เกษตรกรรม » มหัศจรรย์ น้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์มากมาย

มหัศจรรย์ น้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์มากมาย

8 พฤศจิกายน 2022
508   0

มหัศจรรย์ น้ำมันมะพร้าว มีประโยชน์มากมาย

น้ำมันมะพร้าว

น้ำมันมะพร้าว





น้ำมันมะพร้าว เป็นน้ำมันธรรมชาติที่ผลิตจากเนื้อมะพร้าวแก่ คนไทยและชนชาติต่างๆ ในเอเชียและแปซิฟิกได้นำน้ำมันมะพร้าวไปใช้ประโยชน์เป็นอาหาร ยารักษาโรค และเครื่องสำอางมานับเป็นพันๆ ปี โดยไม่เกิดปัญหาต่อสุขภาพแต่อย่างใด แต่เมื่อ 35 ปีที่ผ่านมา น้ำมันมะพร้าวได้ถูกสมาคมถั่วเหลืองอเมริกันประณามว่า น้ำมันมะพร้าวซึ่งเป็นน้ำมันอิ่มตัว เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ โดยอ้างผลการวิจัยที่ใช้น้ำมันมะพร้าวให้สัตว์กิน แล้วเกิดโรคหัวใจจึงชักชวนให้คนเลิกบริโภคน้ำมันมะพร้าว และหันไปบริโภคน้ำมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันถั่วเหลือง แต่ปรากฎว่าน้ำมันมะพร้าวที่นำไปทดลอง เป็นน้ำมันที่ถูกเดิมไฮโดรเจน ซึ่งปัจจุบันเรารู้แล้วว่า น้ำมันอะไรก็ตามที่ถูกเติมไฮโดรเจน จะเปลี่ยนเป็นไขมันทรานส์ ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคแห่งความเสื่อมมากมาย รวมทั้งโรคหัวใจ ผลงานวิจัยในระยะหลังๆ สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ดีที่สุดต่อสุขภาพและความงามของมนุษย์

  • การมีกรดไขมันอิ่มตัว ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกกล่าวหาว่าเป็นอันตรายต่อหัวใจ แต่หากพิจารณาจากสูตรทางเคมีปรากฎว่ากรดไขมันอิ่มตัว ประกอบด้วยสายโซ่ที่มีอาตุคาร์บอน (C) เป็นแกนกลาง ที่ต่อกันด้วยแขนเดี่ยวที่มีความเสถียร หรืออยู่ตัว ไม่ถูกเติมด้วยออกชิเจน ก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ และไฮโดรเจน ดังเช่นไขมันไม่อิ่มตัวที่ธาตุคาร์บอนต่อกันด้วยแขนคู่ที่ไม่เสถียรการเติมออกซิเจนก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ ส่วนการเติมไฮโดรเจนก่อให้เกิดไขมันทรานส์ ทั้งอนุมูลอิสระและไขมันทรานส์ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยเฉพาะก่อให้เกิดโรคแห่งความเสื่อม เช่นโรคหัวใจโรคมะเร็ง โรคเบาหวานฯ
  • การมีกรดไขมันขนาดกลางเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เพราะไม่จำเป็นต้องใช้เนไซม์ในการย่อย แต่จะผ่านอย่างรวดเร็วจากปาก เข้าหลอดคอ สู่กระเพาะอาหาร แล้วเข้าสู่ลำไส้ แล้วจึงถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิตจนไปถึงตับที่มีหน้าที่เปลี่ยนให้เป็นพลังงาน ซึ่งผิดกับไขมันที่มีขนาดยาว ที่ย่อยยากแต่จะเคลื่อนย้ายอย่างช้า ๆ จนไปสะสมเป็นไขมันในเนื้อเยื่อไขมันที่พุง และกล้ามเนื้อทำให้อ้วน สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันชนิดเดียวในโลกที่กินแล้วทำให้ผอมได้ (Eat Fat-Look Thin)
  • การมีสารต่อต้านเชื้อโรค ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันทำให้เราไม่เป็นโรค อีกทั้งยังฆ่าเชื้อโรคได้ในกรณีที่เราเป็นโรคแล้ว สารที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคในน้ำมันมะพร้าวประกอบด้วยกรดลอริก ซึ่งเหมือนกับที่มีอยู่ในน้ำนมของแม่ที่ช่วยให้ทารกมีภูมิคุ้มกันในระยะ6 เดือนแรกที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่พัฒนา นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าวยังมีกรดคาปริก กรดคาปริลิก กรดคาปริโอนิก และกรดไมริสติก ที่ต่างก็ช่วยกันต่อต้านกับเชื้อโรคที่เข้ามาสู่ร่างกาย สารต่อต้านเชื้อโรคเหล่านี้สามารถทำลายเชื้อโรคที่เป็นแบคทีเรียเชื้อรา เชื้อยีสต์ เชื้อไวรัส เชื้อโปรโตชัว และพยาธิ ที่ก่อให้เกิดโรคแก่มนุษย์มากมาย
  • การมีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อันได้แก่ วิตามินอี ไฟโตส-เตอรอล และสารฟีนอลลิก ช่วยให้น้ำมะพร้าวไม่ถูกเติมออกชิเจนจึงไม่เกิดการทีน และไม่เกิดอนุมูลอิสระ ในขณะเดียวกันแอนตี้ออกซิแดนท์ในน้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้อาหารที่บริโภคเข้าไปพร้อมกันไม่ถูกเติมออกชิเจน ทั้ง ๆที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีออกซิเจนและอุณหภูมิที่เหมาะสมในร่างกายของเรา นอกจากนั้นน้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้เนื้อเยื่อและอวัยวะในร่างกายของเราไม่ถูกเติมออกชิเจนไปด้วย ผลก็คือไม่เกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้เยื่อหุ้มเชลล์ฉีกขาด หรือเป็นรูพรุน จนสารพิษและเชื้อโรคเข้าไปได้ และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีน อันนำไปสู่การเกิดมะเร็งและโรคแห่งความเสื่อมต่างๆ ในขณะเดียวกัน ก็ทำให้เกิดภาวะชราภาพก่อนวัย เพราะผิวหนังเหี่ยวย่น อวัยวะเสื่อม ฯลฯ
    การแพทย์แผนไทยได้นำน้ำมันมะพร้าวไปใช้ประโยชน์ทางยามานับเป็นเวลาหลายร้อยปี เช่น รักษาแผลเรื้อรัง รักษากลากเกลื้อน แก้ปวดฟัน รักษาเล็บแตก รักษาคางทูม รักษาแผลเป็นแก้ชันนะตุ พุพอง แก้รังแค รักษาน้ำกัดเท้า รักษาฝ่ามือแตก และเล็บขบ แก้ผิวหนังด่าง แตกแห้งเป็นขุย แผลไฟไหม้ แก้น้ำร้อนลวก ใส่แผลทั้งสุดและแท้งชนชาติต่างๆ ที่มีมะพร้าวขึ้นอยู่ ต่างก็ถือว่า มะพร้าวเป็นต้นไม้แห่งชีวิต ที่นอกจากจะนำส่วนต่างๆ ของต้นมาใช้ประโยชน์ได้แล้ว ยังใช้น้ำมันมะพร้าวมารักษาโรคนานัปการ ผลการวิจัยในด้านการแพทย์ในระยะหลังๆ แสดงให้เห็นว่า น้ำมันมะพร้าวสามารถควบคุมโรคดังต่อไปนี้
  • โรคติดเชื้อ (Infectious Diseases) ที่เกิดจาก :
    • แบคทีเรีย เช่น โรคปอดบวม คอเจ็บ โรคทางเดินปัสสาวะโรคกระเพาะ โรคไซนัส ฟันผุ หนองใน
    • เชื้อรา เช่น กลาก เกลื้อน ฮ่องกงฟุต
    • เชื้อรา เช่น โรคตกขาว และคันในช่องคลอด (candidiasis)
    • ไวรัส เช่น โรคคางทูม หัด เริม ไข้หวัดใหญ่ โรคเอดส์ โรคซาร์ส โรคหวัดนก
    • โปรโตซัว เช่น โรคบิด มาลาเรีย ตะคริวในช่องท้อง ท้องร่วงท้องอืด อาเจียน
  • โรคไม่ติดเชื้อ (Non-infectious Diseases)
    • โรคหัวใจ เกิดจากการที่หลอดเลือดแดงแข็งตัวมีการสะสมของสารไปอุดตันหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลไปหล่อเลี้ยงหัวใจได้ จึงเกิดอาการหัวใจวาย การเกิดการอุดตันของหลอดเลือดแดง เกิดจากการเกิดบาดแผลในหลอดเลือด จากผลของเชื้อโรค สารพิษ ความดันเลือด การสูบบุหรี่ ความเครียดทำให้อิ่มเลือดเคลื่อนที่มารักษาบาดแผล และการสะสมวัสดุอุดตันอันประกอบด้วย โปรตีน เยื่อใย คอเลสเตอรอล ไตรกลีเซอไรด์ มีผลงานวิจัยมากมายที่สรุปได้ว่า น้ำมันมะพร้าว ซึ่งเป็นไขมันอิ่มตัวไม่ใช่สาเหตุของโรคหัวใจ และจากการศึกษาทางระบาดวิทยา พบว่า ชนชาติที่บริโภคน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำไม่มีใครเป็นโรคหัวใจ
    • โรคมะเร็ง จากการที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกัไม่ให้เกิดอนุมูลอิสระที่ไปเปลี่ยนแปลงยีนเป็นเซลล์มะเร็ง อีกทั้งยังช่วยชะงักการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง นอกจากนั้น น้ำมันมะพร้าวยังช่วยให้ปลอดภัยจากการทำลายของไขมันทรานส์ และของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดมะเร็ง อีกทั้งยังส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง
    • โรคเบาหวาน เกิดมาจากการที่เซลล์ขาดอาหาร เพราะน้ำตาลเข้าไปในเซลล์ไม่ได้เนื่องจากขาดอินซูลิน เซลล์ไม่ตอบสนองน้ำตาลจึงคั่งในกระแสเลือด และถูกตับขับออกไปร่วมกับปัสสาวะแต่น้ำมันมะพร้าวมีโมเลกุลขนาดเล็ก จึงเข้าไปในเซลล์ได้โดยไม่ต้องมีอินซูลินเป็นตัวพาเข้าเหมือนน้ำตาล อีกทั้งยังใช้เป็นอาหารของเซลล์ได้ และช่วยกระตุ้นให้ตับอ่อน กลับมาสร้างอินซูลินจึงรักษาโรคเบาหวานให้หายขาดได้
    • โรคอ้วน จากการที่ตัวมันเองเปลี่ยนเป็นพลังงานในตับจนหมดสิ้น ไม่มีเหลือไปสะสมเป็นไขมัน ช่วยกระตุ้นให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานดีขึ้น จึงเร่งกระบวนการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงานดีขึ้นช่วยเปลี่ยนอาหาร เช่น แป้งและน้ำตาลที่รับประทานเข้าไปพร้อมกันเป็นพลังงาน ไม่เหลือเป็นไขมัน อีกทั้งยังเกิดความร้อนสูงขึ้นไปช่วยเปลี่ยนไขมันที่สะสมไว้แต่เดิมไปเปลี่ยนเป็นพลังงาน ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสวยงาม

คุณสมบัติที่ดีอื่นๆ

  • เป็นสารธรรมชาติ ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อร่างกาย
  • มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรคโดยไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา
  • ฆ่าเฉพาะเชื้อโรคโดย ไม่ก่อให้เกิดการดื้อยา
  • ฆ่าเฉพาะเชื้อโรค ไม่ฆ่าจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์หาได้ง่าย ใช้สะดวก ประหยัด ไม่ต้องมีใบสั่งยา

ที่มา : ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร สถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร




บทความอื่นที่น่าสนใจ