บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล บรรยากาศมีกลิ่นอายญี่ปุ่น อบอุ่น หน้าอยู่ โทนน้ำตาลขาว

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล บรรยากาศมีกลิ่นอายญี่ปุ่น อบอุ่น หน้าอยู่ โทนน้ำตาลขาว

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล


บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะเป็นสไตล์ที่เน้นความเรียบง่าย สะอาดตา และให้ความรู้สึกผ่อนคลาย บ้านสไตล์นี้มักใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ไม้ หิน และผ้าลินิน อีกทั้งยังให้ความสำคัญกับการจัดวางเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งอย่างมีระเบียบ เพื่อให้บ้านดูโปร่งโล่งและสบายตา
ซึ่งวันนี้เราได้นำ  บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอลสไตล์นอร์ดิกโทนสีขาว รูปทรงสวยโดดเด่น  เป็นผลงานการออกแบบของทาง “หลองข้าว”จากเพจ Lhong Khao Architecture&Construction  พิกัด บ้านวังผู อ.แม่พริก จ.ลำปาง พื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมด 159 ตรม.  มาให้ทุกท่าชมเพื่อเป็นแนวทาง จะสวยขนาดไหน ไปชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้กันได้เลยครับ

ที่มาและรูปภาพ : Lhong Khao Architecture&Construction
เรียบเรียงโดย : Esanbanna.com

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

สำหรับบ้านหลังนี้นั้นมีความโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งตัวบ้านนั้นถูกเลือกใช้สีขาวเป็นหลักตัดสีของลายไม้ ตัวบ้านถูกยังสูงขึ้นประมาณ 60-70 ซม. บันไดทางขึ้นหน้าบ้านขนาดใหญ่ สำหรับประตูบ้านนั้นเลือกใช้ประตูกระจกขนาดใหญ่ เพื่อให้บ้านดูเป็นสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

ด้านข้างของตัวบ้านนั้นถูกออกแบบพื้นที่ให้มีทางเดินรอบบ้าน และปูด้วยกระเบื้องโทนสีน้ำตาลออกลายไม้สวยงามและเพิ่มความสะดวกสบายให้เจ้าของบ้านด้วย

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

ข้อดีของบ้านสไตล์มินิมอล

  • ช่วยให้บ้านดูกว้างและโปร่งสบายตา
  • ช่วยให้บ้านดูสะอาดและเรียบร้อย
  • ช่วยให้บ้านดูมีระเบียบและง่ายต่อการทำความสะอาด
  • ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการซื้อเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้าน

บ้านสไตล์ญี่ปุ่นมินิมอล

บริเวณข้างบ้านถูกออกแบบให้มีการติดตั้งกระจกแบบใส เพื่อให้สามารถรับแสงสว่างจากภายนอกได้อย่างทั่วถึง ซึ่งช่วยทำให้บรรยากาศภายในบ้านอยู้แล้วรู้สึกไม่อึดอัด

ภายในตัวบ้านเมื่อเราเปิดประตูเข้ามาจะเจอห้องโถงขนาดใหญ่ยาว เน้นโทนสีขาวตัดกระเบื้องลายไม้และยังมีชุดโชฟาสำหรับรับแขก ด้านบนเป็นฝ้าเรียบติดโคมไฟแบบหลุมเพิ่มแสงสว่างได้เป็นอย่างดี

ภายในถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาว ตัดกับโคมไฟโทนสีอบอุ่น จึงทำให้บรรยากาศภายในบ้านดูโปร่งโล่ง อากาศถ่ายเทได้อย่างสะดวก รู้สึกสบายๆ ทุกครั้งที่ได้เข้ามา

สำหรับห้องน้ำนั้น ภายในห้องน้ำ จะมีการเลือกใช้กระเบื้องหินอ่อนผนังที่เป็นลายสีเทาตัดขาว และมีการจัดวางองค์ประกอบภายในได้อย่างเป็นสัดส่วน ซึ่งน่าใช้งานมากๆ  ส่วนกระเบื้องพื้นเป็นสีเทาอ่อนๆ ทำให้ดูแลทำความสะอาดได้ง่าย

บ้านสไตล์มินิมอลสามารถตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความชอบและสไตล์ของแต่ละคน ตัวอย่างบ้านสไตล์มินิมอล เช่น

  • บ้านสไตล์มินิมอลแบบญี่ปุ่น เน้นการใช้โทนสีอ่อนๆ เฟอร์นิเจอร์ไม้ และวัสดุธรรมชาติ
  • บ้านสไตล์มินิมอลแบบนอร์ดิก เน้นการใช้โทนสีอ่อนๆ เส้นสายเรียบง่าย และวัสดุไม้
  • บ้านสไตล์มินิมอลแบบโมเดิร์น เน้นการใช้โทนสีเรียบๆ เส้นสายตรง และวัสดุสมัยใหม่

หากต้องการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอล ควรคำนึงถึงหลักการตกแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเป็นหลัก เพื่อให้บ้านออกมาดูเรียบง่าย สบายตา และน่าอยู่

สำหรับใครที่สนใจและ สามารถติดต่อเจ้าของผลงานได้โดยตรงตามช่องทางการติดต่อด้านล่างนี้

facebook : Lhong Khao Architecture&Construction
สนใจสอบถามรายละเอียด
: inbox หรือ 083-7941648


หมายเหตุ : ทางเพจไม่ได้รับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บอระเพ็ด สมุนไพรไทยมากสรรพคุณ รักษาเบาหวาน

บอระเพ็ด สมุนไพรไทยมากสรรพคุณ รักษาเบาหวาน

บอระเพ็ด

บอระเพ็ด


สวัสดีค่ะวันนี้นเรามีสมุนไพรไทยช่วยรักษาโรค มาฝากกันค่ะ  สมุนไพรไทยมีประโยชน์มากมายถ้าเรานำมาใช้ให้ถูกวิธี แต่ถ้าเราทานมากเกินไปมันก็อาจจะเป็นโทษได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าอาหารหรือยาถ้าทานให้พอดี ก็จะเป็นผลดีเสมอค่ะ สมุนไพรไทยในวันนี้คือ บอระเพ็ด รักษาเบาหวาน ถึงบอระเพ็ดจะมีรสชาติที่ขม แต่สรรพคุณทางยานั้นมีมากทีเดียว

บอระเพ็ด เป็นไม้เถาเลื้อยที่จัดอยู่ในประเภทไม้เนื้ออ่อนซึ่งมีคุณค่าทางสมุนไพรชนิดหนึ่ง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tinospora cordifolia วงศ์ Menispermaceae ชั้น Magnoliopsida อาณาจักร Plantae

บอระเพ็ดเป็นพืชพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พบมากในประเทศไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย อินเดีย จีน และญี่ปุ่น บอระเพ็ดมีลำต้นเป็นเถาเลื้อย ลำต้นอวบน้ำ แตกกิ่งก้านสาขามาก ใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปไข่ ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ดอกออกเป็นช่อกระจุก ดอกย่อยมีขนาดเล็ก กลีบดอกสีขาว ผลมีขนาดเล็ก กลม ผลอ่อนมีสีเขียว เมื่อสุกมีสีม่วง

ประโยชน์ของบอระเพ็ด

ช่วยแก้ไข้ได้ทุกชนิด   เนื่องจากมีรสขม ทำให้บอระเพ็ด สรรพคุณ ช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย ช่วยแก้ไข้ได้ทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัด ไข้จับสั่น ไข้ทรพิษ ไข้เหนือ ไข้สันนิบาต สอดคล้องกับตำรายาไทย ชื่อ พิกัดยาแก้ไข้ 5 ชนิด ที่ระบุชื่อของ บอระเพ็ด ไว้ ร่วมกับสมุนไพรอย่าง รากย่านาง รากคนทา รากชิงชี่ และ ขี้เหล็กทั้ง 5 ชนิด ในการแก้ไข้

 แก้อาการร้อนใน ดับกระหายน้ำ

บอระเพ็ดมีสารสำคัญชื่อ พิโครเรติน (picroretin) ที่นอกจากจะทำให้มีรสขมแล้ว ยังมีฤทธิ์เย็น ช่วยไล่ความร้อนออกจากร่างกาย ทำให้แก้อาการร้อนใน ดับกระหายน้ำ

รักษาอาการเบื่ออาหาร  ตำรายาไทย ระบุไว้ชัดเจนว่า หากนำ บอระเพ็ด มาต้มดื่ม จะช่วยให้เจริญอาหาร ช่วยย่อย แก้ท้องร่วง ท้องเสีย บำรุงน้ำดี บำรุงไฟธาตุ แก้โรคกระเพาะอาหาร  นอกจากนี้ ใน “พิกัดตรีญาณรส” ก็ยังกล่าวไว้ว่า เถาบอระเพ็ด สามารถช่วยให้กลับมารู้รสอาหารได้ดี คู่กับสมุนไพรอย่าง ไส้หมาก รากสะเดา จึงช่วยรักษาอาการเบื่ออาหารได้

ลดน้ำตาลในเลือด  จากงานวิจัยใหม่ พบว่า เมื่อใช้สารสกัดจากบอระเพ็ดฉีดเข้าไปในหนูทดลอง ที่ได้รับการกระตุ้นให้เป็นโรคเบาหวาน ผลการทดลองพบว่า สามารถช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี เช่นเดียวกับ ผลการทดลองในผู้ป่วยโรคเบาหวาน อย่างไรก็ตาม หากใช้รักษาอย่างต่อเนื่อง อาจเพิ่มระดับเอนไซม์ในไตและตับ ทำให้เป็นอันตราย ดังนั้น จึงควรรอการศึกษาเพิ่มเติม และ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่จะนำไปใช้รักษาโรคโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ใช้บำรุงไก่ชน นอกจากรับประทานเพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว คนไทยยังนิยมนำมาใช้ในวงการไก่ชน โดยการนำบอระเพ็ดมาหั่นเป็นแว่นชิ้นเล็ก ๆ คลุกกับน้ำผึ้ง หรือ นำไปตากแห้ง แล้วบดเป็นผง ผสมผงฟ้าทลายโจร ปนกับหัวอาหาร ให้ไก่ชนกิน จะช่วยบำรุงไก่ชน ให้มีพละกำลังแข็งแรงและใช้เป็นยาระบายให้กับไก่ชนด้วย

คนไทยนิยมนำ เถาของบอระเพ็ด มากินเพื่อรักษาโรค หรือ ใช้ประโยชน์มากที่สุด โดยหากจะกินให้มีประโยชน์จริง ๆ ควรกินทั้งที่ยังมีรสขม ซึ่งเทคนิคในการเลือกเถาบอระเพ็ด ควรเลือกเถาบอระเพ็ดที่อยู่ในระยะ เถาเพสลาด คือ ไม่อ่อน ไม่แก่ จนเกินไป และ มีรสชาติขมจัด เพราะหากเลือกเถาแก่ ผิวก็จะแตกแห้ง รสเฝื่อน ไม่มีรสขม หรือ ถ้าเลือกเถาที่อ่อนเกินไป ก็จะมีรสไม่ขมมาก

วัตถุดิบ

  1. เครือบอระเพ็ด 1 คืบ
  2. น้ำสะอาด 3 ลิตร
  3. หม้อสแตนเลส 1 ใบ

วิธีการทำ

  1. นำบอระเพ็ดมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เตรียมไว้
  2. ตั้งหม้อสแตนเลส เปิดไฟกลางค่อนไปทางอ่อน จากนั้นใส่น้ำลงไป ตามด้วยบอระเพ็ด ต้มให้เดือด
  3. แล้วกรองเอาแต่น้ำ มารับประทาน

วิธีรับประทาน

  • รับประทานหลังอาหาร เช้า – เย็น     ครั้งละ 1 แก้วกาแฟ ต่อวัน
  • ทานต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลา 41 วัน

ข้อควรระวังที่ควรหลีกเลี่ยง ขณะรับประทานยาสมุนไพรบอระเพ็ด

  • งดอาหารรสหวานทุกชนิด

สิ่งที่ต้องทำทุกครั้งก่อนรับประทาน

  • ตรวจระดับน้ำตาลในเลือดก่อนและหลัง รับประทาน

ข้อมูลอ้างอิง : Sgethai , ศูนย์การเรียนรู้สมุนไพรไทย – หมอพื้นบ้าน วัดคีรีวงก์ ( วัดน้ำตก )

เรียบเรียงโดย : นงนุช


บทความที่น่าสนใจ

สูตร ไข่พะโล้ เนื้อไก่และน่อง พร้อมวิธีทำง่ายๆ อร่อยแน่นนอน

สูตร ไข่พะโล้ เนื้อไก่และน่อง พร้อมวิธีทำง่ายๆ อร่อยแน่นนอน

ไข่พะโล้

เชื่อหลายๆ ท่านต้องเคยรับประทานเมนู ไข่พะโล้ กันบ้างซึ่งสูตรการทำไข่พะโล้ ก็จะแตกต่างกันออกไปแล้วแต่ล่ะพื้นที่แต่รสชาติหลักๆ อาจจะไม่แต่ต่างกันมากนัก ซึ่งวันนี้เรามีสูตรการทำไข่พะโล้ เนื้อไก่และน่อง พร้อมวิธีทำง่ายๆ มาฝากทุกท่านกันครับ เรามาดูกันว่ามีขั้นตอนการทำอย่างไร

เริ่มจาก การเตรียมส่วนผสม

  • ไข่ไก่ต้มประมาณ 5-10 ฟอง
  • เนื้อไก่และน่องไก่
  • รากผักชี
  • กระเทียม
  • ผงพะโล้
  • อบเชย
  • โป๊ยกั๊ก
  • พริกไทยดำ
  • น้ำตาลปี๊บ หรือ น้ำตาลทราย
  • ซีอิ๊วดำหวาน
  • ซอสหอย
  • ซอสปรุงรส
  • ซีอิ๊วขาว
  • น้ำเปล่า
  • ผักชีโรยหน้า เล็กน้อย
  • น้ำมันพืช

วิธีทำ

  • ต้มไข่ให้สุก แล้วปลอกเปลือกไข่พักไว้รอ จากนั้นโขลกรากผักชี กระเทียม พริกไทยดำให้เข้ากัน
  • หม้อตั้งเตาไฟปานกลาง ผัดน้ำมัน เมื่อน้ำมันร้อนใส่ส่วนผสมที่โขลกลงผัด พอหอมจากนั้นใส่ผงพะโล้ อบเชย โป๊ยกั๊ก
  • ใส่น้ำตาลปิ๊บคนพอละลาย ใส่น้ำตาลทราย ผัดให้สีเข้ม เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วดำหวาน ผัดให้เข้ากัน
  • ใส่เนื้อไก่และน่องไก่คลุกให้ทั่วเติมน้ำพอปริ่มไก่ พอไก่เริ่มสุกเล็กน้อย ใส่ไข่ต้มลงไปแล้วเติมน้ำให้ท่วมไข่ พอน้ำเดือดลดไฟอ่อน ต้มต่ออีก 30 นาที พร้อมตักเสิร์ฟ โรยด้วยผักชี

ประโยชน์ของไข่พะโล้

ไข่พะโล้เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ เช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี6 ธาตุเหล็ก ธาตุแคลเซียม เป็นต้น ไข่พะโล้ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และช่วยให้ระบบประสาททำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : www.withikaset.com


บทความที่น่าสนใจ

(คลิป) เลี้ยงปลาไหลนา ขั้นตอนการเตรียมบ่อ มือใหม่แบบละเอียด

(คลิป) เลี้ยงปลาไหลนา ขั้นตอนการเตรียมบ่อ มือใหม่แบบละเอียด

เลี้ยงปลาไหลนา


เลี้ยงปลาไหลนา ปลาไหลเป็นปลาน้ำจืดที่คุ้นเคยของคนไทย ไม่เพียงเป็นวัตถุดิบชั้นเลิตในเมนูอาหารพื้นบ้าน หากยังเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้ชุมชนปีละหลายล้านบาท แต่จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ การขยายพื้นที่ของชุมชนเมืองการทำลายแหล่งน้ำธรรมชาติ และการปล่อยของเสียลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้ปริมาณปลาไหลจากแหล่งน้ำธรรมชาติมีจำนวนลดน้อยลง

ปลาไหล มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Monopterus albus Zuiew ปลาไหลที่พบตามแหล่งน้ำธรรมชาติที่ค่อนข้างนิ่ง เช่น คูน้ำ ห้วย หนอง คลอง บึง เรียกว่า ปลาไหลบึง (swamp ee() ส่วนปลาไหลที่เจริญเติบโตในนาข้าว เรียกว่า ปลาไหลนา (rice-feld ee) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เอี่ยน” ปลาไหลอาศัยอยู่ตามพื้นโคลนที่มีซากพืชซากสัตว์เน่าเปื่อยสะสม ปกคลุมด้วยวัชพืชที่ชื้นแฉะ ในฤดูแล้งขุดรูลึก 1-1.5 เมตร ฝังตัวในลักษณะจำศีลใต้พื้นโคลน และสามารถอยู่อาศัยในที่แห้งแล้งได้นาน

พ่อพันธุ์แม่พันธุ์

  • เลือกพ่อพันธุ์ที่มีน้ำหนัก 300 – 420 กรัม ลำตัวยาว 60 เซนติเมตร แม่พันธุ์ที่มีน้ำหนัก 70-250 กรัม ลำตัวยาว 29-50 เซนติเมตร ปล่อยพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ในสัดส่วน (เพศผู้ : เพศเมีย) 1 : 3 ต่อพื้นที่ 1 ตารางเมตร เมื่อลูกปลาไหลมีอายุ 2 อาทิตย์ นำแม่พันธุ์ออกจากบ่อซีเมนต์ เพื่อป้องกันการกินลูกตัวเอง

ความแตกต่างของปลาไหลนาเพศผู้และเพศเมีย

  • ปลาไหลนาเพศผู้ ลักษณะภายนอกความยาวจะประมาณ 60 เซนติเมตรขึ้นไปและน้ำหนักตัวอยู่ที่ประมาณ 300 กรัม ขึ้นไป ท้องจะไม่อูม ส่วนลำตัวจะยาวเรียว ช่องเพศ สีขาวซีดไม่บวม ลำตัวจะมีสีเหลืองคล้ำ
  • ปลาไหลนาเพศเมีย ลักษณะภายนอกความยาวประมาณ 29.5 ถึง 60 cm น้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 70 ML 250 กรัม ลักษณะช่องท้องจะอูมในช่วงฤดูผสมพันธุ์ ส่วนลำตัวจะค่อนข้างอ้วนท้องป่อง ช่องเพศ จะมีสีแดงเรื่อ บวม ในช่วงถึงฤดูผสมพันธุ์ ลำตัวของปลาไหลเพศเมียจะเหลืองเปล่งปลั่ง

รูปแบบการวางไข่ปลาไหลนา

  • การวางไข่บริเวณกอหญ้าหรือพืชน้ำ สำหรับปลาไหลเพศเมียและเพศผู้นั้นจะจับคู่ก่อหวอด ซึ่งเพศเมียจะใช้ปากในการดูดไข่ที่ผสมเชื้อแล้วพ่นติดกันหวอด เกาะเป็นกลุ่มบริเวณกอหญ้าบนผิวน้ำ
  • การวางไข่ที่ปากรู สำหรับปลาไหลเพศเมียนั้นจะใช้ลำตัวดำดินปากรูให้เป็นโพรงสูงกว่าระดับน้ำประมาณ 1 milk เพื่อให้ไข่ลอยน้ำอยู่ในโพรงได้ ซึ่งตาหลังเลิกงานจะคอยระวังศัตรูอยู่ภายในรู และเฝ้าดูไข่จนกว่าลูกปลาไหลจะฟักเป็นตัวและเลี้ยงจนมีขนาด 3-4 นิ้ว ซึ่งลูกปลาไหลจะกินซากพืชและสัตว์หรือแมลงตัวเล็กๆเป็นอาหาร

อาหารปลาไหล

ปลาไหลเป็นปลาที่กินเนื้อเป็นอาหาร อาหารธรรมชาติของปลาไหล ได้แก่ หอย ปู กุ้ง กบ เขียด คางคก ปลาขนาดเล็ก และสัตว์น้ำอื่นๆ นอกจากนี้ อาหารปลาไหลที่เลี้ยงสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ได้แก่

  • อาหารสำเร็จรูป
  • อาหารสด

อาหารสำเร็จรูป

อาหารสำเร็จรูปสำหรับปลาไหลมีให้เลือกหลายยี่ห้อ มีทั้งแบบเม็ดและแบบผง อาหารสำเร็จรูปสำหรับปลาไหลมีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน ช่วยให้ปลาไหลเจริญเติบโตได้ดี

อาหารสด

อาหารสดสำหรับปลาไหล ได้แก่ หอยเชอรี่ หอยขม หนอนแดง กบ เขียด ปลาขนาดเล็ก และสัตว์น้ำอื่นๆ อาหารสดมีคุณค่าทางโภชนาการสูง แต่อาจเป็นแหล่งของโรคได้ จึงควรทำความสะอาดให้สะอาดก่อนนำมาให้ปลาไหลกิน

การให้อาหารปลาไหล ควรให้วันละ 2 ครั้ง เช้าและเย็น ปริมาณการให้อาหารขึ้นอยู่กับอายุและขนาดของปลาไหล โดยปลาไหลขนาดเล็กให้วันละ 3-5% ของน้ำหนักตัว ปลาไหลขนาดกลางให้วันละ 2-3% ของน้ำหนักตัว และปลาไหลขนาดใหญ่ให้วันละ 1-2% ของน้ำหนักตัว

ควรให้อาหารปลาไหลในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป หากให้อาหารมากเกินไป ปลาไหลอาจอ้วนเกินไปและเสี่ยงต่อโรคต่างๆ หากให้อาหารน้อยเกินไป ปลาไหลอาจเติบโตช้าและขาดสารอาหาร

ควรให้อาหารปลาไหลในบริเวณที่สะอาด ไม่สกปรก เพื่อให้ปลาไหลกินอาหารได้อย่างปลอดภัย

ที่มาภาพประกอบ : sarakaset.com , Youtrube : บ่าวอีสาน เมืองน้ำดำ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวไม่แฉะ อร่อย หอมหวานมัน

ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวไม่แฉะ อร่อย หอมหวานมัน

ข้าวเหนียวมะม่วง

ถ้าพูดถึงของหวานไทยที่คนทั่วโลกหลงรัก “ข้าวเหนียวมะม่วง” ต้องติดอันดับต้นๆ แน่นอน ด้วยความหอมของข้าวเหนียวมูลกะทิ มันของหัวกะทิ และความหวานฉ่ำของมะม่วงสุก ทำให้เป็นเมนูที่กินเมื่อไรก็สดชื่น บทความนี้เราจะพาคุณมาทำ ข้าวเหนียวมะม่วงสูตรโบราณแบบไทยแท้ ที่ทั้งหอม หวาน มัน นุ่มละมุน พร้อมเคล็ดลับเด็ดที่ทำให้ข้าวเหนียวไม่แฉะ กะทิไม่แตกมัน และมะม่วงสุกหวานกำลังดี

ส่วนผสม

  • ข้าวเหนียว  150-200 กรัม
  • กะทิ 120 -150 กรัม
  • น้ำตาลทราย 60 กรัม
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • ใบเตย 1 ใบ
  • มะม่วงสุก 2 ลูก
  • น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  • แช่ข้าวเหนียวทิ้งไว้ข้ามคืน (ข้าวเหนียวใหม่แช่ 4-5 ชม. ข้าวเหนียวเก่าแช่ทิ้งไว้ข้ามคืน) ผสมกะทิ น้ำตาลทราย เกลือป่น ให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนจนเดือด ใส่ใบเตยเพื่อให้มีกลิ่นหอมแล้วพักไว้
  • เทน้ำที่แช่ข้าวเหนียวออก ล้างให้สะอาดแล้วนิ่งให้สุก พอข้าวเหนียวสุกใส่ลงในภาชนะที่มีฝ่าปิด
  • มูนกะทิโดยการเทส่วนผสมน้ำกะทิที่เตรียมไว้ใส่ลงไป ใช้ทัพพีไม้คนให้ทั่ว เพื่อให้น้ำกะทิซึมเข้าสู่ข้าวเหนียวอย่างทั่วถึง แล้วปิดฝาตั้งทิ้งไว้ให้เย็นประมาณ 30 นาที ใส่น้ำมันพืชคนเกลี่ยให้ทั่วอีกครั้ง จัดใส่จานเสิร์ฟ กับมะม่วงสุกหอมๆ

เคล็ดลับ

  • การมูนข้าวเหนียวในคราวหนึ่ง ไม่ควรมีปริมาณน้อยจนเกินไป เพื่อให้ความร้อนจากข้าวเหนียวระอุเพียงพอ จนทำให้กะทิแตกมันสวย
  • ไม่ควรมูนข้าวเหนียวขณะร้อนจัด เพราะจะทำให้ข้าวเหนียว มีลักษณะเหนียวจนเกินไป
  • ถ้าต้องการตกแต่งหน้าด้วยกะทิ ให้ผสมหัวกะทิกับเกลือป่น คนให้ละลายนำไปตั้งไฟให้เดือด หากต้องการให้มีสีสวยงาม อาจจะเติมสีผสมอาหาร หรือน้ำใบเตยเล็กน้อยเพื่อให้ได้สีเข้มอ่อนตามต้องการ

ข้าวเหนียวมะม่วงสูตรโบราณเป็นของหวานไทยที่เรียบง่ายแต่แฝงด้วยเสน่ห์ในทุกขั้นตอน ทั้งความหอมของข้าวเหนียวมูนและกะทิสดที่เข้ากันอย่างลงตัวกับความหวานของมะม่วงสุก ใครที่ได้ลองทำสูตรนี้ รับรองว่าได้รสชาติแบบไทยแท้แทบไม่ต่างจากข้าวเหนียวมะม่วงเจ้าดังเลยค่ะ

ลองชวนคนในบ้านหรือเพื่อนๆ มาทำข้าวเหนียวมะม่วงสูตรโบราณกันดู รับรองว่าแค่กลิ่นหอมของกะทิก็ทำให้บรรยากาศในบ้านอบอวลด้วยความสุข


บทความที่น่าสนใจ

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง ดีไซน์ยกพื้นสูง โปร่งสบาย เหมาะกับทุกพื้นที่อยู่อาศัย

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง ดีไซน์ยกพื้นสูง โปร่งสบาย เหมาะกับทุกพื้นที่อยู่อาศัย

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง

สำหรับใครที่กำลังมองหาแบบบ้านที่ดูทันสมัย ใช้งานได้จริง และตอบโจทย์ทุกสภาพพื้นที่ “บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง” แบบยกพื้นสูงหลังนี้ ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความเรียบเท่ของสไตล์โมเดิร์นเข้ากับการออกแบบเพื่อให้เหมาะกับภูมิอากาศเมืองไทย ไม่ว่าจะสร้างบนพื้นที่ราบ พื้นที่ลาดเอียง หรือพื้นที่เสี่ยงน้ำขัง ก็สามารถอยู่ได้อย่างสบาย โปร่ง โล่ง และเย็นตลอดทั้งวัน

บ้านหลังนี้ยังโดดเด่นด้วยโครงสร้างที่ยกพื้นสูงจากระดับดิน ซึ่งช่วยเพิ่มการระบายอากาศใต้บ้าน ลดความชื้น และยังช่วยป้องกันน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับครอบครัวขนาดกลางที่ต้องการบ้านสวย ใช้งานได้จริง และมีความทันสมัยไม่ตกเทรนด์

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์นหลังนี้ออกแบบในรูปทรงเหลี่ยมทันสมัย เน้นเส้นสายคมชัดและการเล่นระดับหลังคาเพิงแหงนที่ดูโดดเด่นและมีมิติ ผนังภายนอกเลือกใช้โทนสีเทา–ขาวตัดกันอย่างลงตัว ให้ความรู้สึกเรียบหรูและสะอาดตา ด้านหน้ามีบันไดยกขึ้นสู่ระเบียงกว้างที่เชื่อมต่อกับประตูหลัก เพิ่มความรู้สึกโปร่งและเชิญชวน

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง

วัสดุที่ใช้ตกแต่งผนังบางส่วนเป็นลายหินทรายสีน้ำตาลอ่อน ช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับตัวบ้าน ขณะเดียวกันโครงเหล็กสีดำที่ใช้ในราวระเบียงและกรอบหน้าต่าง ก็ช่วยเสริมให้บ้านดูทันสมัยและแข็งแรงยิ่งขึ้น

ใต้ถุนบ้านเปิดโล่งสามารถใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ที่จอดรถ มุมซักล้าง หรือพื้นที่นั่งเล่นยามเย็น รอบตัวบ้านถูกออกแบบให้มีช่องหน้าต่างหลายบาน ช่วยรับแสงธรรมชาติและถ่ายเทอากาศได้ดี เหมาะอย่างยิ่งกับสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่ง

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น

เรารายละเอียดบ้านหลังนี้กันครับ สำหรับบ้านหลังนี้นั้น สร้างที่บ้านซุ้ง อ.นครหลวง จ.อยุธยา มีขนาด 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ห้องครัว 1 ที่จอดรถ พื้นที่ใช้สอย 161 ตรม.  ราคา 2,200,000 บาท (ราคาปี 68) สร้างโดยทีมงาน  รวยก่อสร้าง

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในบ้าน จะพบกับ “ห้องโถงหลัก” ที่ออกแบบให้ดูโปร่งโล่งและสว่างตา ผนังภายในใช้โทนสีขาวสะอาด ให้ความรู้สึกเรียบหรูและช่วยขับให้พื้นที่ดูกว้างขึ้น พื้นปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสีขาวแซมเทาเงางาม ช่วยเพิ่มความหรูหราและดูทันสมัยไปในตัว

เพดานออกแบบแบบหลุมฝ้าซ่อนไฟ พร้อมติดตั้งไฟดาวน์ไลท์รอบด้านและโคมไฟดีไซน์โมเดิร์นตรงกลาง ให้แสงสว่างนุ่มนวลและเพิ่มบรรยากาศอบอุ่นยามค่ำคืน รอบห้องมีช่องหน้าต่างกระจกบานใหญ่หลายบาน ช่วยรับแสงธรรมชาติและระบายอากาศได้ดี ทำให้ภายในบ้านเย็นสบายตลอดวัน

ด้านหน้ามีประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ที่เปิดเชื่อมต่อกับระเบียง ช่วยให้มองเห็นวิวธรรมชาติภายนอกได้อย่างเต็มตา เหมาะสำหรับใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของครอบครัว หรือจัดวางโซฟา โต๊ะรับแขก เพื่อใช้ต้อนรับแขกได้อย่างลงตัว

ห้องครัวของบ้านตกแต่งด้วยโทนสีขาวสว่าง ดูสะอาดและทันสมัย เคาน์เตอร์ครัวแบบก่อปูนปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อน มีทั้งเตาแก๊สและซิงก์ล้างจานในตำแหน่งใช้งานสะดวก ผนังกรุด้วยกระเบื้องกันคราบ ช่วยให้ดูแลง่ายและคงความใหม่อยู่เสมอ

มีหน้าต่างบานใหญ่เปิดรับแสงและลมธรรมชาติ ทำให้ภายในโปร่งไม่อับชื้น พร้อมชมวิวภายนอกได้เพลินตา ห้องครัวนี้จึงเหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ทั้งเรียบง่าย สะอาด และตอบโจทย์ทุกการทำอาหารของครอบครัว

ห้องน้ำตกแต่งในสไตล์โมเดิร์น ใช้โทนสีขาวเทาให้ความรู้สึกสะอาดและสบายตา ผนังปูด้วยกระเบื้องลายหินอ่อนสวยงาม ดูหรูหราและดูแลรักษาง่าย แบ่งพื้นที่ใช้งานแบบแห้งและเปียกอย่างเป็นสัดส่วน

ภายในติดตั้งสุขภัณฑ์ครบครัน ทั้งอ่างล้างหน้า โถสุขภัณฑ์ และชุดฝักบัวสีดำทันสมัย พร้อมเครื่องทำน้ำอุ่นเพิ่มความสะดวกสบาย หน้าต่างบานเลื่อนช่วยระบายอากาศได้ดี ทำให้ห้องน้ำโปร่ง ไม่อับชื้น และเหมาะกับการใช้งานในทุกวัน

บ้านเดี่ยวทรงโมเดิร์น 1 ชั้นครึ่งหลังนี้ ถือเป็นแบบบ้านที่ตอบโจทย์ทั้งความสวยงามและการใช้งานจริง ด้วยดีไซน์ยกพื้นสูงช่วยป้องกันความชื้นและระบายอากาศได้ดี ภายในโปร่งโล่งสบาย จัดสรรพื้นที่อย่างลงตัว เหมาะกับทุกทำเล ไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือชนบท ก็สามารถสร้างบรรยากาศการอยู่อาศัยที่ผ่อนคลายและอบอุ่นได้อย่างลงตัว เป็นอีกหนึ่งไอเดียบ้านที่ทั้งทันสมัยและน่าอยู่สำหรับครอบครัวยุคใหม่อย่างแท้จริง


ทางเว็บเป็นเพียงสื่อกลางในการแบ่งปันไอเดียเกี่ยวกับบ้านให้เพื่อนๆได้ชมเท่านั้น มิได้รับสร้างบ้านหรือออกแบบบ้านใดๆทั้งสิ้น และเราจะสรรหาไอเดียดีๆมาแบ่งปันเพื่อนๆอีกเรื่อยๆ ตามความเหมาะสม ขอขอบคุณที่ติดตามกันครับ (หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อเจ้าของโดยตรงตามข้อมูลในแต่ละบทความได้เลยครับ)


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การเลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป สำหรับมือใหม่

การเลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป สำหรับมือใหม่

การเลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป

เกษตรกรที่เลี้ยงสุกรหรือสัตว์ปีกในจำนวนไม่มากหรือเป็นฟาร์มขนาดเล็ก การใช้อาหารสัตว์สำเร็จรูปที่บริษัทผลิตและวางจำหน่ายในท้องตลาดนับเป็นวิธีการที่สะดวก และประหยัดกว่าการผสมอาหารสัตว์ใช้เอง ทั้งนี้เนื่องจากการจัดซื้อวัตถุดิบในบริมาณน้อย เกษตรกรจะซื้อในราคาที่สูงกว่า การซื้อวัตถุดิบในปริมาณมากๆ นอกจากนี้เกษตรกรไม่ต้องจัดหาอุปกรณ์ เครื่องมือที่ใช้ในการบดและผสมวัตถุดิบอาหารสัตว์ ค่าซ่อมบำรุงรักษาเครื่องมือและอุปกรณ์ ค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อวัตถุดิบแต่ละชนิด และการเก็บรักษาวัตถุดิบให้มีคุณภาพ ดังนั้นการซื้ออาหารสำเร็จรูปมาเลี้ยงสัตว์จึงเหมาะกับเกษตรกรรายที่เลี้ยงสัตว์ไม่มากนักหรือเกษตรกรที่ขาดความรู้ ความเข้าใจในการคำนวณสูตรและผสมอาหารสัตว์

อย่างไรก็ตามการซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป เกษตรกรจะต้องยึดแนฏิปฏิบัติดังนี้

(1) เลือกซื้ออาหารสัตว์ที่เหมาะสมกับนิดสัตว์ และอายุสัตว์

อาหารสัตว์สำเร็จรูปที่ผู้ผลิตและวางจำหน่ายในท้องตลาดนั้นจะผลิตแบ่งตานชนิดสัตว์ และช่วงอายุต่างๆ เช่น อาหารสุกรจะมีการแบ่งเป็น อาหารสุกรพันธุ์ อาหารสุกรก่อนหย่านม หรือเรียกว่าครีฟฟิด (creep feed) อาหารสุกรเล็ก อาหารสำหรับสุกรรุ่น อาหารสำหรับสุกรขุน (น้ำหนักเกิน 60 กิโลกรัม ถึงส่งโรงฆ่า) เป็นต้น หรือ อาหารไก่เนื้อ ก็อาจแบ่งเป็น ไก่เนื้อแรกเกิดถึงอายุ 3 สัปดาห์ และไก่เนื้ออายุเกิน 3 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนอาหารไก่พันธุ์หรือไก่ใช่ก็อาจแบ่งเป็นอาหารไก่พันธุ์หรือไก่ไข่แรกเกิดถึงอายุ 5 สัปดาห์อาหารไก่พันธุ์หรือไกไข่อายุเกิน 5 สัปดาห์ ถึง 12 สัปดาห์ อาหารไก่พันธุ์หรือไข่อายุเกิน 12 สัปดาห์ ถึง เริ่มไข่ อาหารไก่พันธุ์ หรือไก่ไข่ระยะไข่ เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทผู้ผลิต

ดังนั้นเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จำเป็นต้องเลือกชื้ออาหารสัตว์ให้ตรงกับชนิดสัตว์เลี้ยงและขนาดหรืออายุของสัตว์จึงจะทำให้สัตว์เลี้ยงมีประสิทธิภาพการใช้อาหารดีที่สุด และเป็นการลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ เนื่องจากการให้อาหารสัตว์เป็นไปตามที่สัตว์เลี้ยงต้องการไม่น้อยหรือมากเกินไป

(2) เลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป ที่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์แสดงที่ฉลากรวมทั้งมีชื่อผู้ผลิต สถานที่ผลิต ชัดเจน

เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์จะต้องเลือกชื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปที่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์ สถานที่ผลิต และผู้ผลิต แสดงไว้บนฉลากที่ชัดเจน ทั้งนี้เนื่องจากอาหารสัตว์สำเร็จรูปที่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์ผู้ผลิต และสถานที่ผลิตย่อมแสดงถึงว่าอาหารสัตว์สำเร็จรูปนั้นๆ เป็นอาหารที่ถูกต้องตามกฎหมายที่อนุญาตให้ผลิตเพื่อการจำหน่าย และมีการควบคุมและตรวจสอบคุณภาพจากหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้มีคุณภาพที่ดี ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงตามที่ผู้ผลิตขอขึ้นทะเบียนไว้ ดังนั้น หากเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปที่มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์จึงมั่งมั่นใจได้ว่า จะได้อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน เมื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ย่อมทำให้สัตว์มีการเจริญเติบโตที่ดี ให้ผลผลิตดี และมีสุขภาพดี ซึ่งเป็นหนทางหนึ่งในการลดต้นทุนการเลี้ยงสัตว์

(3) เลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปที่มีสภาพถุงหรือภาชนะที่บรรจุอุยู่ในสภาพใหม่ และไม่มีรอยการถูกเปิด หรือฉีกขาด

เกษตรกรควรซื้ออาหารสำเร็จรูปที่มีสภาพภาชนะบรรจุหรือถุงอยู่ในสภาพเรียบร้อย ไม่มีรอยฉีกขาด ไม่มีรอยเปียกน้ำ และมีสภาพใหม่ เพื่อมั่นใจได้ว่าอาหารสัตว์ที่บรรจุอยู่ในภาชนะนั้นอยู่ในสภาพใหม่ ไม่เสื่อมเสียหายจากการฉีดขาดของภาชนะบรรจุ หรือเปียกน้ำซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อรา หรือจุลินทรีย์หรือหืน ซึ่งหากนำไปเลี้ยงสัตว์อาจก่อให้เกิดผลเสียหายทำให้สัตว์ป่วยตายหรือชะงักการเจริญเติบโต

(4) สังเกตวันที่ผลิต และวันหมดอายุ

เกษตรกรต้องตรวจสอบวันที่ผลิต และหมดอายุบนฉลาก ซึ่งเกษตรกรไม่ควรซื้ออาหารสัตว์ที่หมดอายุ หรือใกล้วันหมดอายุ เนื่องจากจะได้อาหารสัตว์ที่ไม่มีคุณภาพ หรืออาหารสัตว์เสื่อม ไม่สามารถเก็บไว้ใช้ได้นาน

(5) เกษตรกรเมื่อซื้ออาหารสำเร็จรูปมาใช้ควรพิจารณาดูว่ามีข้อห้ามใช้ คำเตือน หรือระยะงดอาหารก่อนส่งตลาดหรือไม่ ซึ่งควรจะปฏิบัติตามข้อห้ามหรือคำเตือนที่ระบุไว้บนฉลากอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะทำให้ผลผลิตสัตว์มีคุณภาพและเพื่อให้เกิดผลดีต่อสัตว์เลี้ยงและผู้บริโภคผลิตภัตภัณฑ์จากสัตว์

การเลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูป สำหรับเกษตรกรมือใหม่ที่เริ่มต้นเลี้ยงสัตว์ไม่ว่าจะเป็นสุกร ไก่ หรือสัตว์ปีกอื่น ๆ การเลือกใช้อาหารสัตว์สำเร็จรูปนับว่าเป็นทางเลือกที่สะดวก ประหยัด และเหมาะสมที่สุด โดยเฉพาะกับผู้ที่ยังไม่มีความชำนาญในการผสมอาหารเอง สิ่งสำคัญคือ ต้องเลือกซื้ออาหารให้ตรงกับชนิดและช่วงอายุของสัตว์ ตรวจสอบฉลาก วันผลิต วันหมดอายุ รวมถึงความสมบูรณ์ของบรรจุภัณฑ์ และต้องเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ มีเลขทะเบียนอาหารสัตว์อย่างถูกต้อง

หากเกษตรกรใส่ใจและเลือกซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปอย่างถูกวิธี ไม่เพียงแค่ช่วยให้สัตว์เติบโตแข็งแรง มีสุขภาพดีเท่านั้น แต่ยังช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับเกษตรกรในระยะยาวอีกด้วย


บทความอื่นที่น่าสนใจ

การทำก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ อย่างละเอียด

การทำก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์ อย่างละเอียด

ก๊าซชีวภาพ คืออะไร

ก๊าซชีวภาพ คือ ก๊าซที่เกิดจากมูลสัตว์ หรือสารอินทรีย์ต่างๆ ถูกย่อยสลายโดยเชื้อจุลินทรีย์ในสภาพไม่มีอากาศ ทำให้เกิดก๊าซขึ้น ซึ่งก๊าซที่เกิดขึ้นเป็นก๊าซที่ผสมกันระหว่างก๊าซชนิดต่างๆได้แก่ มีเทน (CH4) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไนโตรเจน (N2) และก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) แต่ส่วนใหญ่แล้วจะประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นหลัก ซึ่งมีคุณสมบัติติดไฟได้

ทำไมถึงต้องมีก๊าซชีวภาพ

บ่อก๊าซชีวภาพ สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้เป็นอย่างดี นอกเหนือจากรักษาสภาพแวดล้อมแล้วยังได้ก๊าซชีวภาพมาเป็นแหล่งพลังงานในการหุงต้ม และให้แสงสว่างในครัวเรือนซึ่งจะช่วยให้ประหยัดการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง บ่อก๊าซชีวภาพยังให้ปุ๋ยอินทรีย์ที่สามารถนำมาใช้ปรับปรุงดินเพิ่มผลผลิตพืชได้อีกด้วย หรือนำมาใช้ร่วมกับปุ๋ยเคมีเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพใช้ปุ๋ยเคมีให้เป็นประโยชน์กับพืชมากขึ้น ทำให้ลดการขาดดุลทางการค้าในการสั่งปุ๋ยจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่ง

อุปกรณ์

1. ถังพลาสติกขนาดบรรจุ 200 ลิตร 1 ใบ พร้อมฝาปิด
2. ถังพลาสติกขนาดบรรจุ 200 ลิตร 1 ใบ เปิด
3. ถังพลาสติกขนาดบรรจุ 180 ลิตร 1 ใบ
4. ท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว
5. ข้อต่อท่อ PVC ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้วเกลียวนอกและเกลียวใน จำนวน 4 ตัว ข้อต่องอ 1 ตัว
6. ท่อ PVC 4 เกลียวนอกเกลียวใน วาวเปิด-ปิด
7. ท่อยางน้ำสายอ่อน
8. กาวซิลิโคน

วิธีทำถังหมักก๊าซ

  • เจาะถังด้านบนเพื่อใส่มูลโค ท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว ยาวเกือบถึงก้นถัง ด้านบนที่เติมมีฝาปิด เพื่อใส่เศษอาหารแต่ละมื้อ กับช่องประคองแกนกวนปฏิกูล
  • เจาะถังด้านข้างถัง ขนาด 2 นิ้ว เพื่อให้สิ่งปฏิกูลที่ย่อยสลายแล้วไหลออกและใช้ข้อต่องอสูงขึ้นบน
  • เจาะรูถังด้านบน ขนาด 4 หุน ใส่วาวปิดปิดด้านบนเพื่อนำแก๊สไปใช้หรือเก็บ
  • ถังสำหรับใส่สิ่งปฏิกูล เป็นถังหูหิ่ว
  • สายยางอ่อนเพื่อใช้ต่อสายไปใช้และเก็บ

วิธีทำถังเก็บก๊าซ

  • นำถัง 200 ลิตร เปิดฝาและใส่น้ำให้เต็ม
  • ใช้ถัง 180 ลิตร เปิดฝาและคว้ำลงในถังแรก
  • เจาะรูก้นถัง 180 ลิตร 1 รู เพื่อใช้แก๊สและเก็บ

วิธีหมักมูลสัตว์ที่ทำให้เกิดแก๊ส

  • ใช้มูลโคสด ผสมกับน้ำเปล่าอัตราส่วนผสมครั้งแรก น้ำเปล่า 35 ลิตร/มูลโคสด 35 ลิตร ผสมให้เข้ากัน ใส่ครั้งต่อไปอาทิตย์ละ 1 ครั้ง อัตรา น้ำเปล่า 5 ลิตร/มูลโคสด 5 ลิตร ผสมกันให้เข้ากัน เปิดช่องทางระบายด้านข้างเพื่อให้ปฏิกูลส่วนเกินไหลออกมา ปริมาณ 1 กก.
  • เกิดการย่อยสลาย สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยได้เป็นอย่างดี

ผลที่ได้รับ 

  • เป็นการส่งเสริมแนวความคิดในการประยุกต์ใช้พลังงาน และการใช้สิ่งปฏิกูลให้เกิดประโยชน์
  • ประยุกต์ใช้ในครัวเรือน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการใช้แก๊สหุงต้มในครัวเรือน ในระยะเวลา 3 ปี จะประหยัดกว่าการซื้อแก๊สขนาดบรรจุ 15 กก. คิดเป็นเงิน 1,800 – 2,300 บาท)

การทำก๊าซชีวภาพจากมูลสัตว์


บทความอื่นที่น่าสนใจ

สูตรอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงกบพ่อ-แม่พันธุ์

สูตรอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงกบพ่อ-แม่พันธุ์

สูตรอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงกบพ่อ-แม่พันธุ์

สูตรอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงกบพ่อ-แม่พันธุ์ เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงกบได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการบำรุงพ่อ-แม่พันธุ์ให้สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมต่อการผสมพันธุ์ ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการรอดของลูกกบ และได้กบที่โตเร็ว แข็งแรง ลดความเสี่ยงเรื่องโรคได้มากยิ่งขึ้น สูตรนี้ใช้งบไม่มาก ทำเองได้ง่าย ๆ ที่บ้าน โดยใช้วัตถุดิบที่หาได้ทั่วไป พร้อมทั้งผสมกับสูตรปรามโรคที่ช่วยเสริมภูมิต้านทานให้กับกบไปในตัว

วัตถุดิบ

  • ปลาซิวสด 1 กิโลกรัม
  • สูตรปรามโรค 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

นำมาปลาซิวสดๆ 1 กิโลกรัม มาหั่นให้เป็นชิ้นเล็กๆพอดีคำสำหรับให้กบกิน จากนั้นนำสูตรปรามโรค 2 ช้อนโต๊ะ คลุกเคล้าให้เข้ากันหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวยาในสูตรซึมเข้าเนื้อปลาซิว เมื่อครบเวลา ก็สามารถนำไปใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงกบพ่อ-แม่พันธุ์ได้เลย

วิธีนำไปใช้และประโยชน์

นำอาหารเสริมที่ได้หว่านลงในบ่อทีละน้อย ให้กบค่อยๆกินจนหมด ไม่ควรให้ปริมาณมากเพราะอาหารที่เหลืออาจเน่าเสียในบ่อได้ ใช้เลี้ยงสำหรับเป็นอาหารเสริมเพียงสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้กบที่เกษตรกรเตรียมสำหรับใช้ทำพ่อ-แม่พันธุ์มีความสมบูรณ์ แข็งแรง ผสมพันธุ์ได้เร็วขึ้น ต้านทานโรค ซึ่งจะส่งผลทำให้เกษตรได้ลูกกบในปริมาณที่มากขึ้น มีความแข็งแรงสมบูรณ์เหมือนพ่อ-แม่พันธุ์ดังกล่าว

สูตรปรามโรค (ใช้คลุกกับอาหาร)

ส่วนผสม

  • หัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วย 1 ส่วน
    • ทำโดยการสับหน่อกล้วยใบธงทั้งรากและเหง้า (ประมาณ 3 กิโลกรัม)
    • ผสมกับกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
    • หมักใส่ถังปิดฝาทิ้งไว้ 7 วัน
    • จากนั้นคั้นเอาแต่น้ำมาใช้เป็นหัวเชื้อ
  • กากน้ำตาล 1 ส่วน
  • น้ำส้มสายชูกลั่น 5% (แนะนำยี่ห้อ อสร.) 1 ส่วน
  • เหล้าขาว 35 ดีกรี 1 ส่วน

วิธีทำ

  • นำส่วนผสมทั้งหมดมาคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วหมักไว้ในภาชนะปิดฝาประมาณ 24 ชั่วโมง
  • เมื่อครบกำหนดแล้วสามารถนำไปใช้งานได้ทันที โดยใช้คลุกกับอาหารเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันให้กับกบ

สูตรอาหารเสริมสำหรับกบพ่อ-แม่พันธุ์นี้ เป็นแนวทางที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง เห็นผลชัดเจนในเรื่องความแข็งแรงของกบและผลผลิตลูกกบที่เพิ่มขึ้น ที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบพื้นบ้าน ประหยัด และทำเองได้ง่าย ๆ เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการเลี้ยงกบอย่างยั่งยืน ใครที่กำลังเตรียมพ่อ-แม่พันธุ์กบอยู่ ลองนำสูตรนี้ไปใช้ดู รับรองว่ากบสมบูรณ์และให้ลูกดกแน่นอน!


บทความอื่นที่น่าสนใจ

แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร เคยได้ยินคำนี้กันใช่ไหม?

แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร เคยได้ยินคำนี้กันใช่ไหม?

แพ้เป็นพระ-ชนะเป็นมาร

คำๆนี้มันหมายถึงใจนะ
พระก็คือผู้สละสิ่งที่มีค่าทางโลกอยากได้ ออกไป
มารก็คือผู้ที่อยากได้สิ่งมีค่าทางโลก เข้ามา

ใจมารมันอยากชนะทุกคน
แต่ใจพระจะแพ้ให้ผู้อื่นได้

พระอยู่วัดใช่ไหม? คำว่าวัด จึงหมายถึงการวัดจิตใจ
เข้าวัดจึงหมายถึง เข้ามาวัดจิตใจกันว่าใจจะสละทิ้งสิ่งที่ให้ค่าได้เพียงใด

การจะสละจากใจได้ ต้องเกิดจากการที่ใจเห็นโทษในสิ่งๆนั้น
สิ่งๆ นั้นจึงไม่มีค่าต่อจิตใจเราให้เกิดทุกข์อีกตลอดกาล

คำว่าทุกข์ที่เห็นนั้น คือการเวียนวนซ้ำๆ ซากๆ
สิ่งใดเวียนวนซ้ำซากสิ่งนั้นเป็นทุกข์

ดังนั้นไก่จึงเห็นว่าทุกข์ที่น่ากลัวที่สุด
คือทุกข์ที่วนเวียนหาทางออกไม่ได้

แล้วกิเลสทั้งปวงก็หลอกจิตดวงนี้ตกอยู่ใต้อำนาจของมัน
ให้เราวนเวียนอยู่สังสารวัฎใช่หรือป่าวหล่ะ
เด๋วไปนรก เด๋วไปสวรรค์ เด๋วไปมนุษย์
วนเวียนซ้ำซากไม่มีที่สิ้นสุด ใช่ไหมหล่ะ

คำสอนของพุทธองค์ ก็เพื่ิอให้จิตใจท่าน
ออกจากสิ่งวนเวียนซ้ำซากโดยการทิ้ง การสละ นั่นหล่ะ

หากสุขของท่านยัง เกิดดับ วนเวียน ไม่มั่นคง
เนื้อแท้ของสุขที่กิเลสหลอกท่านให้เห็นว่าดีนั้น ก็ คือทุกข์
ก็เป็นแค่กับดักอันนึงของกิเลส ให้ท่านไปหลงยึดดีเท่านั้นเอง

กล้าสละสิ่งที่เห็นว่าดีออกได้ ใจก็เริ่มเป็นพระหล่ะ
เพราะที่ทุกคนมันยึด ก็เพราะเห็นว่ามันดี!
หากไม่มีดี ก็ไม่มีไม่ดี..

นั่นจึงจะเรียกว่าดีจริง..ดีจริงต้องไม่ทุกข์
อยากฝึกใจเป็นมารก็หาเข้าสะสม
มันก็สุขแปบเดียวที่ได้แรกๆเด๋วก็กลายเป็นทุกข์

อยากฝึกใจเป็นพระก็สละออกไป มันจะทุกข์ตอนแรก
แต่มันจะไม่มีสิ่งนั้นให้ทุกข์อีก นั่นหล่ะสุขของจริงที่มั่นคง!
สุขจากการไม่มี…!

ที่มา : กุ๊กไก่ บรรลัยการช่าง