บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น สวยงามทันสมัย อบอุ่นและน่าอยู่

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น สวยงามทันสมัย อบอุ่นและน่าอยู่

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

จุดเด่นของ บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น คือการออกแบบที่เปิดโล่ง โปร่งสบาย รับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ ผสานกับการเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่และโทนสีที่ดูอบอุ่น ทำให้บ้านไม่เพียงแค่สวยงาม แต่ยังให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและน่าอยู่ เหมาะสำหรับทั้งครอบครัวเล็กและใหญ่ หรือแม้แต่ผู้ที่ต้องการบ้านที่สะท้อนรสนิยมทันสมัยแบบไม่ซ้ำใคร

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม ที่เรานำมาแชร์เพื่อเป็นไอเดียนั้น เป็นบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น ขนาด 1 ห้องมาสเตอร์รูม 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ พร้อมที่อรถ ซึ่งผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก รับเหมาก่อสร้างบ้าน SY Project 2016 – เอสวายโปรเจค 2016 เป็นบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น 2 ชั้น การออกแบบได้อย่างลงตัว จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

หลังนี้เป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นแบบชั้นครึ่ง เลือกใช้ประตูและหน้าต่างบานกระจกทันสมัย ผนังภายนอกใช้โทนสีเทาอ่อนสลับเข้มแต่งด้วยไม้เทียมสีเทาและสีน้ำตาลเพิ่มลูกเล่นให้กับผนัง ด้านบนเป็นหลังคาทรงแหงนลาดเอียงไปด้านหลัง มีช่องลมด้านบนช่วยระบายอากาศใต้หลังคา มีพื้นที่นั่งเล่นหน้าบ้าน มีใต้ถุนด้านล่างสำหรับจอดรถหรือทำกิจกรรมครอบครัว

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

บ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

ห้องโถงบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น

ห้องโถงภายในบ้านสไตล์โมเดิร์นที่เน้นความโล่งโปร่งและสว่างมาก ๆ ผนังห้องทาด้วยสีขาวสะอาดตา ตัดกับพื้นกระเบื้องแกรนิตโต้สีขาวลายคล้ายหินอ่อนที่เงาวับสะท้อนแสงได้ดี ทำให้ห้องดูสว่างและกว้างขวางเป็นพิเศษ

ห้องโถงสไตล์โมเดิร์น

สิ่งที่โดดเด่นคือมีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่อยู่หลายชุดรอบห้องเลยทีเดียว ขอบหน้าต่างเป็นอลูมิเนียมสีเทาเงิน ทำให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาในห้องได้อย่างเต็มที่ มองออกไปด้านนอกเห็นบรรยากาศภายนอกได้ชัดเจน

บนเพดานมีการออกแบบไฟซ่อนตามแนวขอบหลุมฝ้า และมีไฟดาวน์ไลท์ติดตั้งอยู่ด้วย ทำให้ห้องดูมีมิติและให้แสงสว่างที่นุ่มนวลได้ในเวลากลางคืน

ห้องนอนสไตล์โมเดิร์น

ห้องสไตล์โมเดิร์น

ภายในห้องครัวนั้น มีเคาน์เตอร์ครัวยาวตลอดแนวผนังด้านซ้ายมือ ท็อปเคาน์เตอร์เป็นสีดำตัดกับผนังกันเปื้อนลายหินอ่อนสีขาวอมน้ำตาลดูหรูหรา พร้อมซิงค์ล้างจานสเตนเลสแบบสองหลุม เหนือซิงค์มีหน้าต่างบานยาวรับแสงธรรมชาติและช่วยระบายอากาศได้ดี ใต้เคาน์เตอร์มีตู้เก็บของบานเกล็ดสีน้ำตาลเข้มเข้ากับโทนห้อง และถัดไปก็มีเครื่องดูดควันสเตนเลสติดตั้งพร้อมใช้งาน ผนังห้องทาสีขาว ส่วนพื้นเป็นกระเบื้องสีขาวลายหินอ่อนเงาวับ ทำให้ห้องดูสว่างและโปร่งโล่ง เรียกว่าเป็นครัวที่พร้อมใช้งาน ดูทันสมัยมากๆ

ห้องน้ำสะอาดและจัดเป็นสัดส่วนดีมาก มีเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าขนาดใหญ่ ด้านล่างเป็นตู้ไม้ลายสวยๆ ส่วนอ่างล้างหน้าสีขาวสะอาดตาพร้อมก๊อกน้ำทรงทันสมัย และด้านบนก็มีกระจกบานใหญ่ ถัดมาเป็นโถสุขภัณฑ์สีขาวสะอาดตาที่เข้ากันกับพื้นกระเบื้องลายหินอ่อนสีเทาเข้มอมน้ำเงินดูเย็นตา  ผนังห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องโทนสีน้ำตาล-เทา สลับกับกระเบื้องลายตารางหมากรุกที่เป็นแพทเทิร์นเก๋ๆ ทำให้ห้องน้ำดูมีลูกเล่นและไม่น่าเบื่อ

หากต้องการก่อสร้างตามบ้านพักอาศัยสไตล์โมเดิร์น แบบนี้ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ติดต่อได้ที่ รับเหมาก่อสร้างบ้าน SY Project 2016 – เอสวายโปรเจค 2016 ตามเบอร์โทรด้านล่างนี้เลย สอบถามเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ : 062-7941191


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

9 สถานที่เที่ยวมหาสารคาม เมืองรองแต่เสน่ห์เหลือล้น

069 สถานที่เที่ยวมหาสารคาม เมืองรองแต่เสน่ห์เหลือล้น

ถ้าพูดถึงภาคอีสาน หลายคนอาจนึกถึงจังหวัดยอดฮิตอย่างขอนแก่น อุบลฯ หรืออุดรฯ แต่รู้ไหมว่า… “มหาสารคาม” จังหวัดเล็กๆ ใจกลางอีสานก็มีดีไม่แพ้กัน! ที่นี่คือ “เมืองรอง” ที่แอบซ่อนความน่ารัก ความเรียบง่าย และวิถีชีวิตที่ชวนให้หลงใหลไว้อย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามเก่าแก่ แหล่งโบราณคดี ตลาดพื้นบ้าน ไปจนถึงบรรยากาศชิลล์ๆ ริมน้ำและคาเฟ่สุดเก๋

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 สถานที่ท่องเที่ยวมหาสารคาม ที่ไม่ควรมองข้าม ถ้าคุณเป็นสายเที่ยวงบน้อยแต่ต้องการความประทับใจแบบเรียบง่ายและได้ฟีลท้องถิ่นแท้ๆ รับรองว่าคุณจะรัก “สารคาม” แบบไม่รู้ตัว!

1. พระธาตุนาดูน – พุทธมณฑลแห่งอีสาน

พระธาตุนาดูน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัดและถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของภาคอีสาน โดยจำลองมาจากพระธาตุที่ขุดพบในแหล่งโบราณคดีนาดูน ซึ่งเป็นเมืองโบราณสมัยทวารวดี ภายในบริเวณยังมีพิพิธภัณฑ์โบราณวัตถุที่จัดแสดงของใช้และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ใครที่ชอบเที่ยวสายบุญควรแวะมากราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล

พระธาตุนาดูน

ที่อยู่: ตำบลนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 08.00 – 17.00 น.

2. วัดป่าวังเลิง

วัดป่าวังเลิง เป็นวัดสายธรรมยุติที่เงียบสงบและร่มรื่นมาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการปฏิบัติธรรม หรือแสวงหาความสงบภายในจิตใจ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมอีสานที่เรียบง่ายแต่สง่างาม พร้อมบรรยากาศร่มไม้ธรรมชาติทั่วบริเวณวัด ใครที่ชอบ “วัดป่า” แบบดั้งเดิมไม่ควรพลาด

วัดป่าวังเลิง

ที่อยู่: บ้านวังเลิง ตำบลเขวาใหญ่ อำเภอเมืองมหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด: ทุกวัน 06.00 – 18.00 น.

3. บึงกุยบุรี (บึงกุย)

บึงกุยบุรีเป็นบึงน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะใจกลางเมือง ภายในมีทางเดินริมบึง, ลานกิจกรรม, สนามเด็กเล่น และร้านอาหาร/คาเฟ่บรรยากาศดี เหมาะกับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน หรือชมพระอาทิตย์ตกในยามเย็น

บึงกุยบุรี (บึงกุย)

ที่อยู่: ถนนศรีสวัสดิ์ดำเนิน ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง (เหมาะกับช่วงเย็น)

4. วัดป่าวังน้ำเย็น หรือ วัดพุทธวนาราม

วัดสวยงามขนาดใหญ่บนพื้นที่กว้างขวางกว่า 30 ไร่ ที่ ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม สร้างขึ้นโดย พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ ผู้เป็นลูกศิษย์ของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระภิกษุผู้เป็นที่เคารพรักของชาวอีสาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 จนกระทั่งได้รับการยกฐานะเป็นวัดอย่างถูกต้องเมื่อปี พ.ศ. 2555

วัดป่าวังน้ำเย็น

ภาพ/www.unseennewchapters.com

ความโดดเด่นของวัดป่าวังน้ำเย็นคือเจดีย์ศรีมหาสารคาม องค์ใหญ่สีทองงดงาม มองเห็นสวยเด่นแต่ไกล รวมถึงศาลาการเปรียญไม้ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศซึ่งใช้เสาไม้ถึง 112 ต้น ภายในวัดยังเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องที่สร้างจากทองคำบริสุทธิ์ 3 องค์ น้ำหนักกว่า 12 กิโลกรัม ซึ่งวัดจะนำออกแห่รอบเมืองในงานทอดกฐินเป็นประจำทุกปี

ที่ตั้ง : 171 ต.เกิ้ง อ.เมือง จ.มหาสารคาม
ติดต่อ : 043-723219 (สำนักงานการท่องเที่ยวจังหวัดมหาสารคาม)
เวลาเปิด – ปิด : 6.00 – 18.30 น.

5. แก่งเลิงจาน

แก่งเลิงจานตั้งอยู่ทิศตะวันตกของเมืองมหาสารคาม ตำบลแก่งเลิงจาน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งสามารถเดินทางไปเที่ยว ไปเยี่ยมชมบรรยากาศยามเย็นได้ตลอดทั้งปี ภายในบริเวณจะมีสวนสาธารณะ สวนสุขภาพไว้ให้พักผ่อน บริเวณแก่งเลิงจานนั้นจะเป็นบริเวณที่มีพื้นที่ค่อนข้างที่จะกว้างขวาง ต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น เหมาะแก่การมาพักผ่อนและออกกำลังกาย แล้วก็ยังมีศาลา พิพิธภัณฑ์ เพื่อให้ผู้คนที่ผ่านไปมา สามารถแวะเข้ามาเยี่ยมชมและพักผ่อนได้

แก่งเลิงจาน

นอกจากนี้ ยังเป็นที่ตั้งของสถานีการประมง ทำการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำ ปลาน้ำจืด ให้หลายจังหวัดในภาคอีสานอีกด้วยแก่งเลิงจานจะเป็นสถานที่ ที่มีผู้คนเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจ คลายเครียด โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษา จะนิยมมานั่งเล่นถ่ายรูปบริเวณรอบ ๆ แก่งเลิงจาน เพราะช่วงเวลาตอนเย็น ตะวันกำลังจะตกดิน จะเป็นบริเวณที่มีแสงสวยงามเหมาะกับการถ่ายรูปมาก

สะพานไม้แกดำ

6. สะพานไม้แกดำ

ที่เที่ยวมหาสารคามที่สุดท้าย ที่เราอยากจะนำเสนอก็คือ “สะพานไม้แกดำ” เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัด เป็นสะพานไม้เก่าแก่ อายุราว 50 ปี ทอดยาวไปยังอ่างเก็บน้ำหนองแกดำ ที่อยู่ในบรรยากาศแบบท้องทุ่ง มีกลิ่นไอของความเป็นธรรมชาติ ทั้งบึงบัวและพืชน้ำสีเขียวชอุ่ม เมื่อเราเดินไปจนสุดสะพานก็จะได้สูดกลิ่นของความเป็นธรรมชาติสุด ๆ ทำให้ที่นี่ได้กลายเป็นสถานที่เก็บภาพที่ฮอตฮิตอีกที่หนึ่งเมื่อมาถึงจังหวัดมหาสารคาม

กู่มหาธาตุ ปรางค์กู่บ้านเขวา

7.กู่มหาธาตุ ปรางค์กู่บ้านเขวา

กู่มหาธาตุ เป็นโบราณสถานสำคัญในจังหวัดมหาสารคามค่ะ เป็นโบราณสถานเก่าแก่ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ 18 ด้วยศิลาแลง เป็นศิลปะขอมแบบบายน รูปกระโจมสี่เหลี่ยม ค่ะ โดยภายในปราสาท ล้อมรอบด้วยกำแพงสี่เหลี่ยม มีซุ้มประตู และกู่ปรางค์ประธาน ที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นอโรคยาศาล ในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นั่นเอง เป็นอีกสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าแวะมาชมความสวยงาม

ที่อยู่ : บ้านเขวา ตำบลเขวา อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม
เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.00 น.

8.พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ที่เที่ยวจังหวัดมหาสารคาม พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของจังหวัดมหาสารคาม จะมีอะไรน่าสนใจกันบ้างตามแอดมาทำความรู้จักกับสถานที่ท่องเที่ยวที่ทำให้เราได้ทั้งความรู้ทางด้านวัฒนธรรมรวมถึงยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจท่ามกลางความเป็นธรรมชาติที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามบรรยากาศดีและมีสัตว์ต่างๆให้ได้เราได้ชมมากมายหลายชนิด พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ถือว่าเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งเสริมให้เราได้รับประโยชน์จากกิจกรรมพิพิธภัณฑ์ ทั้งในด้านการปลูกจิตสำนึกแห่งคุณค่าและความสำคัญของท้องถิ่น สำหรับใครอยากไปสถานที่ที่ได้เที่ยวและได้ความรู้แอดแนะนำ ที่เที่ยวมหาสารคาม

พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

Sappasit / Shutterstock.com

Google Map : https://goo.gl/maps/6T1HL35CXfdHj9pt6
เปิด-ปิดเวลา : 08.00-16.30 น.

9. อ่างเก็บน้ำห้วยคะปา

แหล่งน้ำขนาดกลางที่เงียบสงบ เหมาะสำหรับการเดินเล่น ปั่นจักรยาน ชมพระอาทิตย์ตก และการดูนกธรรมชาติ เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบบรรยากาศธรรมชาติที่ไม่พลุกพล่าน และต้องการ “พักใจ” ในแบบเรียบง่าย

ที่อยู่: ตำบลเขวา อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
เวลาเปิด-ปิด: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

มหาสารคามอาจไม่ใช่จังหวัดที่อยู่ในลิสต์อันดับต้นๆ ของนักเดินทาง แต่หากได้ลองมาเยือนสักครั้ง คุณจะสัมผัสได้ถึงความเรียบง่ายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัดวาอารามเก่าแก่ วิถีชุมชนที่อบอุ่น รวมถึงคาเฟ่น่ารักที่ผสมผสานความทันสมัยกับกลิ่นอายของอีสานได้อย่างกลมกลืน

ไม่ว่าคุณจะเป็นสายบุญ สายชิลล์ หรือสายวัฒนธรรม จังหวัดมหาสารคามก็มีมุมให้คุณหลงรักได้ไม่ยาก ลองแวะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ในเมืองรองที่ไม่ธรรมดา แล้วคุณจะพบว่า… “เสน่ห์ที่แท้จริง” มักอยู่ในที่ที่คนไม่ค่อยพูดถึงเสมอ


บทความที่เกี่ยวข้อง

น้ำพริกตาแดง อร่อยแซ่บ ทำกินได้ ทำขายก็ดี

น้ำพริกตาแดง อร่อยแซ่บ ทำกินได้ ทำขายก็ดี

น้ำพริกตาแดง

น้ำพริกตาแดง เป็นอาหารที่คนไทยนิยมบริโภคกันมาก ช่วยให้เจริญอาหารและยังมีคุณค่าทางสมุนไพรช่วยให้เลือดลมหมุนเวียนได้ดี และยังเชื่อกันว่าสามารถป้องกันมะเร็งได้ด้วย พริกมีหลายชนิด และใช้ในการทำน้ำพริกได้ต่างกัน ปัจจุบัน การโซลกน้ำพริกใช้เองในบ้านลดน้อยลง นิยมซื้อบริโภคกันเป็นส่วนใหญ่อาชีพทำน้ำพริกขายจึงเป็นอาชีพหนึ่งที่ได้รับความสนใจ เนื่องจากผลิตไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบหาได้ง่าย และยังได้กำไรงามอีกด้วย

วัตถุดิบ

  • พริกแห้งเม็ดใหญ่     1,900  กรัม
  • พริกขี้หนูแห้ง      550  กรัม
  • ปลาย่าง     1,900  กรัม
  • หอมแดง    1,900  กรัม
  • กระเทียม   1,150  กรัม
  • มะขามเปียก   550  กรัม
  • น้ำตาลปี๊บ    370  กรัม
  • กะปิ   50  กรัม
  • เกลือ  180  กรัม
  • น้ำปลา  950  กรัม

วิธีทำ

1. พริกแห้งผ่าเอาเม็ดออก ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง

2. หอมแดง กระเทียม ปอกเปลือก ล้างน้ำหั่นบางๆ

3. กุ้งแห้งล้างน้ำสะอาด ผึ่งให้แห้ง

4. นำเครื่องปรุง ในข้อ 1 – 3 และกะปิ ทอดให้เหลืองกรอบ โขลกให้ละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน

5. นำน้ำพริกในข้อ 4 ผัดน้ำมัน ปรุงรสด้วย มะขามเปียก เกลือ น้ำตาล เก็บใส่ขวดที่สะอาดฆ่าเชื้อปิดฝาเก็บไว้รับประทานได้นาน

       น้ำพริกตาแดงไม่เพียงแต่อร่อยแซ่บถูกปากคนไทย แต่ยังมีคุณค่าทางโภชนาการ และสามารถต่อยอดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้อย่างยั่งยืน ด้วยขั้นตอนการทำที่ไม่ซับซ้อน วัตถุดิบหาง่าย และเก็บไว้รับประทานได้นาน ใครที่กำลังมองหาเมนูเสริมมื้ออาหาร หรือช่องทางทำกินที่ลงทุนน้อยแต่ได้กำไรดี น้ำพริกตาแดงคือตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ลองทำเองวันนี้ แล้วคุณจะรู้ว่า “อร่อยแซ่บ ทำง่าย ขายคล่อง” เป็นเรื่องจริง


บทความที่น่าสนใจ

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น สวยทันสมัย งบน้อยก็เป็นเจ้าของได้

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น สวยทันสมัย งบน้อยก็เป็นเจ้าของได้

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น

ในยุคที่ความเรียบง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่า กลายเป็นหัวใจของการใช้ชีวิต บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่สร้างเสร็จไว ดีไซน์สวย และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน บ้านประเภทนี้ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์เรื่องงบประมาณและเวลาในการก่อสร้าง แต่ยังสะท้อนความเป็นธรรมชาติ ผสมผสานกับเส้นสายแบบโมเดิร์นที่เรียบเท่ ให้บรรยากาศที่อบอุ่นและทันสมัยในเวลาเดียวกัน

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น

บ้านน็อคดาวน์ไม้สไตล์โมเดิร์น ยกใต้ถุนสูง ภายในตกแต่งน่าอยู่ ดีไซน์สวยโดดเด่น พร้อมระเบียงกว้าง ขนาด 2 เมตร สำหรับบ้านน็อคดาวน์สไตล์โมเดิร์นหลังนี้ มี ขนาดกว้าง 5.5 x 8 เมตร (ห้องกว้าง 3×6) ระเบียงกว้าง 2 เมตร (รูปตัวแอล) ราคาโดยประมาณ 365,000 บาท **ราคานี้ไม่รวมส่ง

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น

โครงสร้างและวัสดุ โครงสร้างหลักเป็นไม้ทั้งหมด ทั้งเสา คาน ผนัง และพื้น ระแนงไม้และพื้นระเบียงมีการเคลือบเงาอย่างดี สะท้อนแสงแดดเล็กน้อย

บ้านน็อคดาวน์ไม้ สไตล์โมเดิร์น

หลังคา เป็นทรงเพิงหมาแหงน (lean-to roof) หรือทรงโมเดิร์นที่ลาดเอียงเล็กน้อย มุงด้วยเมทัลชีทสีอ่อน ซึ่งดูเข้ากับสีไม้ของตัวบ้าน

ระเบียง มีระเบียงไม้กว้างขวางทอดยาวตลอดแนวหน้าบ้านและด้านข้าง มีราวกันตกไม้ที่ออกแบบเรียบง่ายแต่แข็งแรง เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ หรือจัดกิจกรรมกลางแจ้ง

ผนังและหน้าต่าง ผนังภายนอกเป็นไม้จริงที่ตีซ้อนเกล็ดหรือตีแนวขวาง เห็นลวดลายไม้ธรรมชาติชัดเจน มีหน้าต่างกระจกบานเลื่อนขอบไม้หลายบาน ทำให้บ้านดูโปร่งโล่งและรับแสงธรรมชาติได้ดี

สภาพแวดล้อม รอบๆ บ้านเป็นพื้นที่ธรรมชาติหรือสวน มีต้นไม้สีเขียวอยู่เบื้องหลัง แสดงให้เห็นถึงบรรยากาศที่เงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ

โดยรวมแล้ว เป็นบ้านน็อคดาวน์ที่ออกแบบมาได้อย่างลงตัว มีความสวยงามทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของความเป็นธรรมชาติจากวัสดุไม้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านพักตากอากาศ หรือบ้านหลังเล็กในสวนที่สะดวกในการก่อสร้างและเคลื่อนย้าย

ที่มา : Rin Banghan
ติดต่อ : 065 2489498 ริน
ติดต่อโทร : 096-9977882 อังคาร (เจ้าเก่าขาประจำ)


หมายเหตุ: ทางเว็บ esanbanna.com ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ สวยเรียบง่าย พื้นที่ใช้สอยครบครัน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ สวยเรียบง่าย พื้นที่ใช้สอยครบครัน

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ (Contemporary Style) กำลังเป็นที่นิยมในยุคปัจจุบัน ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายกับความทันสมัยอย่างลงตัว บ้านหลังนี้คืออีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความงามแบบร่วมสมัยได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้โทนสีขาว เทา และน้ำตาลที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผสานกับวัสดุตกแต่งอย่างหินเทียม ไม้เทียม และกระจกบานใหญ่ที่ช่วยให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวบ้านได้อย่างเต็มที่

ผลงานและรูปภาพ : ทีมงานรวยก่อสร้าง
เรียบเรียง : esanbanna.com

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

แบบบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ ขนาด 1 ห้องมาสเตอร์รูม 1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ พื้นที่ใช้สอย 110 ตารางเมตร ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก โดยทีมงานรวยก่อสร้าง เป็นบ้านพักอาศัย1 ชั้น สไตล์คอนเทมโพรารี่ ยกพื้นสูงจากที่ดินเล็กน้อย ประมาณ 60-80 ซม. การออก แบบบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ด้วยรูปทรงหลังคาทรงปั้นหยาที่ช่วยระบายน้ำฝนได้ดี บวกกับเฉลียงหน้าบ้านที่ออกแบบให้กว้างขวาง เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือจัดมุมนั่งเล่นอย่างมีสไตล์ ทำให้บ้านหลังนี้ไม่เพียงแต่สวยงามเท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์การอยู่อาศัยจริงได้อย่างลงตัว เป็นแบบบ้านที่เหมาะกับครอบครัวขนาดเล็กถึงกลาง ที่ต้องการความเรียบง่ายแต่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่

ตกแต่งภายสไตล์คอนเทมโพรารี่

ภายในตัวบ้าน นั้นเราจะพบกับส่วนของโถงที่มีขนาดใหญ่ ให้ใช้สอย เลือกปูพื้นกระเบื้องโทนสีขาวเพิ่มความสว่างดูสะอาดตา ผนังทาสีเทาโทนขาว พร้อมทั้งฝ้าหลุมขนาดยาวทาสีขาว ประดับตกแต่งโคมไฟคริสตัลดวงใหญ่และไฟซ่อนฝ้าสีสวย ฝั่งซ้ายมือนั้นจะเป็นประตูเชื่อมไปยังโซนครัว

ห้องนอนสไตล์คอนเทมโพรารี่

ห้องนอน นั้นถูกออกแบบให้มีห้องน้ำภายในตัวและเน้นโทนสีอ่อน ๆ ทั้งผนังและพื้น ตัดบัวพื้นสีเข้ม ฝ้าเพดานใช้เป็นฝ้าเรียบทาสีขาว พร้อมกับมีหน้าต่างไว้เปิดระบายอากาศ

ห้องครัวสไตล์คอนเทมโพรารี่

ห้องครัวในบ้านหลังนี้ถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่เน้นการใช้งานจริงเป็นหลัก ด้วยเคาน์เตอร์ครัวปูนกรุด้วยกระเบื้องลายผิวสัมผัสที่ดูเรียบหรู ทำความสะอาดง่าย ด้านบนปูด้วยหินแกรนิตสีดำเงา ให้ความรู้สึกหรูหราและทนทานต่อการใช้งานในระยะยาว มีบานตู้บิลต์อินสำหรับเก็บของด้านล่าง เพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ผนังด้านหลังเคาน์เตอร์กรุด้วยกระเบื้องลายเรียบ เพื่อป้องกันคราบมันและความชื้น พร้อมหน้าต่างบานเลื่อนขนาดใหญ่สองด้าน ช่วยระบายกลิ่นและควันจากการทำอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้บรรยากาศภายในครัวดูโปร่งโล่ง ไม่อับทึบ

ห้องน้ำสไตล์คอนเทมโพรารี่

ห้องน้ำในบ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาอย่างเรียบง่ายแต่ดูสะอาดตา ด้วยการใช้โทนสีอ่อนเป็นหลัก ทั้งพื้นกระเบื้องและผนังลายหินอ่อนสีครีมอ่อน ช่วยให้บรรยากาศภายในห้องน้ำดูโปร่ง โล่ง และผ่อนคลาย เหมาะกับการใช้งานในทุกช่วงเวลา

ภายในแบ่งโซนแห้งและโซนเปียกอย่างเป็นสัดส่วน โดยโซนอาบน้ำติดตั้งฝักบัวพร้อมเครื่องทำน้ำอุ่น และมีชั้นวางของในตัว เพิ่มความสะดวกในการจัดเก็บสบู่หรือแชมพู ส่วนโถสุขภัณฑ์และอ่างล้างหน้าวางอย่างเป็นระเบียบติดริมผนังใต้หน้าต่างบานยาว ที่ช่วยระบายอากาศและเปิดรับแสงธรรมชาติ ทำให้ห้องน้ำไม่อับชื้น

บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ คือทางเลือกที่ลงตัวสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่ทั้งสวย เรียบง่าย และใช้งานได้จริง ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ที่เน้นความโปร่งโล่ง วัสดุตกแต่งที่ทันสมัย ไปจนถึงฟังก์ชันภายในที่ครบครัน ทุกองค์ประกอบถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกสะดวกสบายในทุกวัน

หากคุณกำลังมองหาแบบบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและประโยชน์ใช้สอย บ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะปลูกสร้างในเขตเมืองหรือชนบท ก็สามารถปรับให้เข้ากับบริบทพื้นที่ได้อย่างลงตัว


สนใจสอบถามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ
ผลงานการออกแบบ : ทีมงานรวยก่อสร้าง
ติดต่อ : 0636191556
ID line : ruuay168


หมายเหตุ : ทางเว็บ esanbanna.com ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไอเดีย! บ้านทรงเอเฟรม ดีไซน์สวยโดดเด่น สวยงามน่าอยู่

ไอเดีย! บ้านทรงเอเฟรม ดีไซน์สวยโดดเด่น สวยงามน่าอยู่

บ้านทรงเอเฟรม

บ้านทรงเอเฟรม (A-Frame House) กำลังกลายเป็นกระแสที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มคนรักบ้านที่ชื่นชอบความเรียบง่ายแต่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยรูปทรงสามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่หลังคาจรดพื้น ผสานกับดีไซน์แบบเปิดโล่งและการใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ กระจก และเหล็ก ทำให้ บ้านทรงเอเฟรม ดูอบอุ่น มีเสน่ห์เฉพาะตัว และเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการอยู่อาศัยในบรรยากาศใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักตากอากาศกลางป่า รีสอร์ตริมเขา หรือแม้แต่บ้านหลังเล็กในสวนส่วนตัว

ในบทความนี้เราจะพาคุณไปชมไอเดียการออกแบบ บ้านทรงเอเฟรม ที่ทั้งสวย โดดเด่น และน่าอยู่ ทั้งในแง่ของฟังก์ชันการใช้งาน พื้นที่ใช้สอย และความลงตัวกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ ใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการสร้างบ้านหรือปรับปรุงบ้านหลังใหม่ บอกเลยว่าไม่ควรพลาด!

บ้านทรงเอเฟรม

บ้านทรงเอเฟรม

บ้านทรงเอเฟรมมีจุดเด่นที่ดีไซน์สวยแปลกตา โครงสร้างสามเหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ ดูทันสมัยและเหมาะกับการตั้งอยู่ในธรรมชาติ เช่น ป่าเขาหรือริมทะเล อีกทั้งยังสามารถก่อสร้างได้ง่าย โครงสร้างไม่ซับซ้อน ใช้วัสดุน้อย และมักออกแบบให้มีหน้ากระจกขนาดใหญ่รับแสงธรรมชาติได้ดี ทำให้บรรยากาศภายในบ้านโปร่งโล่งน่าอยู่ จึงได้รับความนิยมในการทำเป็นบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ต หรือคาเฟ่

บ้านทรงเอเฟรม

บ้านทรงเอเฟรมก็มีข้อจำกัด เช่น พื้นที่ใช้สอยภายในค่อนข้างจำกัด โดยเฉพาะบริเวณที่ผนังลาดเอียงซึ่งอาจจัดวางเฟอร์นิเจอร์ยาก ไม่เหมาะกับครอบครัวใหญ่ อีกทั้งหากอยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศร้อน อาจต้องติดตั้งฉนวนหรือระบบระบายอากาศเพิ่มเติม และการต่อเติมหรือปรับปรุงในอนาคตก็อาจทำได้ไม่สะดวกเท่าบ้านแบบทั่วไป

บ้านทรงเอเฟรมยกสูง

บ้านทรงเอเฟรมยกสูง

บ้านทรงเอเฟรมยกสูง

เอเฟรมยกสูง

บ้านทรงเอเฟรม ไม่ได้เป็นเพียงแค่บ้านที่มีดีไซน์แปลกตา แต่ยังสะท้อนแนวคิดของการใช้ชีวิตเรียบง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ และเต็มไปด้วยความอบอุ่นในทุกมุมมอง ด้วยโครงสร้างที่โดดเด่น ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และออกแบบให้กลมกลืนกับสิ่งแวดล้อม จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังมองหาบ้านพักตากอากาศ รีสอร์ตส่วนตัว หรือแม้แต่บ้านหลักหลังเล็กในฝันของตนเอง


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไขข้อสงสัย ปุ๋ยน้ำ AB คืออะไร?

ไขข้อสงสัย ปุ๋ยน้ำ AB คืออะไร?

ปุ๋ยน้ำ AB คืออะไร

ปุ๋ยน้ำ AB คืออะไร? ทำไมคนปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ถึงนิยมใช้กันจัง?

เมื่อพูดถึงการปลูกพืชแบบไม่ใช้ดิน หรือ “ไฮโดรโปนิกส์” หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ ปุ๋ยน้ำ AB ผ่านหูมาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่า ปุ๋ยน้ำ AB คืออะไรและแตกต่างจากปุ๋ยทั่วไปอย่างไร ปุ๋ยชนิดนี้เป็นหัวใจสำคัญของระบบปลูกพืชในน้ำ ที่ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีแม้ไม่มีดิน เพราะมีสารอาหารครบถ้วนที่พืชต้องการ โดยแยกเป็นสองส่วนคือ A และ B เพื่อป้องกันปฏิกิริยาเคมีที่ทำให้สารบางตัวตกตะกอน หากคุณกำลังเริ่มสนใจปลูกผักปลอดสาร หรืออยากเข้าใจระบบไฮโดรโปนิกส์มากขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับ ปุ๋ยน้ำ AB แบบเจาะลึก พร้อมแนะนำการใช้งานอย่างถูกต้อง เพื่อให้คุณใช้ได้อย่างมั่นใจและได้ผลผลิตที่งอกงาม

ทำไมต้องเป็น “ปุ๋ยน้ำ AB”

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า เหตุใดปุ๋ยนี้จึงถูกเรียกว่า “AB” ที่มาของชื่อนี้เกิดจากการที่ธาตุอาหารในปุ๋ยน้ำสำหรับไฮโดรโปนิกส์นั้นไม่สามารถนำมาผสมรวมกันได้ทั้งหมดในคราวเดียว เนื่องจากอาจเกิดปฏิกิริยาตกตะกอน ทำให้ธาตุอาหารบางชนิดไม่สามารถดูดซึมได้ หรือลดประสิทธิภาพลงอย่างมาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องแยกออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ปุ๋ยน้ำ A และ ปุ๋ยน้ำ B ซึ่งแต่ละส่วนจะประกอบไปด้วยธาตุอาหารที่แตกต่างกัน

ปุ๋ยน้ำ A และ ปุ๋ยน้ำ B มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปแล้ว ปุ๋ยน้ำ A จะประกอบไปด้วยธาตุอาหารหลักที่พืชต้องการในปริมาณมาก เช่น ไนโตรเจน (N), โพแทสเซียม (K), แคลเซียม (Ca) รวมถึงธาตุเหล็ก (Fe) ซึ่งเป็นจุลธาตุที่มีความสำคัญ แต่เมื่อรวมกับฟอสฟอรัส (P) ในปุ๋ยน้ำ B อาจเกิดการตกตะกอนได้ จึงต้องแยกไว้ในปุ๋ยน้ำ A ส่วน ปุ๋ยน้ำ B มักจะประกอบด้วยธาตุอาหารรองและจุลธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช เช่น ฟอสฟอรัส (P), แมกนีเซียม (Mg), กำมะถัน (S) และธาตุอาหารเสริมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น โบรอน (B), ทองแดง (Cu), สังกะสี (Zn), แมงกานีส (Mn), โมลิบดีนัม (Mo) เป็นต้น

ความสำคัญของ ปุ๋ยน้ำ AB ต่อการปลูกไฮโดรโปนิกส์

ปุ๋ยน้ำ AB ไม่ใช่แค่ปุ๋ยธรรมดา แต่เป็นหัวใจสำคัญของการปลูกพืชไร้ดิน เพราะเป็นตัวกำหนดคุณภาพและปริมาณผลผลิต หากขาด ปุ๋ยน้ำ AB พืชก็จะไม่สามารถสังเคราะห์แสง สร้างพลังงาน หรือดูดซึมสารอาหารได้ ส่งผลให้พืชไม่เจริญเติบโต แคระแกร็น หรือถึงขั้นตายได้ ดังนั้น การเลือกใช้ ปุ๋ยน้ำ AB ที่มีคุณภาพและเหมาะสมกับพืชแต่ละชนิด จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในการทำไฮโดรโปนิกส์

ข้อดีของปุ๋ยน้ำ AB

  • สารอาหารครบถ้วน  มีทั้งธาตุหลัก ธาตุรอง และธาตุเสริมที่พืชต้องการในการเจริญเติบโต
  • พืชดูดซึมได้ทันที เนื่องจากเป็นปุ๋ยในรูปของน้ำหรือของเหลว พืชสามารถดูดซึมผ่านรากได้รวดเร็ว
  • ควบคุมคุณภาพง่าย เหมาะสำหรับผู้ปลูกเชิงพาณิชย์ เพราะควบคุมสภาพแวดล้อมและคุณภาพของผลผลิตได้แม่นยำ
  • ปลอดสารตกค้างในดิน เพราะไม่ใช้ดิน จึงลดปัญหาสะสมของสารเคมีในดินหรือการปนเปื้อน
  • ใช้ร่วมกับระบบอัตโนมัติได้ดี เหมาะกับการปลูกในโรงเรือนหรือระบบน้ำหมุนเวียนที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์

ปุ๋ยน้ำ AB เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการปลูกผักในระบบไฮโดรโปนิกส์หรือปลูกพืชแบบควบคุมคุณภาพสูง ด้วยคุณสมบัติที่พืชดูดซึมได้ทันที และมีสารอาหารครบถ้วน แต่ก็ต้องแลกกับต้นทุนที่สูงขึ้น และต้องมีความรู้เบื้องต้นในการใช้งาน หากคุณกำลังเริ่มต้นปลูกผักปลอดสาร ปุ๋ยน้ำ AB คืออีกหนึ่งคำตอบที่น่าสนใจ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่ เรียบหรู มีสไตล์ และน่าอยู่ในทุกมุมมอง

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่ เรียบหรู มีสไตล์ และน่าอยู่ในทุกมุมมอง

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

ในยุคที่ความเรียบง่ายกลายเป็นนิยามของความงาม บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่ จึงเป็นตัวเลือกที่หลายคนหลงรัก ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานระหว่างความคลาสสิกของหลังคาทรงปั้นหยา เข้ากับเส้นสายและโทนสีแบบโมเดิร์น ทำให้บ้านดูเรียบหรู มีสไตล์ และน่าอยู่ในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ใช้สอยภายในที่ออกแบบอย่างลงตัว หรือการจัดวางหน้าต่างให้รับแสงธรรมชาติ บ้านทรงนี้จึงตอบโจทย์ทั้งความงามและฟังก์ชันการใช้งาน เหมาะสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ที่ต้องการความอบอุ่นและความสง่างามในหลังเดียวกัน

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

สำหรับบ้านสวยๆ สไตล์ร่วมสมัย หลังนี้เป็นบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี่ชั้นเดียว ฟังก์ชั่นขนาด 3 ห้องนอน (1 Master) 4 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงนั่งเล่นกว้าง พร้อมห้องรับประทานอาหารและห้องครัว มีเฉลียงนั่งหน้าประตูทางเข้า พื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 180 ตารางเมตร

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

บ้านชั้นเดียวสไตล์ปั้นหยาสมัยใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์หลังคาทรงปั้นหยาที่ให้ความรู้สึกแข็งแรงและหรูหรา ผสมผสานกับผนังภายนอกที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาว เทาเข้ม และลายหินธรรมชาติ ช่วยเพิ่มมิติและความอบอุ่นให้กับตัวบ้าน หน้าต่างกระจกบานใหญ่รอบบ้าน เปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ทำให้ภายในดูโปร่งโล่งและน่าอยู่ โดยเฉพาะโถงหน้าบ้านที่มีหลังคาทรงสูง และประตูบานเลื่อนกระจกที่เชื่อมต่อพื้นที่ภายนอกได้อย่างลงตัว

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

ฝั่งนี้ห้องด้านหน้าเป็นบานกระจกกว้าง ช่วยรับแสงและชมวิวด้านนอก  มีเฉลียงหน้าประตูทางเข้าหลัก ปูพื้นกระเบื้องสีน้ำตาลเข้ม แต่งเสาด้านหน้าด้วยหินตกแต่งสีเทาดำ เพิ่มลูกเล่นให้กับตัวบ้านด้วยหินตกแต่งสีน้ำตาลอ่อน

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

บ้านทรงปั้นหยาสมัยใหม่

ภายในห้องโถงของบ้านตกแต่งอย่างหรูหราทันสมัย โดดเด่นด้วยผนังทีวีที่ใช้ลายหินอ่อนสีดำตัดกับกรอบสีทองเงางาม ให้ความรู้สึกหรูหราและทันสมัยในเวลาเดียวกัน ด้านข้างประดับด้วยตู้โชว์กระจกบานใสและลิ้นชักสีขาวเข้าชุด เพิ่มทั้งความสวยงามและฟังก์ชันในการจัดเก็บ

เฟอร์นิเจอร์โซฟาเข้ามุมขนาดใหญ่ถูกจัดวางอย่างลงตัวบนพรมสีอบอุ่น พร้อมโต๊ะกลางกระจกสีดำดูเรียบหรู ผ้าม่านสีเทาเข้มกับผ้าซ้อนสีขาวช่วยกรองแสงอย่างนุ่มนวล เสริมบรรยากาศให้ห้องดูโปร่งโล่งและสบายตา เหมาะสำหรับพักผ่อนหรือรับแขกในทุกโอกาส

ห้องนอนสไตล์โมเดิร์นเรียบหรูโทนสีเทาโดดเด่นด้วยเตียงบุผ้ากำมะหยี่สีเทาเข้มหัวเตียงสูง พร้อมม้านั่งสตูลปลายเตียง เครื่องนอนสีขาวสะอาดตา ผ้าม่านสีเทาเข้ม พื้นไม้สีอ่อน ผนังสีเทาอ่อน และประตูบานเลื่อนไม้ ให้บรรยากาศสงบและอบอุ่น

ห้องนอนนี้ตกแต่งอย่างทันสมัยด้วยโทนสีเทาเป็นหลัก โดยมีเตียงสไตล์หลุยส์หัวเตียงบุผ้ากำมะหยี่สีเทาเข้มเป็นจุดเด่น เสริมด้วยม้านั่งสตูลปลายเตียงเข้าชุดกัน พื้นเป็นลายไม้สีอ่อน ผนังสีเทา พร้อมผ้าม่านสีเข้มและประตูบานเลื่อนไม้ ทำให้ห้องดูเรียบหรูและสงบ

ห้องน้ำนี้มีการออกแบบที่ทันสมัยและหรูหราด้วยการใช้กระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวสลับกับกระเบื้องลายไม้สีเทาเข้มและกระเบื้องหินอ่อนสีดำที่มีลวดลายโดดเด่น อ่างล้างหน้าแบบลอยตัวสีขาวพร้อมกระจกติดผนังขนาดใหญ่ ตกแต่งด้วยเคาน์เตอร์สีดำ ส่วนพื้นที่อาบน้ำและอ่างอาบน้ำถูกกั้นด้วยกระจกใสอย่างเป็นสัดส่วน ด้านหนึ่งเป็นโถสุขภัณฑ์สีขาวเรียบง่าย ส่วนอีกด้านมีอ่างอาบน้ำจากุซซี่สีขาวติดตั้งอยู่บนฐานกระเบื้องหินอ่อนสีดำ เสริมด้วยขอบทองเหลืองที่เพิ่มความหรูหราให้กับการตกแต่งโดยรวม

ทางเว็บเป็นเพียงสื่อกลางในการแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับบ้านให้เพื่อนๆได้ชมเท่านั้น มิได้รับสร้างบ้านหรือออกแบบบ้านใดๆทั้งสิ้น และเราจะสรรหาไอเดียดีๆมาแบ่งปันเพื่อนๆอีกเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม ขอขอบคุณที่ติดตามกันครับ (หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อเจ้าของโดยตรงตามข้อมูลในแต่ละบทความได้เลยครับ)


บทความอื่นที่น่าสนใจ

กวาวเครือขาว สมุนไพรมากสรรพคุณ

กวาวเครือขาว สมุนไพรมากสรรพคุณ

กวาวเครือขาว

กวาวเครือขาว คืออะไร

กวาวเครือขาว เป็นไม้เถาเลื้อย เนื้อแข็ง อายุหลายปีมีหัวขนาดใหญ่ใต้ดิน เป็นไม้กลางแจ้งต้องการแสงมาก เจริญเติบโตได้ดีที่ระดับความสูง 300 – 800 เมตร จากระดับน้ำทะเล ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน ประมาณเดือนพฤษภาคม – เดือนกรกฎาคม

การเตรียมการก่อนปลูก

1) การเตรียมดิน

  • ไถ ตากดินทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน เก็บเศษวัชพืชออกจากแปลง
  • หว่านปูนขาว และไถพรวนอีก 1 – 2 ครั้ง พื้นที่ดอน ยกร่อง สูง 30 – 50 เซนติเมตร ระหว่างแปลงมีร่อง
    ระบายน้ำ
  • พื้นที่ลาดชัน ไม่ต้องยกร่อง แต่มีร่องระบายน้ำ
  • พื้นที่ราบหรือพื้นที่ลุ่ม ยกร่องให้สูงกว่าน้ำอย่างน้อย 1.2 เมตร ระหว่างแปลงมีร่องระบายน้ำ คอยระวังอย่าให้น้ำท่วมท่วมแปลงปลูกเกิน 3 วัน
  • รองกันหลุมปลูกด้วยปุยหมักหรือปัยคอกที่ย่อยสลายสมบูรณ์แล้วอัตรา 10 กิโลกรัมต่อหลุม คลุกเคล้ากับดิน

2) การเตรียมพันธุ์

  • การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด มีโอกาสได้ต้นที่มีความแปรปรวนทางพันธุกรรมมาก เนื่องจากกวาวเครือขาวเป็นพืชสมตัวเอง และผสมข้ามต้นได้ สามารถทำได้โดยใช้มีดคม ตัดส่วนปลายเมล็ด ระวังไม่ให้ส่วนเนื้อในเมล็ดแตกหรือขาด นำไปเพาะในกระบะเพาะที่มีวัสดุเพาะบรรจุอยู่รดน้ำให้ชุ่ม แต่อย่าให้แฉะ เมื่อกล้ามีอายุได้ 1 เดือน ย้ายลงถุงชำที่มีวัสดุเพาะชำประกอบด้วย ดินพรุร้อยละ 50 ขุยนะพร้าว ร้อยละ 20 ขึ้นถ้าแกลบร้อยละ 20 และปุยคอก ร้อธละ 10 วางถุงเพาะชำไว้ ภายใต้หลังคาพรางแสง 50 เปอร์เซ็นต์ หากเป็นขึ้นหากเป็นพื้นชีเมนต์ ต้องหาวัสตุรองถุงเพาะชำและย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูก เมื่อต้นกล้ามีอายุ 2 เดือน
  • การปักขำ ทำได้โดยตัดเถาที่ประกอบด้วยไบ 1 ใบ ตา 1 ตา และลำต้นยาว 4 – 5 นิ้ว ปักชำลงในแปลงเพาะชำหรือถุงชำ วัสดุเพาะชำประกอบด้วบด้วยขี้เถ้าแกลบ ร้อยละ 50 ขุยมะพร้าว ร้อยละ 20 ทรายหยาบ ร้อยละ 20 และปุ๋ยคอกที่หมักสมบูรณ์แล้ว ร้อยละ 10 ให้น้ำเป็นระยะสม่ำเสมอ ไข้เวลาปีกขำ 3 – 4 สัปดาห์ กรณีปักขำในแปลง เมื่อกิ่งปักชำออกรากให้ย้ายลงถุงชำ และให้น้ำเป็นระยะต่อไปอีก 7 วัน วางถุงเพาะชำไว้ภายใต้หลังคาพรางแสง 50 เปอร์เซ็นต์เมื่อกวาวเครือขาวแทงยอดยาวประมาณ 12 นิ้ว จึงทำการย้ายลงแปลงปลูก โดยใช้เวลาประมาณ 2 เดือน ตั้งแต่เริ่มตัดชำ

การปลูก

1 วิธีปลูก

  • ขุดหลุมปลูกขนาด 50 x 50 x 50 เซนติเมตร
  • ย้ายกล้าวางที่กันหลุมให้ลึกประมาณ 10 เซนติเมตร หลุมละ 1 ต้น กลบตินที่เหลือลงในหลุม กดดินบริเวณโคนต้นพอแน่น รดน้ำให้ชุ่ม

2 ระยะปลูก  ระยะห่างระหว่างแถวและต้น ไม่น้อยกว่า 1.5 x 1.5 เมตร

3 จำนวนต้นต่อไร่  400 ต้นต่อไร่

การดูแลรักษา

  1. การใส่ปุ๋ย  ใส่ปุยหมักหรือปุยคอก อัตรา 10 กิโลกรัมต่อต้นต่อครั้ง โดยให้ 2 ครั้งต่อปี บริเวณรอบทรงทุ่มแล้วพรวนดินกลบ โดยใส่ครั้งที่ 1 หลังปลูก 3 เดือน และครั้งที่ 2 เมื่อเริ่มออกดอก
  2. การให้น้ำ  ให้น้ำเป็นฝอยเหนือผิวดิน รอบโคนต้น ปริมาณน้ำที่ให้สังเกตจากดินในแปลงเปียกขึ้นจึงหยุดให้ และหลังจากปลูกใหม่ ๆ ต้องรดน้ำเป็นระยะ ๆ ติดต่อกันอย่างน้อย 1 – 2 เดือน (ถ้าเริ่มปลูกในฤดูแล้ง) จนกว่าจะเลื้อยพันค้างได้ เมื่อดันกวาดรือขาวอายุผ่าน 3 เดือนไปแล้ว ให้น้ำเป็นครั้งครั้งครั้งคราว

โรคและศัตรูพืชที่สำคัญ

  • วัชพืช กำจัดด้วยแรงงานในขณะที่วัชพืชยังเล็กและก่อนออกดอกควรกำจัดวัชพืช 3 – 4 ครั้งต่อปี
  • โรค ส่วนมากพบโรคเที่ยวที่เกิดจากเชื้อรา ระบาดเมื่อความชื้นในดินสูงเข้าทำลายต้นกล้าที่มีแผลบริเวณโคนต้น หรือต้นหักพับที่ระดับผิวดินทำให้ต้นมีอาการเหี่ยวเฉาตาย การป้องกันกำจัดทำได้โดยปรับดิบดินด้วยปูนชาวและปุ๋ยอินทรีย์ถอนต้นที่เป็นโรคเผาทำลาย เมื่อเริ่มมีโรคระบาดในแปลงใช้น้ำปูนใสรดให้ทั่ว
  • แมลง ไม่พบแมลงชนิดใดทำความเสียหายรุนแรง
  • สัตว์ศัตรูพืช หนอน ทอยพาก และตุ่น เป็นศัตรูของกวาวเครือขาวในธรรมชาติ การป้องกันกำจัดทำได้โดยเก็บเศษใบพืชทำลาย เพื่อกำจัดหนอนและดักแด้ และติดกับดักกาวเหนียวสีเหลืองตลอดฤดูปลูกเพื่อการพยากรณ์ และลดปริมาณตัวเต็มวัย

การเก็บเกี่ยว

ขุดหัวกวาวเครือขาวด้วยความระมัดระวัง ไม่ให้ผิวเปลือกเกิดรอยแผลหรือซ้ำ ตัดแอกหัวออกจากเหง้าหรือลำดัน เก็บเกี่ยวทัวทิวาวเครือขาวที่มีน้ำหนักตั้งแต่ 2 ก็โลกรัมขึ้นไป และมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 15 – 25 เชนติเมตร

สรรพคุณของกวาวเครือขาว

กวาวเครือขาวนั้นเป็นสมุนไพรที่ได้รับความนิยมสำหรับเพศชาย เพราะให้สรรพคุณทางยาเด่นชัดในเรื่องของการช่วยเพิ่มและฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ผู้เชี่ยวชาญและนักวิจัยพบว่ากวาวเครือมีคุณสมบัติที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายได้จริง อีกทั้งยังได้ผลดีกว่าการใช้ยาไวอากร้าด้วยเช่นกัน โดยมีสรรพคุณดังนี้

  • เป็นยาอายุวัฒนะบำรุงร่างกายและบำรุงสมองสำหรับเพศชาย ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีเช่นเดียวกับฤทธิ์ของซิลเดนาฟิล ซิเตรต ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่อมลูกหมากโตและช่วยขยายหลอดเลือดในอวัยวะเพศ
  • ปรับฮอร์โมนเพศชายให้สมดุล ช่วยกระตุ้นการหมุนเวียนของเลือด บำรุงหลอดเลือด ทำให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น รวมทั้งเร่งการผลิตน้ำอสุจิให้เร็วขึ้น
  • ป้องกันโรคมะเร็ง โดยเฉพาะโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในผู้ชายวัยทอง
  • บำรุงรากผมและหนังศีรษะ ช่วยให้ผมไม่หงอกเร็วและทำให้ผมไม่หลุดร่วงง่าย
  • ช่วยชะลอความแก่ก่อนวัย ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ผิวพรรณดีมีน้ำมีนวล เซลล์ต่างๆ เสื่อมช้าลง
  • ช่วยให้นอนหลับง่าย ทำให้รู้สึกสดชื่นไม่อ่อนเพลีย ขับถ่ายสะดวก
  • ลดอาการปวดเมื่อย เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง แก้ลมที่เป็นพิษ ดับพิษ ช่วยล้างลำไส้และสมานลำไส้

บทความที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ทรงตัว U ดีไซน์เรียบหรู ตกแต่งภายในพร้อมอยู่

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ทรงตัว U ดีไซน์เรียบหรู ตกแต่งภายในพร้อมอยู่

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล กำลังเป็นที่นิยมมากในปัจจุบัน เพราะให้ความรู้สึกเรียบง่าย แต่สวยงามลงตัว ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า และดูแลรักษาง่าย เหมาะกับทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคนวัยทำงาน เกษตรกร หรือผู้สูงอายุ โดยเฉพาะแบบบ้านที่ออกแบบเป็นทรงตัว U ซึ่งไม่เพียงดูแปลกตา แต่ยังช่วยให้ลมถ่ายเทสะดวก มีลานกลางบ้านสำหรับพักผ่อนหรือจัดสวนเล็ก ๆ ได้อีกด้วย

บ้านหลังนี้ออกแบบใน สไตล์มินิมอล ตกแต่งภายในพร้อมอยู่ ขนาด 4 ห้องนอน ที่เน้นความสะอาดตา โทนสีขาวตัดกับวัสดุไม้ ทำให้บรรยากาศดูอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ ภายในจัดสรรพื้นที่ได้ลงตัว พร้อมอยู่ได้ทันที มีทั้งห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอนครบครัน เหมาะกับคนที่ชอบความเรียบง่ายแต่ทันสมัย เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย รับสร้างบ้านและสวน เชียงราย จี พี โฮม บ้านสไตล์นี้ไม่ต้องตกแต่งเยอะก็สวยได้ในตัว และยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้เป็นอย่างดี ไปชมพร้อม ๆ กันเลยครับ

ผลงานการออกแบบ : รับสร้างบ้านและสวน เชียงราย จี พี โฮม

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

บ้านสไตล์มินิมอล

ภายในห้องโถงส่วนกลางของ บ้านสไตล์มินิมอล หลังนี้ถูกออกแบบให้โปร่งโล่งสบาย ด้วยการเลือกใช้โทนสีขาวครีมตัดกับพื้นไม้สีอ่อน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นธรรมชาติ เฟอร์นิเจอร์เน้นความเรียบง่ายแต่ลงตัว โดยเฉพาะโซฟาสีน้ำเงินเข้มที่ดูโดดเด่น ช่วยเพิ่มมิติให้ห้องดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล

พื้นที่นั่งเล่น เชื่อมต่อกับส่วนรับประทานอาหารและห้องครัวแบบเปิดโล่ง ทำให้รู้สึกกว้างขวาง ไม่อึดอัด เหมาะกับการใช้ชีวิตร่วมกันของคนในครอบครัว ผนังด้านหนึ่งติดตั้งประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติและลมเย็นจากภายนอกได้เต็มที่ เพิ่มความปลอดโปร่งและประหยัดพลังงานในเวลากลางวัน

ห้องนี้เป็นหัวใจของบ้าน ที่รวมทั้งความเรียบง่าย อบอุ่น และการใช้งานที่ลงตัวไว้อย่างพอดี เหมาะทั้งกับครอบครัวเล็ก ๆ หรือผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสบาย ๆ ตามแบบฉบับ บ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล อย่างแท้จริง

ห้องนอนในสไตล์มินิมอล เรียบง่ายแต่ดูอบอุ่น ด้วยโทนสีขาวสะอาดตาตัดกับผ้าม่านสีน้ำเงินเข้ม เสริมบรรยากาศให้รู้สึกสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน เตียงไม้เตี้ยดีไซน์เรียบ เน้นการใช้งานจริง พื้นห้องปูด้วยไม้ลายธรรมชาติช่วยให้ห้องดูอบอุ่นขึ้น มีมุมนั่งเล่นริมหน้าต่างที่จัดไว้อย่างลงตัว รับแสงธรรมชาติได้เต็มที่ ทำให้ห้องโปร่งโล่ง สบายตาตลอดทั้งวัน เหมาะกับการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแต่มีคุณภาพตามแบบฉบับบ้านสไตล์มินิมอล

แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์มินิมอล ดีไซน์ตัว U ตกแต่งภายในพร้อมอยู่ ขนาด 4 ห้องนอน นั้น เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย รับสร้างบ้านและสวน เชียงราย จี พี โฮม ที่ออกแบบพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัวในงบประมาณที่คุ้มค่าคุ้มราคา ตามที่ลูกค้าต้องการ มุ่งเน้นการบริการด้วยคุณภาพและมาตรฐาน ออกแบบตามสไตล์ที่ลูกค้าต้องการและงบประมาณที่มี ครับ

สนใจสามารถติดต่อทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ

รับสร้างบ้านและสวน เชียงราย จี พี โฮม


หมายเหตุ : ทางเว็บ ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ