้เนื้อไม้แตก แชในน้ำ 20 ลิตร เป็นเวลา 24 ชั่วโมง จึงกรองเอาน้ำไปใช้ฉีดพ่นป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูพืช หรือหั่นรากหางไหลเป็นชิ้นเล็กๆ และทุบให้ละเอียด นำไปหว่านให้ทั่วในนาข้าวและทิ้งไว้นานอย่างน้อย 24 ชั่วโมง วิธีการนี้เหมาะสำหรับนาข้าวที่ไม่มีปลาช่วยป้องกันกำจัดหนอนกอข้าว

ที่มา : ดร.เทิดศักดิ์ โทณลักษณ์ สาขาวิชาวิทยาการสมุนไพร คณะผลิตกรรมการเกษตร โทรศัพท์ 087-0878448 E-mail:th.thonnalak@gmail.com , www.withikaset.com





บทความอื่นที่น่าสนใจ

มาทำความรู้จัก! ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีเก่าแก่ในวันเข้าพรรษา

มาทำความรู้จัก! ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีเก่าแก่ในวันเข้าพรรษา

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

ประเพณีแห่เทียนพรรษา


ประเพณีแห่เทียนเข้าพรรษา วันเข้าพรรษา เป็นวันสำคัญในพุทธศาสนาวันหนึ่ง ที่พระสงค์เถรวาทจะอธิฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝนที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ตามที่พระธรรมวินัยบัญญัติไว้ โดยไม่ไปค้างแรมที่อื่น หรือที่เรียกติกปากกันโดยทั่วไปว่า จำพรรษา (“พรรษา” แปลว่า ฤดูฝน, “จำ” แปลว่า พักอยู่) พิธีเข้าพรรษานี้ถือเป็นข้อปฏิบัติสำหรับพระสงค์โดยตรง ละเว้นไม่ได้ ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตามการเข้าพรรษาตามปกติเริมนับตั้งแต่วันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี (หรือเดือน ๘ หลัง ถ้ามีเดือน ๘ สองหน)และสิ้นสุดลงในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๑ หรือวันออกพรรษา สาเหตุที่พระเจ้าทรงอนุญาตการจำพรรษาอยู่ ณ สถานที่ใดสถานที่หนึ่งตลอด ๓ เดือนแก่พระสงค์นั้น มีเหตุผลเพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการจาริกเพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่าง ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝน




เพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วงเวลาจำพรรษาตลอด ๓ เดือนนั้น เป็นช่วงเวลาและโอกาสสำคัญในรอบปีที่พระสงค์จะได้มาอยู่จำพรรษารวมกันในอาวาสหรือสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อศึกษาธรรมวินัยจากพระสงฆ์ที่ทรงความรู้ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างความสามัคคีในหมู่คณะสงฆ์ด้วย อัตลักษ์ : การที่พระสงฆ์เถวาทจะอธิฐานว่าจะพักประจำอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ตลอดระยะเวลาฤดูฝน ที่มีกำหนดเป็นระยะเวลา ๓ เดือน เพื่อให้พระสงฆ์ได้หยุดพักการพิจาริกเพื่อเผยแพร่ศาสนาไปตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งจะเป็นไปด้วยความยากลำบากในช่วงฤดูฝนเพื่อป้องกันความเสียหายจากการอาจเดินเหยียบย่ำธัญธัญพืชของชาวบ้านที่ปลูกลงแปลงในฤดูฝน และการหล่อเทียนพรรษาของประชาชนเพื่อถวายแก่พระสงฆ์

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

Cr/www.welovesuphan.com

เพื่อใช้ประโยชน์ในช่วงเข้าพรรษาซึ่งสมัยก่อนใช้จุดเพื่อแสงสว่าง เนื่องจากไม่มีไฟฟ้า เรียกว่า “ตามประทีปเพื่อศึกษาหรือบำเพ็ญเพียรสมาธิในสถานที่มืด ถือว่าได้รับอานิสงส์ ทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะได้ธรรมะจากกิจกรรมและได้ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา ความทำคัญและคุณค่าทางสังคม จิตใจ วิถีการดำเนินชีวิตของชุมชน :พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสบำเพ็ญกุศลเป็นการพิเศษ เช่น การทำบุญตักบาตร หล่อเทียนพรรษา ถวายผ้าอาบน้ำฝน รักษาศิล เจริญภาวนา ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม งดเว้นอาบายมุข และมีโอกาสได้ฟังธรรมเทศนาตลอดเวลาเข้าพรรษาเป็นการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา และเพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งการหล่อเทียนพรรษานั้นเป็นประเพณีที่สัมพันธ์ และเกี่ยวข้องกับพิธีกรรมที่เป็นพุทธบัญญัติ คือ การเข้าพรรษา

ซึ่งพระพุทธเจ้าบัญญัติให้พระสงฆ์ต้องอยู่จำพรรษาตลอดเวลา ๓ เดือน ในช่วงฤดูฝน ต่อมาจึงมีการถวายสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการอยู่พรรษา เช่น ผ้าอาบน้ำฝน เทียนพรรษา รูปแบบ วิธีการของกิจกรรมประเพณี (ดั้งเดิม) แต่เดิมนั้นกิจกรรมมีเพียงแต่ชาวบ้านร่วมกันบริจาค เดิมเป็นการนำรังผึ้งมาต้มเอาขี้ผึ้งไปฟั่นเป็นเทียนนำไปถวายพระภิกษุ เอาเทียนเล่มเล็กๆ หลาย เล่ม มามัดรวมกันเป็นลำต้นคลายกับต้นกล้วย หรือลำไม้ไผ่ แล้วนำไปติดกับฐาน และจัดขบวนแห่ไปถวายพระที่วัด ซึ่งการมัดรวมกันแบบนี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่นิยมเรียกกันว่า ต้นเทียน หรือต้นเทียนพรรษา ต่อมามีการตกแต่งต้นเทียนขึ้นโดยภูมิปัญญาชาวบ้าน ใช้ขี้ผึ้งลนไฟหรือตากแดดให้อ่อนแล้วปั้นเป็นรูปดอกดำดวนติดต้นเทียน หรือนำขี้ผึ้งไปต้มให้ละลาย แล้วนำผลมะละกอ หรือผลฟักทองนำมาแกะเป็นลวดลาย ใช้ไม้เสียบนำไปจุ่มในน้ำขี้ผึ้งแล้วนำไปจุ่มในน้ำเย็น แกะขี้ผึ้งออกจากแบบ ตัดและตกแต่งให้สวยงามนำไปติดที่ต้นเทียน ต่อมามีการทำแบบพิมพ์ลงปูนซีเมนต์ซึ่งเป็นแบบพิมพ์ แล้วนำขี้ผึ้งที่อ่อนตัว ไปกดลงบนแม่พิมพ์ลยไทย นำไปติดกับลำต้นเทียน รูแบบ วิธีการของกิจกรรมประเพณี (ปรับประยุกต์)

ประเพณีแห่เทียนพรรษา ประเพณีเก่าแก่ในวันเข้าพรรษา

Cr/www.welovesuphan.com

ต่อมาจึงมีการแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียนอย่างสวยงาม และในส่วนของฐานมีการสร้างหุ่นแสดงเรื่องราวทางศาสนา ซึ่งต่อมาทำให้เกิดการแยกประเภทต้นเทียนออกเป็น ๒ ประเภท คือ ประเภทพิมพ์ (ตามแบบเดิม) และประเภทแกะสลัก ส่วนการจัดขบวนแห่จะนำของพื้นเมือง เช่น เครื่องแต่งกายขบวนฟ้อนรำจะใช้ผ้าเมืองเป็นหลัก การฟ้อนรำ “ระบำอัปสรา” ซึ่งเป็นการฟ้อนรำด้วยศิลปะพื้นบ้านที่งดงาม อีกทั้งในขบวนแห่เทียนพรรษา จะมีการขับร้องที่สนุกสนานเร้าใจ

ประเพณีแห่เทียนพรรษา

Cr/www.welovesuphan.com

ที่มา: วัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์ นางสาววาสนา ไชยพรรณา , www.welovesuphan.com




บทความที่เกี่ยวข้อง

วิธีการเลี้ยงปูนา สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

วิธีการเลี้ยงปูนา สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

วิธีการเลี้ยงปูนา

วิธีการเลี้ยงปูนา


“ปูนา” (Rice-field crabs) เป็นสัตว์น้ำจืดที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตชาวนาไทยมาช้านาน ไม่เพียงเป็นแหล่งอาหาร ปูนายังมีความสำคัญต่อระบบนิเวศ การแพทย์ และวัฒนธรรม แต่ด้วยวิถีการทำนาที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้ปริมาณปูนาลดลง จนต้องนำเข้าปูนาจากประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันได้เกิดการส่งเสริมให้เกษตรกรไทยเลี้ยงปูนาเป็นอาชีพเสริม ซึ่งไม่เพียงสร้างรายได้หากยังช่วยอนุรักษ์ปูนาให้อยู่คู่กับสังคมไทย การเริ่มต้นเลี้ยงปูนาเกษตรกรจำเป็นต้องมีความรู้และเข้าใจชีววิทยาและวิถีชีวิตของปูนาและควรทดลองเลี้ยงในบ่อพลาสติก หรือบ่อซีเมนต์ สังเกตพฤติกรรมและทำความเข้าใจปูนาก่อนขยายการเลี้ยง



ในประเทศไทยพบสายพันธุ์ปูนาหลากหลายชนิดตามแต่ละภูมิภาคเช่น ภาคกลาง กลุ่มปูนา Sayamia sp. ถิ่นกำเนิดที่ราบลุ่มภาคกลางสายพันธุ์กำแพงเพชร Sayamia germaini (Rathbun, 1902) สายพันธุ์สมเด็จพระเทพฯ Sayamia bangkokensis (Naiyanetr, 1982)ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กลุ่มปูนาสกุล Esanthelphusa sp. (Ng & Naiyanetr, 1993 (อีสานเทลพูซา) เป็นพันธุ์พื้นเมืองของภาคอีสาน เช่น สายพันธุ์สุรินทร์ สายพันธุ์เมืองบัว สายพันธุ์บ้านสำโรง เป็นต้น

ทำความรู้จัก ปูนา ก่อนลงมือเลี้ยง

วิธีการเลี้ยงปูนา สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงวิธีการเลี้ยงปูนา สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยง

 

“ส่วนท้อง มีกระดองหุ้มลำตัวที่กระดองมีลักษณะเป็นรูปไข่ มีสีน้ำตาลดำ สีน้ำตาลอมแดง หรือน้ำตาลม่วง”

 

รูปแบบการเลี้ยงปูนา

  1. เลี้ยงปูนาในบ่อชีเมนต์


    การเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์นั้นมีข้อดีคือ ดูแลง่าย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของระบบน้ำ อาหาร รวมทั้งใช้พื้นที่น้อย โดยการนำวงบ่อปูนมาตั้ง แนะนำให้ตั้งในที่ร่ม เพราะปูไม่ชอบอากาศร้อน แล้วต่อท่อระบายน้ำออกด้านล่าง เทปูนปิดที่ฐานบ่อ ปล่อยทิ้งไว้ 3 วันรอให้ปูนเซ็ตตัวและแห้งสนิทในการทำบ่อซีเมนต์สำหรับเลี้ยงปูนาแล้วแต่ความสะดวกของเกษตร โดยส่วนใหญ่แล้วนิยมทำขนาด 2×3 เมตรจะทำเป็นแบบเทพื้นปูน หรือจะเลี้ยงแบบพื้นดินก็ได้ แต่แนะนำให้ทำแบบพื้นปูนแล้วใส่ดินหน้าประมาณ 20 – 30เชนติเมตร เพื่อให้ปูได้ขุดรู โดยการใส่ดินเข้าไปในบ่อนั้น เทดินแบบลาดเอียง อีกข้างหนึ่งมีน้ำ เลียนแบบบ่อธรรมชาตินั่นเอง หรือจะเทดินทั้งหมด แล้วใส่น้ำในกะละมังก็ได้ แล้วแต่สะดวกปลูกพืชพรรณไม้น้ำเพื่อให้เป็นแหล่งอาศัยและเป็นแหล่งอาหารของปูนา อาทิ ผักบุ้ง ผักตบชวา ทำการต่อสปริงเกอร์ หรือ ถ้าไม่มีก็สามารถใช้สายยางธรรมดาเตรียมไว้คอยฉีดน้ำให้บ่อชุ่มชื่นอยู่เสมอ หาเศษไม้ขอนไม้ หรือทางมะพร้าวมาวางในบ่อ เพื่อให้ปูได้อยู่อาศัยหลบซ่อน จากนั้นเราก็ปล่อยปูนาลงเลี้ยง(หาได้จากธรรมชาติหรือซื้อมาก็ได้) 1 กิโลกรัม/ 1 บ่อ (อัตราส่วนปูตัวผู้และตัวเมียอย่างละเท่าๆกัน)

  2. เลี้ยงปูนาในบ่อดิน

    สำหรับขั้นตอนการเลี้ยงปูนาในบ่อดิน ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์และก็ต้องมีพื้นที่เพื่อที่จะขุดบ่อเพราะพื้นที่ในการเลี้ยงปูนาแบบบ่อดินนั้น ต้องมีอวนมุ้งตาถี่ล้อมรอบบ่อเพื่อป้องกันปูนาไต่หนี แต่ข้อสำคัญของบ่อเลี้ยงปูนาแบบในบ่อดินคือ ประมาณ 3 ใน 4 ของพื้นที่ของบ่อดินควรเป็นดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้ปูนาได้ขุดรูอยู่ด้วย ส่วนที่เป็นพื้นที่ดินนี้จะลาดเข้าหาอีกส่วนหนึ่งที่เป็นน้ำตามความเหมาะสม

    วิธีการเลี้ยงปูนา

    ที่มา | www.thairath.co.th

    แต่หากท่านใดมีบ่อเก่าที่เคยใช้งานมาก่อนแล้วเช่นเคยขุดบ่อเลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาก่อนหน้านั้นก็สามารถนำกลับมาเลี้ยงปูนาได้โดยไม่ต้องขุดบ่อใหม่ จัดการบ่อให้มีสภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติมากที่สุด เช่นปลูกข้าว,ผักบุ้ง,หญ้า,จอกแหน,สาหร่าย ปูนาจะได้มีแหล่งอาหารทางธรรมชาติและก็จะได้เป็นที่หลบซ่อนของปูได้อีกด้วย

การเพาะพันธุ์ปูนา

ปูนาสามารถนำมาเพาะในโรงเพะฟักเพื่อผลิตลูกปูวัยอ่อนได้เช่นเดียวกับปูม้า หรือปูทะเล บ่อที่ใช้จะเป็นบ่อชีเมนต์ ถังพลาสติก หรือ ตู้กระจก ก็ได้ ขนาดของบ่อก็ไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการจัดการของแต่ละท่าน

เทคนิคผสมพันธุ์ เพิ่มผลผลิตปูนา

  • เลือกตำแหน่งที่ตั้งของบ่อพ่อ – แม่พันธุ์ ในบริเวณที่ไม่มีเสียงรบกวนงดให้อาหารและเปลี่ยนถ่ายน้ำให้ใสที่สุดก่อนนำพ่อแม่พันธุ์ปู่ไว้ในบ่อเดียวกัน ในอัตราส่วน ปูตัวผู้ 2 ตัว/ตัวเมีย 10 ตัว การผสมพันธุ์ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง หลังจากนั้นจับแม่ปูออกจากบ่อ
  • จำลองบรรยากาศให้เหมือนช่วงฤดูฝน ใช้วัสดุรักษาสมดุลระดับความชื้น เช่น สังกะสี ใบตาล ใบมะพร้าว โดยมีส่วนดิน ส่วนน้ำ และพันธุ์พืช จำลองธรรมชาติด้วยเทคโนโลยี ติดเครื่องพ่นหมอก เครื่องทำความชื้นติดหัวสปริงน้ำ ติดลำโพงเสียงเลียนแบบเหตุการณ์ ในธรรมชาติของฤดูฝน (เสียงฝนตก ฟ้าร้อง กบเขียด จิ้งหรีด เป็นต้น)

พ่อแม่พันธุ์ปูนา

พ่อแม่พันธุ์ ในระยะแรกก็คงต้องรวบรวมจากธรรมชาติ จะเริ่มเพาะจากพ่อแม่พันธุ์ก็ได้ หรือจะใช้แม่ปูที่มีไข่ที่จับปิ้งและมีลูกปูวัยอ่อนที่ติดกระดองอยู่แล้วมา อนุบาล ก็จะประหยัดเวลาและต้นทุนในการผลิตได้มาก

การอนุบาลลูกปู

ในช่วง 15 วันแรก ควรให้ ไรแดง หนอนแดง เทา หรือไข่ตุ๋น กินเป็นอาหาร หลังจากนั้นควรให้ปลาหรือกุ้งสับอาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงลูกปลาดุกก็ใช้ได้ เมื่อมีอายุประมาณ30วันก็สามารถนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อซีเมนต์เพื่อให้มีขนาดโตเต็มวัยได้ความหนาแน่นที่ปล่อยเลี้ยง ลูกปูในระยะนี้ควรปล่อยเลี้ยงในปริมาณ 10,000 ตัว/เนื้อที่1 ตารางเมตร

การเจริญเติบโต

ปูนามีการเจริญเติบโตโดยการลอกคราบเช่นเดียวกับปูชนิดอื่น ๆ หลังจากฟักเป็นตัวแล้วปูนาจะลอกคราบ ประมาณ 13-15 ครั้งก็จะโตเป็นปูเต็มวัย ได้ขนาดตามที่ตลาดการ ต้องใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือน

การลอกคราบ

ปู่ที่จะลอกคราบสังเกตได้จากรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองจะกว้างมากกว่าปกติ เมื่อใกล้จะลอกคราบปูจะนิ่งและเหยียดขาออกไปทั้งสองข้าง จากนั้นรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองก็จะเปิดออก ส่วนท้ายพร้อมกับขาเดินคู่สุดท้ายจะออกมาก่อน ขาคู่ถัดมาจะค่อย ๆ โผล่ออกมาตามลำดับ ส่วนก้ามคู่แรกจะโผล่ออกมาเป็นอันดับสุดท้ายระยะเวลาที่ใช้เวลาลอกคราบทั้งหมดประมาณ 1 ชั่วโมง




ศัตรูที่ต้องระวังสำหรับปูนา

นกกระปูด นกแสก หนูนาและพังพอนแมงมุม (ช่วงปูวัยอ่อน)มดคันไฟหรือมดแดง (ช่วงปูลอกคราบ) หรือ เลี้ยงแบบน้ำปนดิน

ปรสิตในปูนา ทั้พาสีไปไผัและบปริงชันทนุดผู้เลี้ยงปูต้องเข้าโจวงจรชีวิตปรสิตของปู เพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงการนำสิ่งต่างๆ ที่อาจเป็นพาหะให้ปรสิตอยู่ในตัวปู เฝ้าระวังป้องกันโรคติดต่อจากปรสิตในปู เพื่อลดความเสี่ยงการติดต่อถึงคน รับประทานปูนาแบบปรุงสุก

การขนส่งปูนา

  • ปูพ่อแม่พันธุ์ บรรจุปูแต่ละตัวลงกล่องพลาสติกใสแบบกลมหรือสี่เหลี่ยมขนาดพอดีกับตัวปู ปิดฝาด้วยเทปใส เจาะรูระบายอากาศ นำกล่องพลาสติกวางรวมในกล่องโฟมที่เจาะรูระบายอากาศ โดยรอบและภายในมีกันกระแทกขนาดพอดีกับจำนวนกล่องปู ปิดฝาด้วยเทปกาวที่แข็งแรง
  • ปูสด จำหน่ายที่ตลาด ถ้าต้องให้มีชีวิตสดนาน ไม่ควรล้างดินออกก่อนวางใบไม้คละปนกับปูเพื่อช่วยยืดอายุปู ถ้าในฤดูหนาวควรเพิ่มฟางปกคลุม
  • ปูเพื่อบริโภค ขนส่งปูทางไกล ใช้วิธีน็อคในถังแช่แข็งและจัดส่งผ่านรถห้องเย็นของบริษัทขนส่ง

ราคาขายปูนาสดในตลาด

  • ฤดูฝน 40-60 บาท/กก.
  • ฤดูแล้ง 60-120 บาท/กก.
  • ปูนาเลี้ยงแบบอินทรีย์ คัดเกรดขนาดตัวใหญ่ 150-200 บาท/กก.
  • ปูพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ 50-100 บาท/คู่

ข้อมูลโดย

  • ผศ.ดร.นิภาศักดิ์ คงงาม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
  • โครงการการถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงปูนาในระดับชุมชน 2563
  • โครงการการพัฒนชุมชนเขตทุ่งกุลาร้องไห้ด้วยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรม
  • สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) 111 อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย ถพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 โทรศัพท์ 0 2564 7000 โทรสาร 0 2564 7004 อีเมล agritec@nstda.or.th www.nstda.or.th/agritec

บทความอื่นที่น่าสนใจ

สืบสาน ประเพณีบุญบั้งไฟ ตำนานพระยาคันคาก พญาแถน

สืบสาน ประเพณีบุญบั้งไฟ ตำนานพระยาคันคาก พญาแถน ของชาวอีสานบ้านเฮา

ประเพณีบุญบั้งไฟ

ประวัติความเป็นมาของบุญบั้งไฟ

ประเพณีบุญบั้งไฟ เป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสานของไทยรวมไปถึงลาวโดยมีตำนานมาจาก นิทาน พื้นบ้านของภาคอีสานเรื่องพระยาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทางพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึง การที่ชาวบ้านได้จัดงาน บุญบั้งไฟ ขึ้นเพื่อเป็นการบูชา พระยาแถน หรือเทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง ชาวบ้านมีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชาฝนก็จะไม่ตกถูกต้องตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ ช่วงเวลาของประเพณี บุญบั้งไฟ คือเดือนหกหรือพฤษภาคมของทุกปี ที่มา : wikipedia




ความเชื่อของชาวบ้านกับ ประเพณีบุญบั้งไฟ

ชาวบ้านเชื่อว่ามีโลกมนุษย์ โลก เทวดา และโลกเทวดา มนุษย์อยู่ใต้อิทธิพลของเทวดา การรำผีฟ้าเป็นตัวอย่างที่แสดงออกทางด้านการนับถือเทวดา และเรียกเทวดาว่า “ แถน” เมื่อถือว่ามีแถนก็ถือว่า ฝน ฟ้า ลม เป็นอิทธิพลของแถน หากทำให้แถนโปรดปราน มนุษย์ก็จะมีความสุข ดังนั้น จึงมีพิธีบูชาแถน การจุดบั้งไฟก็อาจเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แสดงความเคารพหรือส่งสัญญาณความภักดีไปยังแถนชาวอีสานจำนวนมากเชื่อว่าการจุดบั้งไฟเป็นการขอฝนจากพญาแถน และมีนิทานปรัมปราเช่นนี้อยู่ทั่วไป แต่ความเชื่อนี้ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน นอกจากนี้ในวรรณกรรมอีสานยังมีความเชื่ออย่างหนึ่งคือ เรื่องพญาคันคาก หรือคางคก พญาคันคากได้รบกับพญาแถนจนชนะแล้วให้พญาแถนบันดาลฝนลงมาตกยังโลกมนุษย์

คำว่า “ บั้งไฟ” ในภาษาถิ่นอีสานมักจะสับสนกับคำว่า “ บ้องไฟ” แต่ที่ถูกนั้นควรเรียกว่า “บั้งไฟ” ดังที่ เจริญชัย ดงไพโรจน์ ได้อธิบายความแตกต่างของคำทั้งสองไว้ว่า บั้งหมายถึง สิ่งที่เป็นกระบอก เช่น บั้งทิง สำหรับใส่น้ำดื่ม หรือบั้งข้าวหลาม เป็นต้น

ส่วนคำว่า บ้อง หมายถึง สิ่งของใดๆ ก็ได้ที่มี 2 ชิ้น มาสวมหรือประกอบเข้ากันได้ส่วนนอกเรียกว่า บ้อง ส่วนในหรือสิ่งที่เอาไปสอดใสจะเป็นสิ่งใดก็ได้ เช่น บ้องมีด บ้องขวาน บ้องเสียมบ้องวัว บ้องควาย ดังนั้น คำว่า บั้งไฟ ในภาษาถิ่นอีสานจึงเรียกว่า บั้งไฟ ซึ่งหมายถึงดอกไม้ไฟชนิดหนึ่งมีหางยาวเอาดินประสิวมาคั่วกับถ่านไม้ตำให้เข้ากันจนละเอียดเรียกว่า หมื่อ (ดินปืน) และเอาหมื่อนั้นใส่กระบอกไม้ไผ่ตำให้แน่นเจาะรูตอนท้ายของบั้งไฟ เอาไผ่ท่อนอื่นมัดติดกับกระบอกให้ใส่หมื่อโดยรอบ เอาไม้ไผ่ยาวลำหนึ่งมามัดประกบต่อออกไปเป็นหางยาว สำหรับใช้ถ่วงหัวให้สมดุลกัน เรียกว่า “ บั้งไฟ” ในทัศนะของผู้วิจัย บั้งไฟ คือการนำเอากระบอกไม้ไผ่ เลาเหล็กท่อเอสลอน หรือเลาไม้อย่างใดอย่างหนึ่งมาบรรจุหมื่อ (ดินปืน) ตามอัตราส่วนที่ช่างกำหนดไว้แล้วประกอบท่อนหัวและท่อนหางเป็นรูปต่างๆ ตามที่ต้องการ เพื่อนำไปจุดพุ่งขึ้นสู่อากาศ จะมีควันและเสียงดัง บั้งไฟ มีหลายประเภท ตามจุดมุ่งหมายของประโยชน์ในการใช้สอย

ส่วนประกอบของบั้งไฟ

  • เลาบั้งไฟ เลาบั้งไฟ คือส่วนประกิบที่ทำหน้าที่บรรจุดินปืน มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกกลมยาวมีความยาวประมาณ 1.5 – 7 เมตร ทำด้วยลำไม้ไผ่เล้วใช้ร้วไม้ไผ่ (ตอก) ปิดเป็นเกลียวเชือกพันรอบเลาบั้งไฟอีกครั้งหนึ่งให้แน่น และใช้ดินปืนที่ชาวบ้านเรียกว่า “หมือ” อัดให้แน่นลงไปในเลาบั้งไฟด้วยวิธีใช้สากตำแล้วเจาะรูสายชนวน เสร็จแล้วนำเลาบั้งไฟ ไปมัดเข้ากับส่วนหางบั้งไฟในสมัดต่อมานิยมนำวัสดุอื่นมาใช้เป็นเลาบั้งไฟแทนไม้ไผ่ ได้แก่ ท่อเหล็ก ท่อพลาสติก เป็นต้น เรียกว่าเลาเหล็กซึ่งสามารถอัดดินปืนได้แน่นและมีประสิทธิภาพในการยิงได้สูงกว่า
  • หางบั้งไฟ หางบั้งไฟถือเป็นส่วนสำคัญทำหน้าที่คล้ายหางเสือ ของเรือคือสร้างความสมดุลให้กับบั้งไฟคอยบังคับทิศทางบั้งไฟให้ยิงขึ้นไปในทิศทางตรงและสูง บั้งไฟแบบเดิมนั้น ทำจากไม้ไผ่ทั้งลำต่อมาพัฒนาเป็นหางท่อนเหล็กและหางท่อนไม้ไผ่ติดกันหางท่อนเหล็กมีลักษณะเป็นท่อนกลมทรงกระบอกมีความยาวประมาณ 8-12 เมตร ทำหน้าท่เป็นคานงัดยกลำตัวบั้งไฟชูโด่งชี้เอียงไปข้างหน้าทำมุมประมาณ 30-40 องศากับพื้นดิน โดยบั้งไฟจะยื่นไปข้างหน้ายาวประมาณ 7-8 เมตรปลายหางด้านหนึ่งตั้งอยู่บนฐานที่ตั้งบั้งไฟ
  • ลูกบั้งไฟ เป็นลำไม้ไผ่ที่นำมาประกอบเลาบั้งไฟโดยมัดรอบลำบั้งไฟบั้งไฟลำหนึ่งจะประกอบด้วยลูกบั้งไฟประมาณ 8-15 ลูก ขึ้นอยู่กับขนาดของบั้งไฟเดิมลูกบั้งไฟมีแปดลูกมีชื่อเรียกเรียงตามลำดับคู่ขนาดใหญ่ไปหาคู่ที่มีขนาดเล็กกว่าได้แก่ ลูกโอ้ ลูกกลางลูกนางและลูกก้อย ลูกบั้งไฟช่วยให้รูปทรงของบั้งไฟกลมเรียวสวยงาม นอกจากนี้ลูกบั้งไฟยังเป็นพื้นผิวรองรับการเอ้หรือการตกแต่งลวดลายปะติดกระดาษ
ประเพณีบุญบั้งไฟ

eerapong worranam / Shutterstock.com

ประเภทของบั้งไฟ

  • บั้งไฟโหวด
    บั้งไฟโบดหรือโหวดเป็นบั้งไฟขนาดเล็กตัวกระบอกจะยาวขึ้น ประมาณ 4-10 นิ้ว บรรจุหมื่อหนักประมาณ 1 ส่วน 8 ถึง 1 ส่วน 2 กิโลกรัม ใช้หางยาวประมาณ 1-4 เมตร มีกระบอกไม้ไผ่เล็กๆ มัดวางรอบตัวบั้งไฟ นิยมทำประกอบกันในบั้งไฟใหญ่ (บั้งไฟหมื่น, บั้งไฟแสน) ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมทำ เพราะไม่มีช่าง
  • บั้งไฟม้า
    บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดเล็กจุดไปตามทิศทางที่กำหนดใช้เส้นลวดเป็นวิถีตรึงไปยังเป้าหมายที่ต้องการ ลักษณะทั่วไปเป็นบั้งไฟที่ทำจากกระบอกไม้ไผ่ 1 ปล้อง ขนาดแล้วแต่ต้องการ โดยทั่วไปเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 นิ้ว ยาวประมาณ 1 ฟุตทางภาคกลางและภาคอีสานเรียกว่า “ ลูกหนู” คล้ายม้าที่กำลังวิ่ง ถ้าติดรูปอะไรก็เรียกชื่อไปตามนั้น เป็นคนขี่ม้า รูปวัว แล้วแต่จะทำรูปอะไร บางครั้งภาคเหนือเรียกว่า บอกไฟยิง
  • บั้งไฟช้าง
    บั้งไฟชนิดนี้ไม่มีหาง มีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่ากระโพกหรือตะโพก เวลาจุดไม่ต้องกาให้พุ่งขึ้นไปแต่ต้องการมีเสียงร้องคล้ายกับช้างร้อง วิธีทำบั้งไฟให้ใช้กระบอกไม้ไผ่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

    ยาวเพียงป้องเดียวให้มีข้อปิดทั้ง 2 ด้าน ทุบไม้ไผ่ให้แตกเล็กน้อย เจาะรู เพื่อบรรจุหมื่อแล้วต่อชนวนเข้ารูแท่งหมื่อทำจากหมื่อถ่าน 3-4 อัดลงในไม้ไผ่ขนาดเล็กให้แน่นแล้วผ่าเอาแท่งหมื่อออกมาคล้ายข้าวหลาม ให้ได้แท่งประมาณ 3 นิ้ว การจุดนั้นนิยมต่อพ่วงชนวนบั้งไฟใหญ่เวลาจุดชนวนผ่าจะเกิดเสียงดังเหมือนเสียงช้างร้อง นิยมวางต่อกันเป็นช่วงๆ กระบอก
    ถ้าต้องการจะให้มีเสียงดังอย่างไรก็จะมีเทคนิคในการทำให้เกิดเสียงนั้นๆ
  • บั้งไฟแสน
    บั้งไฟชนิดนี้เป็นบั้งไฟขนาดใหญ่ที่สุด บรรจุดินปืนหนัก 120 กิโลกรัมขึ้นไปบั้งไฟขนาดนี้ทำยากที่สุดจะต้องอาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ เพราะบั้งไฟขนาดนี้หากแตกแล้วจะเป็นอันตรายมาก เพราะฉะนั้นก่อนทำบั้งไฟจะต้องมีพิธีกรรมบวงสรวงให้ถูกต้องตามหลักการทำบั้งไฟแสนเสียก่อนจึงจะลงมือทำเมื่อตกบั้งไฟเสร็จเรียบร้อยแล้วจะมีการตกแต่งประดับประดาบั้งไฟ
  • บั้งไฟตะไล
    บั้งไฟชนิดนี้ก็คือบั้งไฟจินายขนาดใหญ่นั่นเอง มีความยาวประมาณ 9-12 นิ้วรูปร่างกลมมีไม้บางๆ แบนๆ เป็นวงกลมครอบหัวท้ายบั้งไฟเมื่อพุ่งขึ้นสู่ฟ้าไปโดยทางขวาง
  • บั้งไฟตื้อ
    บั้งไฟตื้อหรือบั้งไฟกระแตนั่งตอ เป็นบั้งไฟขนาดเล็กมีหางสั้น วิธีทำ ตัดกระบอกไม้ไผ่ขนาด 1 นิ้วครึ่งยาวประมาณ 3 นิ้ว อัดหมื่อให้แน่นประมาณ 2 นิ้ว ใช้หมื่อถ่านสามหรือถ่านสี่อัดด้วยเถียดไม้ให้แน่นต่อหางซึ่งทำจากไม้ไผ่ เหลาเป็นแท่งเล็กๆ ใช้เลื่อยตัดมุมข้อออกจนเห็นหมื่อ เจาะให้เป็นรูเล็กๆ แล้วติดชนวน เวลาจะจุดเอาหางเสียบลงในแท่นที่ตั้งพอให้ตั้งได้ จุดชนวนจากด้านบนบั้งไฟจะพุ่งและหมุนขึ้นสู่อากาศ เกิดเสียงดังตือๆ เวลาหมุนจะไม่ค่อยมีทิศทาง ใช้จุดในงานศพเวลาจุดมีอันตรายมากไม่ค่อยนิยมทำกัน
  • บั้งไฟพลุ
    บั้งไฟพลุ เป็นบั้งไฟที่นิยมจุดในเทศกาลต่างๆ เช่น งาน กฐิน งานบุญมหาชาติ หรือ งานเปิดกีฬา ฯลฯ เป็นบั้งไฟที่จุดแล้วทำให้เกิดเสียงดัง ในอดีตนิยมจุดในงานกฐิน เพื่อเป็นการบอก ข่าว ไปยังพี่น้องประชาชนทั่วไปให้ทราบ
ประเพณีบุญบั้งไฟ

Warinezz / Shutterstock.com

บุญบั้งไฟ นิยมทำกันในเดือนหก ถือเป็นประเพณีสำคัญที่จะขาดไม่ได้ เพราะตั้งแต่โบราณจนถึงปัจจุบันชาวอีสานมีความเชื่อว่า ถ้าปีใดไม่จัดงานบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะไม่ตกต้องตามฤดูกาล เกิดความแห้งแล้งไม่มีน้ำทำนา แต่ถ้าปีใดจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ ฟ้าฝนก็จะตกต้องตามฤดูกาล เกิดความอุดมสมบูรณ์ปราศจาก โรคภัย งานบุญบั้งไฟจึงถือเป็นงานประเพณี ประจำปีที่สำคัญของชาวอีสานพอใกล้ถึงวันงานชาวอีสานไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็จะกลับบ้านไปร่วมงานบุญบั้งไฟ ซึ่งเป็นงานที่สร้างความรักความสามัคคีของคนท้องถิ่นเป็นอย่างดี

http://www.dmc.tv/pages/scoop /ประเพณีบุญบั้งไฟ-ประวัติความเป็นมาบุญบั้งไฟ.html, www.kasetbanna.com




บทความที่เกี่ยวข้อง

มาทำความรู้จัก! ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

มาทำความรู้จัก! ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

อีกหนึ่งประเพณีและงานบุญอันสำคัญที่มีชื่อเสียง และยังสนุกสนานของชาวอีสาน นั่นก็คือ ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน นั่นเองครับ ซึ่งงานบุญนี้ จะถูกจัดทุกๆ ปีในช่วงหน้าฝน คือ เดือนมิถุนายน ถึงปลายเดือนกรกฎาคม งานประเพณีนี้มีความเก่าแก่และประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน ว่าแล้วเราจะพาเพื่อนๆ มารู้จักกับประเพณีและงานบุญนี้กันเลยครับ



ประวัติความเป็นมาของผีตาโขน

ประเพณีผีตาโขน เป็นประเพณีที่จัดขึ้นในอำเภอด่านซ้าย ของจังหวัดเลย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ทางภาคอีสานของไทย ไม่มีข้อมูลชัดแจ้งว่ามีมาตั้งแต่เมื่อใด แต่มีข้อสันนิษฐว่าน่าจะมีตั้งแต่มี บุญหลวง คือบุญพระเวชสันดรและบุญบั้งไฟรวมกัน ซึ่งเป็นเวลานาน หลายร้อยปีมาแล้ว

เดิมผีตาโขน มีชื่อเรียกว่า ผีตามคน เป็นเทศกาลที่ได้รับอิทธิพลมาจาก มหาเวชสันดร ชาดกในทางพระพุทธศาสนา ที่กล่าวถึง พระเวชสันดร และ พระนางมัทรี จะออกเดินทางจากป่าสู่เมืองหลวง เหล่าบรรดาสัตว์นานาชนิดป่ารวมไปถึงภูตผีปิศาจหลายตนที่อาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้น จึงได้ออกมาส่งเสด็จโดยแห่แหนแฝงตัวตน มากับชาวบ้าน ด้วยความอาลัยรั

การละเล่นผีตาโขน

ผีตาโขน จัดได้ว่าเป็นการละเล่นชนิดหนึ่ง โดยที่ผู้เล่นจะทำรูปหน้ากาก ที่มีลักษณะหน้าเกลียดน่ากลัว มาสวมใส่ปกปิดใบหน้า รวมไปถึงเครื่องแต่งกายที่ต้องปกปิดมิดชิดเช่นกัน แล้วเข้าขบวนแห่แสดงท่าทางต่างๆ ในงานบุญตามประเพณีประจำปีของท้องถิ่นพื้นบ้าน การละเล่นผีตาโขนจะมีในเดือนแปดข้างขึ้น และนิยมทำ 3 วัน คือ

  • วันแรก เป็นวันที่ชาวบ้านจะร่วมกันสร้างหออุปคุตและทำกระทงเล็กไปวางตามิศต่างๆจำนวนสี่ทิศด้วยกัน บนหอหลวงจะมีร่มขนาดใหญ่กางกั้นไว้ ถือเป็นวันแรกของการทำพิธี
  • วันที่สอง เป็นวันทำพิธีอัญเชิญพระอุปคุต โดยจะมีประชาชนจากตำบลหมูบ้านต่างๆ มาร่วมงานส่วนมากจะนำบั้งไฟมาด้วยสำหรับการละเล่นต่างๆ ในวันนี้จะมีขบวนแห่ผีตาโขนและมีการบรรเลงเครื่องดนตรีพื้นเมืองอย่างครื้นเครงตลอดเส้นทาง ซึ่งจะทำพิธีแห่ไปยังวัดเพื่อทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ ระหว่างขบวนแห่ก็จะมีบรรดาผีตาโขนทั้งหลายออกมาร่ายรำ ทำท่าทางต่างๆ อย่างสนุกสนาน
  • วันที่สาม จะเป็นวันที่ชาวบ้านไปทำบุญตักบาตรที่วัด ร่วมกันฟังเทศน์มหาชาติ พระเวสสันดรชาดก และในวันนี้จะไม่มีการละเล่นผีตาโขน แต่จะมีพิธีกรรมทางศาสนา อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว รวมไปถึงสักการะสิ่งศักสิทธิ์ในวัดหรือในพระธาตุ

ประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน

ประเภทผีตาโขน

ผีตาโขนจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ประเภท คือ

ผีตาโขนใหญ่ จะมีลักษณะเป็นหุ่นที่จำลองขึ้นมาจากโครงไม้ไผ่สาน ห่อคลุมด้วยผ้าหรือกระดาษ ซึ่งมีขนาดใหญ่โตกว่าคนธรรมดาประมาณสองเท่า ผีตาโขนใหญ่จะถูกตกแต่งไปด้วยวัสดุที่หาได้จากท้องถิ่นที่แสดงถึงรูปร่างเพศชายและหญิง มีการประดับอวัยวะเพศที่บ่งบอกถึงความเป็นชายและหญิงอย่างชัดเจน ซึ่งเป็นความเชื่อที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณว่าอวัยวะเพศของมนุษย์จะแสดงถึงความอุดมสมสมบูรณ์ ไม่ใช่ความพิเรนหรือทะลึ่งของผู้ที่มาร่วมเล่นแต่อย่างใด และประเพณีผีตาโขนในแต่ละปีจะมีการจัดทำผีตาโขนใหญ่เพื่อร่ามขบวนเพียง 1 คู่เท่านั้น ผู้มีหน้าที่เป็นผีตาโขนใหญ่จะต้องได้รับการอนุญาติจากผีหรือเจ้าก่อนและจะต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี

ที่มา : คุณ นิพนธ์ สารมโน


บทความที่เกี่ยวข้อง

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว พร้อมพื้นที่ใช้สอย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น


สวัสดีครับ วันนี้เรามี แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม มาฝากกันอีกเช่นเคย สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องโถง สามารถรองรับครอบครัวขนาดกลาง ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ผลงานและรูปภาพ : 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง
สถานที่ก่อสร้าง : ต.หนองโพรง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี
แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

มองจากมุมหน้าบ้านก็ดูสวยงามลงตัวแล้ว การออกแบบสถาปัตยกรรมต่างๆ มีความเป็นบ้านทรงโมเดิร์นได้ดี จากรูปทรงหลังคาที่เป็นทรงหมาแหงน ซ้อนชั้นด้วยหลังคาระเบียงหน้าบ้าน ตัวบ้านทาสีเทาเข้มสลับเทาอ่อนๆ และตัดขอบบัวด้วยสีขาว เป็นสีเรียบๆ พื้นๆ ตามสไตล์ และยังมีการเล่นลวดลายเส้นสีส้มตัดกับสีตัวบ้านเพิ่มความโดดเด่นอีกด้วย

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

พื้นบ้านยกระดับขึ้นมาประมาณ 30 ซม. มีระเบียงหน้าบ้านพร้อมที่นั่ง เสาทาสีเทาเข้มมีลวดลายเส้นสีขาวตัด ทำให้ไม่ดูเรียบๆ จนเกินไป ประตูและหน้าต่างเป็นแบบกระจกบานเลื่อน ขอบวงกบสีขาวเช่นกัน

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น




แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ข้างบ้านจะเห็นได้ชัดถึงความเอียงของหลังคา ข้างบ้านผั่งนี้มีหน้าต่างห้องนอนใหญ่และห้องนอนเล็ก รับลมเข้าบ้านได้ดี

ส่วนอีกฝั่งจะมีหน้าต่างห้องนอน หน้าต่างห้องครัว ด้านนี้ผนังบ้านมีขอบบัว ทาสีขาวเป็นกรอบ ตัดสีตัวบ้านได้สวยงาม




เข้ามาภายในบ้าน สีภายในทาสีเทาอ่อนตามสไตล์ บ้านโมเดิร์นสีเทา ตัดด้วยสีดำของขอบบัวเชิงผนังสวยงาม



มาในพื้นที่ห้องครัว ซึ่งถือว่ามีขนาดที่ใหญ่ สามารถออกแบบมาให้ใช้ประโยชน์ได้ดีพอสมควร มีเคาน์เตอร์ล้างจาน ทำอาหาร มีหน้าต่างระบายอากาศ

ห้องน้ำ ติดกระเบื้องผนังสวยๆ สีขาวดำ ตัดกลางแต่งด้วยกระเบื้องโมเสค ดูมีสีสันสวยงาม มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าพร้อมกระจก ถือว่าออกแบบได้อย่างดีครับ

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของตน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: 304 บ้านดี : รับสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ปราจีนบุรีและจังหวัดข้างเคียง


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น


การสร้างบ้านคือการทำงานที่ต้องวางแผนอย่างครอบคลุม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องงบประมาณ วัสดุที่จะนำมาใช้ หรือแม้กระทั่งผู้ก่อสร้างหรือช่างรับเหมา เพราะทุกอย่างต้องไปด้วยกันได้ จึงจะทำให้การสร้างบ้านประสบผลสำเร็จตามที่คาดหมาย



บ้านสวยๆ สไตล์ทโมเดิร์น ที่นำมาฝากกัน สำหรับบ้านหลังนี้ เป็น แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ห้องรับแขก ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ เป็นบ้านพักอาศัยชั้นเดียว ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 40 ซม. การออกแบบบ้านสไตล์โมเดิร์น หลังคาเพิงแหงน ซ้อนกัน จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มารูปภาพและทีมช่าง : รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

เมื่อเรามองจากด้านหน้าของตัวบ้านนั้น จะเห็นความโด่ดเด่นของเสาหน้าบ้านที่ปูด้วยหินอ่อน สีเทา เข้มตัดกับบัวสีขาว ที่ชัดเจน ในแบบของบ้านสไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ที่สวยงาม พร้อมระแนงสีส้มและราวจับบันไดทางขึ้นที่เด่นชัด

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ระเบียงหน้าบ้านที่ต่อหลังคายื่นออกมา ปูพื้นด้วยกระเบื้องอย่างดี รอบๆกั้นด้วยเหล็กดัดสีส้ม และปูน เสาที่เป็นโครงสร้าง กรุเสริมด้วยกระเบื้องหินทรายโทนน้ำตาล รวมถึงลูกเล่นของผนังอีกฝั่ง จากนั้นติดตั้งโคมไฟที่เสาและฝ้าเพดาน ประตูใหญ่ทางเข้าและหน้าต่างกระจกใส ขอบด้านในเป็นอลูมิเนียมสีดำที่ตัดกับบัวสีขาวรอบนอกได้อย่างลงตัว

แบบบ้านสไตล์โมเดิร์น

ภายในบ้าน จุดแรกที่เปิดประตูเข้ามาเจอคือห้องโถง พื้นห้องปูทับด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวที่มีลักษณะมันวาว ผนังสีครีมตัดฐานขอบล่างด้วยบัวไม้สีน้ำตาล สำหรับฝ้าเพดานหลุม ฝังไฟดาวน์ไลท์ไว้รอบๆ ตรงกลางเป็นโคมไพดานดวงใหญ่ และตามด้วยไฟเรืองแสง เนื่องจากห้องนี้มีพื้นที่ใช้สอยกว้าง จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นที่พักผ่อนร่วมกัน และรองรับแขกที่มาเยือนบ้าน





ห้องน้ำ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญของบ้าน ประตูห้องเป็นบาน PVC สีขาว พื้นห้องปูกันลื่นด้วยกระเบื้องเรียบสีดำ ผนังกรุทับด้วยกระเบื้องที่ออกโทนสีขาวอ่อน สุขภัณฑ์ที่จำเป็นสำหรับการใช้งาน ถูกติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆอย่างครบครัน

จบไปแล้วครับ กับแบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียวหลังนี้ที่สร้างและออกแบบมาได้อย่างลงตัว หากทุกท่านชอบและได้ไอเดียดีๆ ไปใช้กับบ้านของตน หากใครที่ชื่นชอบหรือสนใจ ติดต่อสอบถามได้จากที่มาด้านล่างครับ

ขอบคุณที่มา: เพจ รับเหมาสร้างบ้าน ช่างวิลาศ


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ






บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์นอร์ดิก บ้านสวยสุดแนว พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน

บ้านสไตล์นอร์ดิก บ้านสวยสุดแนว ขนาด 3 ห้อง 1 ห้องน้ำ พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก


งานดีไซน์ของบ้านแนวนอร์ดิก เป็นบ้านที่ดูเรียบง่ายสวยงาม ขณะเดียวกันก็ให้ความทันสมัยอีกด้วย จึงถูกใจใครหลายคน แต่ด้วยความที่บ้านแนวนี้เป็นบ้านจากเมืองหนาว จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับองค์ประกอบหลายส่วนเพื่อให้เหมาะกับเมืองร้อน



สวัสดีครับทุกท่านวันนี้เรามี แบบบ้านสวยๆ มาให้เรารับชมกันเช่นเคย ซึ่งวันนี้เป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์นอร์ดิก โทนสีขาว ขนาด 3 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ 1 รับแขก ห้องครัวเปิด พร้อมคลอสกลางไว้จัดสวน เป็นศูนย์กลางเชื่อม ระหว่างห้องต่างๆๆ เข้าด้วยกัน โดยใช้ธรรมชาติเป็นตัวของคนในครอบครัว ตัวบ้านยกพื้นสูง เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก W88 Architect สถานที่ก่อสร้าง บ้านจันทร์ ต.บ้านจันทร์ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เราไปชมบ้านหลังนี้กันเลย

บ้านสไตล์นอร์ดิก

 

บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก หลังนี้เป็นผลงานจากาง W88 Architect เป็นบ้านหลังเดียวที่ให้หลังคาทรงเอเฟรมเป็นเอกลักษณ์ ผสานไปกับงานดีไซน์ที่เรียบง่าย กับโทนสีอ่อนที่ทำให้บ้านดูสวยงาม

บ้านสไตล์นอร์ดิก




บ้านสไตล์นอร์ดิก

บ้านสไตล์นอร์ดิก




เพื่อให้การออกแบบสไตล์นอร์ดิกเหมาะกับเมืองร้อน สถาปนิกจึงปรับให้บ้านมีเพดานยกสูง ภายในโปร่งโล่ง พร้อมกับติดตั้งหน้าต่างขนาดใหญ่หลายบาน เพื่อให้สามารถถ่ายเทอากาศได้ดี




ห้องน้ำนั้นมีการเลือกใช้กระเบื้องที่เป็นลายสีเทาตัดขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วนทั้งมุมใช้งานแบบเปียก และแบบแห้ง

สำหรับท่านใดที่ชอบผลงานจากทาง W88 Architect Co.,Ltd. สนใจหรือปรึกษาการออกแบบจัดเตรียมเอกสารสำหรับการยื่นกู้ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับงานก่อสร้าง ทางเพจมีบริการสถาปนิก-วิศวกรให้คำปรึกษาฟรี และติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้ครับ

Facebook Fanpage : W88 Architect Co.,Ltd.
โทรศัพท์ : 095-6696880,080-6692664,095-1690736
Email : w88architect@gmail.com


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ





ทความอื่นที่น่าสนใจ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว โดดเด่นด้วยผนังภายนอกโทนสีสดใส

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว โดดเด่นด้วยผนังภายนอกโทนสีสดใส ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พร้อมบรรยากาศภายในโปร่งสบาย

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว






สวัสดีครับ วันนี้เรามีแบบบ้านพักสวยๆสไตล์โมเดิร์นมาฝากเช่นเคยซึ่ง บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น เป็นบ้าน ขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และ ห้องครัว พร้อมกับระเบียงหน้าบ้าน งบประมาณ 1.59 ล้านบาท ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design ที่มาพร้อมกับดีไซน์แบบโมเดิร์น ทั้งหลังคาทรงเพิงหมาแหงนที่เข้ากับรูปทรงบ้านมากทีเดียว และยังมีระแนงปูนสีน้ำเงินบริเวณผนังหน้าบ้าน ไม่เพียงเท่านั้นบานหน้าต่างแต่ละบานก็ดูมีความทันสมัย เสริมรายละเอียดด้วยกระเบื้องลวดลายสีเทาตรงฐานตัวบ้านที่ยกสูงขึ้น จะเป็นอย่างไรนั้นไปชมกันเลยครับ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

สำหรับรายละเอียดและฟังก์ชั้นภายใน แบบบ้านโมเดิร์นทรงแหงนยกสูงหลังนี้ ขนาดตัวบ้าน ขนาดตัวบ้าน กว้าง13.70 เมตร ลึก 10.90 เมตร ภายใน 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องรับแขก 1 ห้องครัว งบประมาณก่อสร้าง 1.55 ล้านบาท (แบบบ้าน MP-M1018 – โดย MPhousedesign)

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

นอกจากนี้ความโดดเด่นของบ้านยังมาจากการตกแต่งผนังภายนอกด้วยโทนสีเหลืองอย่างชัดเจน ก่อนทางเข้าบ้านจะมีพื้นที่ของระเบียงด้านนอกที่ปูด้วยกระเบื้องลายไม้สีเทา ตัดกับสีเหลืองสดของผนังด้านนอกอีกที พร้อมม้านั่งด้านหน้า เหมาะทั้งการพักผ่อนสบายๆ

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว





แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

แบบบ้านโมเดิร์นชั้นเดียว

ด้านหลังบ้านยังมีประตูทางเข้าออกที่เชื่อมต่อกับครัว และบันไดปูพื้นด้วยกระเบื้องหินอ่อนสีขาว พร้อมกับราวจับทางขึ้นลงบันไดเพื่อความสะดวก

ภายในบ้านให้ความรู้สึกที่โปร่งโล่งสบายด้วยผนังสีขาว พร้อมหน้าต่างบานกว้างที่สามารถเปิดรับมุมมองและแสงธรรมชาติจากภายนอกได้อย่างเต็มที่ ฝ้าเพดานของบ้านเป็นแบบฝ้าหลุมฝังไฟวอร์มไลท์ ช่วยให้ห้องดูมีบรรยากาศที่อบอุ่นสบายตา และช่วยให้ดูมีมิติมากขึ้น สำหรับประตูแต่ละห้องเลือกเป็นบานไม้สีเข้มตัดกับผนังห้องสีขาว ช่วยให้ดูมีความโดดเด่นขึ้นมาอีกด้วย



ในส่วนของห้องนอนที่เน้นใช้โทนสีเขียวใบเตยตัดกับพื้นสีขาว ซึ่งให้ความรู้สึกที่สดชื่น และยังช่วยเพิ่มความผ่อนคลายให้กับสายตาได้เป็นอย่างดี

ส่วนห้องครัว เคาน์เตอร์ปูพื้นด้วยกระเบื้องสีดำ ผนังเป็นสีขาว ประตูสีน้ำตาลด้านล่างเคาน์เตอร์เป็นช่องสำหรับเก็บของเครื่องครัวต่างๆ ได้อีกมากมาย ด้านหน้าเคาน์เตอร์ยังมีหน้าต่างสำหรับระบายอากาศ

มาต่อกันที่ห้องน้ำที่อยู่ในส่วนของห้องนอน ปูพื้นด้วยกระเบื้องโทนสีครีม ผนังตกแต่งด้วยกระเบื้องลายสวยสีขาวสลับเขียว และโซนอาบน้ำเป็นโทนสีขาวและเชียว แบ่งกั้นโซนด้านกำแพงกระเบื้องสีขาว ด้านหลังสุขภัณฑ์ยังดีไซน์ให้มีพื้นที่สำหรับวางสิ่งของเครื่องใช้

จบไปแล้วคตรับ กับแบบบ้านสวยสไตล์โมเดิร์น ซึ่งเป็นบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง งบประมาณ 1.55 ล้านบาท พิกัด บ้านโคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ออกแบบและก่อสร้างโดยทีมงาน MP-house design หากสมาชิกสนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ตามที่อยู่ด้านล่างได้เลย

Facebook : รับสร้างบ้าน โดย MP-house design
โทรศัพท์ : 080-3565802 , 086-2496461 (คุณ เอ็ม Project manager)
ID Line : nu1835
อีเมล์ : mp-housedesign@hotmail.com


รูปภาพที่ได้นำมาลงในเว็บไซต์นี้ ก็ต้องขออนุญาตและขอขอบคุณเจ้าของลิขสิทธิ์มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ ทางเว็บไซต์ไม่ได้มีเจตนานำมาดัดแปลง ลอกเรียนแบบ หรือใช้ในการค้าเพื่อหวังผลกำไรแต่อย่างใด หากแต่ใช้เพื่อเป็นไอเดียสร้างสรรค์ที่ได้แรงบันดาลใจจากท่านเจ้าของลิขสิทธิ์ที่ได้นำมาเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ทางเว็บไซต์จึงขออนุญาตรวบรวมไอเดียดีๆ ของท่านเพื่อให้ชาวเน็ตได้รับชมครับ หากผิดพลาดประการใดก็ขออภัยเป็นอย่างสูงครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดีย แบบบ้านหลังเล็กๆ สำหรับทำบ้านสวน งบน้อยแบบพอเพียง

ไอเดีย แบบบ้านหลังเล็กๆ สำหรับทำบ้านสวน งบน้อยแบบพอเพียง

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบบ้านหลังเล็กๆ


สำหรับผู้ที่กำลังมองหาหรือกำลังคิดที่จะสร้าง แบบบ้านหลังเล็กๆ งบประมาณประหยัด แบบพอเพียง นั้นเรามีแบบไอเดีย บ้านหลังเล็ก หลายแบบหลายสไตล์มาให้ได้ชมกันเพื่อเป็นไอเดียก่อนสร้างบ้านครับ



บางคนที่งบจำกัด และเป็นครอบครัวขนาดเล็ก อยากจะมีบ้านที่อบอุ่นไว้อยู่อาศัย แต่ด้วยงบที่่น้อย นั้นทำให้นึกแบบบ้านไม่ออกว่าจะมีหน้าตาเป็นแบบไหน งั้นมาถูกที่แล้วครับ ในบทความนี้เราจะพามาชม แบบบ้านหลังเล็กๆ  ราคาถูก เป็นไอเดีย แบบบ้านหลักเล็ก กะทัดรัด จะมีเป็นไหนบ้าน ไปดูกันเลยครับ

แบบที่ 1. บ้านสไตล์ตะวันตก โทนสีขาวสะอาดตา ประตูสีส้มตัดกันได้อย่างสวยงาม

แบบบ้านหลังเล็กๆ   

แบบที่ 2. บ้านสวนหลังเล็กสีขาว กว้าง 6*6 เมตร  บรรยากาศธรรมชาติในสวนพอเพียง

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบที่ 3. บ้านไม้ เป็นแบบบ้านที่มีโครงสร้างเอกลักษณ์ มีเสน่ห์เฉพาะตัว และสะท้อนกลิ่นอายของธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อนในตัว และใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งบ้านหลังนี้ได้รับการเผยแพร่จากช่องยูทูป แหล่งรวมบ้านสวยๆ ซึ่งเป้นบ้านของคุณ Jira Jira

แบบบ้านหลังเล็กๆ 

แบบที่ 4. บ้านสวนหลังเล็กๆ สไตล์โมเดิร์น สวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติท้องไร่ท้องนา

แบบบ้านหลังเล็กๆ

แบบที่ 5. บ้านหลังน้อยปลายนา สไตล์บ้านสวน เหมาะสำหรับสร้างไว้พักผ่อน

แบบบ้านหลังเล็กๆ




แบบที่ 6. บ้านสวนหลังเล็กๆ จากไม้เก่า พร้อมทางเดินไปริมน้ำ

แบบที่ 7. บ้านไม้น็อคดาวน์ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสร้างไว้พักผ่อน

แบบที่ 8. บ้านไม้โครงสร้างเหล็กขนาดกระทัดรัด เติมเต็มฝันทั้งคนรุ่นใหม่ และวัยเกษียณ อยู่กับท้องไร่ท้องนา

แบบที่ 9.แบบบ้านไม้ขนาดเล็ก เหมาะสำหรับพักผ่อนย่อนใจ 






บทความอื่นที่น่าสนใจ