ไอเดีย!! บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส ท่ามกลางธรรมชาติ

ไอเดีย!! บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น สีสันสดใส ท่ามกลางธรรมชาติ

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น


บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น เป็นการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างการออกแบบร่วมสมัยกับความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตแบบชนบท บ้านสไตล์นี้มักมีลักษณะเรียบง่าย เส้นสายที่สะอาดตา และหน้าต่างบานใหญ่เพื่อเปิดรับแสงธรรมชาติและทิวทัศน์โดยรอบ




คนที่ชื่นชอบการใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ อยู่แบบเรียบง่ายพอเพียง และไม่ชอบความวุ่นวาย สำหรับบ้านหลังนี้ได้รับการเผยแพร่จากเผยแพร่เฟซบุ๊ก ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์ เป็นบ้านปลายนาหลังน้อย มีระเบียงหน้าบ้านเอาไว้รับลมเย็นๆ ซึ่งได้แชร์เอาไว้ให้เพื่อนๆชมกันเป็นแรงบันดาลใจและไอเดียในการสร้างบ้าน ไอเดียบ้านบ้านสวนหลังเล็ก ขนาดกะทัดรัด เหมาะสร้างไว้พักผ่อนยามเกษียณ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อนจากความเร่งรีบและคึกคักของชีวิตในเมือง นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการใช้เวลากลางแจ้งและเพลิดเพลินกับความงามตามธรรมชาติ

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

ด้านหน้าและด้านข้างเป็นระเบียงขนาดใหญ่มีที่นั่งสำหรับพักผ่อนย่อนใจ หรือแขกที่มาเที่ยว ซึ่งจุดนี้สร้างจุดที่ดึงดูดสายตาได้ดีและทำให้บ้านดูโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น




บ้านสวนสไตล์โมเดิร์น

ด้านในเน้นความเรียบหรูด้วยโทนสีขาวของผนังและพื้น เป็นห้องโถงนาดใหญ่โล่งโปร่งสบาย ติดประตูและหน้าต่างเป็นกระจกบานใหญ่สวยงาม

บ้านสวนสไตล์โมเดิร์นเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกคนที่ต้องการบ้านที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้ บ้านเหล่านี้ให้ความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตแบบร่วมสมัยผสมผสานกับเสน่ห์ของการใช้ชีวิตในชนบท

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา ขอพรเสริมมงคลให้ชีวิต จบใน 1 วัน

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา ขอพรเสริมมงคลให้ชีวิต จบใน 1 วัน

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา


เอาใจสายบุญที่มีเวลาน้อยกับทริป ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา ขอพรเสริมมงคลให้ชีวิต จบใน 1 วัน แถมได้รับความประทับใจกลับบ้านอย่างแน่นอน




หากพูดถึงการทำบุญไหว้พระ หลายๆ คนคงนึกถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างแน่นอน เนื่องจากอยุธยานั้น เป็นจังหวัดที่เต็มไปด้วยวัดวาอารามสำคัญ ๆ ผู้คนจึงนิยมมาไหว้พระขอพร เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัว โดยการทำบุญไหว้พระนั้น สามารถทำบุญได้ทุกวัด ขึ้นอยู่กับศรัทธาของแต่ละคน โดยส่วนใหญ่คนมักจะเลือกทำบุญที่พระอารามหลวง หรือวัดที่มีประวัติศาสตร์อย่างวัดที่อยุธยา เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต จังหวัดอยุธยา มีวัดไหนกันบ้าง ตามเราไปทำบุญกันเลย

1.วัดใหญ่ชัยมงคล

วัดใหญ่ชัยมงคล

รูปภาพจาก : tourismthailand

วัดใหญ่ชัยมงคลถือว่าเป็นวัดมีความสำคัญทางประวัติศาตร์ไทย  เป็นหนึ่งในวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมมาเยี่ยมชมมากที่สุดในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  จุดสนใจของวัดใหญ่ชัยมงคล คือเรื่องราวทางประวัติศาตร์ในสมัยกรุงศรีอยุธยาในปี พ.ศ. 2135 เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงทําศึกยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราช  ทรงสร้างพระเจดีย์ใหญ่ขึ้นที่วัดนี้เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะ ขนานนามว่า พระเจดีย์ชัยมงคล ต่อมาเรียกชื่อเป็นวัดใหญ่ชัยมงคล

ปัจจุบัน ด้านหลังวัดมีตำหนักสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีพระบรมราชานุสาวรีย์ของพระองค์อยู่ ณ สถานที่แห่งนี้ ให้ผู้นับถือศรัทธาเข้ามากราบไหว้สำหรับคนที่ขับรถส่วนตัวมาช่วงวันหยุด ก็ไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีที่จอด เพราะ วัดใหญ่ชัยมงคลมีที่จอดรถรองรับนักท่องเที่ยวเพียงพอแน่นอน

Location : 40/3 ม.3 ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.00-17.00 น.
ค่าเข้าชม : ฟรี
สอบถามข้อมูล : โทร. 0 3524 2640
แผนที่ : วัดใหญ่ชัยมงคล

2. วัดมเหยงคณ์

วัดมเหยงคณ์

รูปภาพจาก : https://thai.tourismthailand.org/

วัดมเหยงคณ์ เป็นวัดราษฎร์สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ตั้งอยู่ในตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา วัดมเหยงคณ์ หรือ วัดมหิยงคณ์ มีความหมายถึง ภูเขา หรือ เนินดิน คำว่า มเหยงคน์เป็นชื่อของพระธาตุที่มีความสำคัญของศรีลังกา เรียกว่า มหิยังคณ์เจดีย์ เดิมเป็นพระอารามหลวงฝ่ายวิปัสสนาธุระ

Location: วัดมเหยงคณ์ ม.5 ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา
เปิดให้เข้าชม : เปิดทำการเวลา 08.00 – 16.30 น.
ค่าเข้าชม : ค่าเข้าชม 10 บาท/คน

3.วัดพนัญเชิงวรวิหาร

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

รูปภาพจาก : th.trip.com

วัดพนัญเชิง วัดเก่าแก่ ที่มีประวัติอันยาวนาน และไม่ปรากฎหลักฐานที่แน่ชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง มีเพียงข้อสันนิษฐานว่าก่อสร้างก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา ความนิยมของคนที่มาเยี่ยมชมส่วนใหญ่เป็นเพราะชื่อเสียงโด่งดังของหลวงพ่อโตหรือเจ้าพ่อซำปอกงทั่วประเทศ  ถือกันว่าเป็นพระโบราณคู่บ้านคู่เมืองกรุงศรีอยุธยามาแต่แรกสร้างกรุง ทั้งชาวไทยและชาวจีนต่างให้ความเคารพนับถือมาช้านาน

วัดพนัญเชิงอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณวัดค่อนข้างกว้างใหญ่ รองรับที่จอดรถได้มาก

เปิดให้เข้าชม : เวลา 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม : ชาวไทยฟรี / ชาวต่างชาติ 20 บาท
สอบถามข้อมูล : โทร. 0-3524-3867-8
แผนที่ : วัดพนัญเชิงวรวิหาร

4.วัดภูเขาทอง

วัดภูเขาทอง

รูปภาพจาก : facebook วัดภูเขาทอง

วัดภูเขาทอง งดงามตระการตาด้วยโบราณสถาน คือ  เจดีย์ภูเขาทองสีขาว  มองเห็นได้ในระยะไกล  มีบันไดสีขาวทอดยาวไปถึงยอดเจดีย์ มีระเบียงสำหรับชมวิวท้องทุ่งนาได้ ถือเป็นเจดีย์ที่แปลกตา หากเทียบกับวัดอื่น ๆในอยุธยา เพราะส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวจะคุ้นเคยโบราณสถานที่ก่อด้วยอิฐสีน้ำตาลเท่านั้น ปัจจุบันกรมศิลปากรสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงม้าในบริเวณด้านหน้าวัดภูเขาทอง เพื่อให้ประชาชนสักการบูชา




ประวัติศาสตร์วัดภูเขาทองนี้ถูกกล่าวไว้ว่า พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง เป็นผู้สร้างพระมหาเจดีย์ประธานขึ้น เมื่อปี พ.ศ. 2112 ศิลปะแบบมอญสูงใหญ่ ไว้เพื่อเป็นที่ระลึกเมื่อคราวรบชนะไทย  ต่อมา เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชกลับคืนมา  จึงโปรดให้สร้างเจดีย์แบบอยุธยา บูรณะวัดภูเขาทอง ครั้งใหญ่ ทำให้เจดีย์ภูเขาทองมีลักษณะสถาปัตยกรรมสองแบบผสมกันนั่นเอง

เปิดให้เข้าชม : เวลา 07.00-17.00 น
ค่าเข้าชม : ฟรี
สอบถามข้อมูล :  Facebook วัดภูเขาทอง
แผนที่ :  วัดภูเขาทอง

5. วัดมหาธาตุ

วัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่ประดิษฐานพระบรมธาตุใจกลางพระนคร ความน่าสนใจของวัดมหาธาตุ ได้แก่ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ตั้งอยู่ในรากโพธิ์ และเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของวัด, เจดีย์แปดเหลี่ยม, วิหารเล็ก, พระปรางค์ประธาน, จิตรกรรมฝาผนัง, วิหารหลวง และพระอุโบสถ เป็นต้น วัดมหาธาตุ จึงเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญที่รวมไว้ซึ่งศิลปะและสถาปัตยกรรมหลากยุคหลายสมัย ควรค่าแก่การเข้าเที่ยวชมเป็นอย่างยิ่ง

วัดมหาธาตุ

รูปภาพจาก : https://go.ayutthaya.go.th/

วัดมหาธาตุ สร้างขึ้นในสมัย สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ขุนหลวงพะงั่ว เมื่อปี พ.ศ.1917 แต่ไม่แล้วเสร็จดี พระองค์ทรงเสด็จสวรรคตเสียก่อน จึงได้สร้างเพิ่มเติมจนเสร็จสิ้น ในสมัยของ สมเด็จพระราเมศวร ค่ะ อีกทั้งได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้าง พระปรางค์ประธาน และอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดมหาธาตุ เมื่อปี พ.ศ.1927 ซึ่งปรากฏในพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา ทำให้ที่นี่เป็นวัดสำคัญอย่างมากในสมัยกรุงศรีอยุธยา

     นอกจากนี้ วัดมหาธาตุ ยังเป็นสถานที่สำคัญในการจัดพระราชพิธีต่างๆ ของกรุงศรีอยุธยา โดยมีสมเด็จพระสังฆราช ฝ่ายคามวาสีประทับอยู่ ทำให้ที่นี่เป็นศูนย์กลางของพระนครอีกด้วย

วัดมหาธาตุ

รูปภาพจาก : https://th.wikipedia.org/

ข้อมูล วัดมหาธาตุ

  • ที่อยู่ : ถนนนเรศวร ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/fmfeaY4x6YyfLiSX6
  • เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.
  • โทร : อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา 0-3524-2286
  • เว็บไซต์ : https://www.facebook.com/AY.HI.PARK

6. วัดพุทไธศวรรย์

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา

พระอารามหลวงเก่าแก่ที่ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก สร้างมานานกว่า 600 ปี โดยเป็นวัดที่พระเจ้าอู่ทองโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในบริเวณที่เคยตั้งพลับพลาที่ประทับ เมื่อครั้งอพยพมาอยู่กรุงศรีอยุธยาก่อนที่จะมีการสถาปนา ภายในวัดมีทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์และโบราณน่าสนใจ ทั้งพระมหาธาตุ หรือปรางค์ประธานสีขาวศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาส วิหารพระพุทไธศวรรย์ (พระนอน) หลวงพ่อดำ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ว่ากันว่าหากเจ็บป่วยมักไปขอพรให้หายหรืออาการทุเลาลง นอกจากยังมีเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์และเล่าขานกันว่าเคยเป็นสถานที่ฝึกอาวุธยุทโธปกรณ์ของทหารก่อนที่จะออกศึกสงคราม รวมถึงยังมีโบราณสถานอีกมากมาย โดยเฉพาะตำหนักพระพุทธโฆษาจารย์ พระเถระชั้นผู้ใหญ่ประจำอยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยาที่ไม่ควรพลาดไปเยี่ยมชม

  • ที่ตั้ง : ตำบลสำเภาล่ม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น.

7. วัดไชยวัฒนาราม

ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา

วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าปราสาททอง และยังเป็นวัดที่ขึ้นชื่อว่าความงดงามมากแห่งหนึ่งในกรุงศรีอยุธยา จุดที่สำคัญในวัดนี้เห็นจะเป็น ระเบียงคด ที่จะเป็นส่วนเชื่อมต่อเมรุแต่ละเมรุเอาไว้ ภายในพระระเบียงมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ ที่นี่จะมีพระพุทธรูปปางมารวิชัยประดิษฐานอยู่ทั้งหมด 120 องค์ ปัจจุบันเหลือเพียง 2 องค์เท่านั้น และยิ่งตอนค่ำ ๆ จะมีการส่องไฟชมโบราณสถานที่ บอกเลยว่าสวยงามมาก ๆ แล้วถ้าได้ใส่ชุดไทยถ่ายรูปอย่างกับหลุดออกมาจากยุคกรุงศรีอยุธยากันเลย เป็นอีกวัดหนึ่งในการมาไหว้พระอยุธยา 9 วัดที่ควรมามาก ๆ

  • ที่อยู่ : ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
  • พิกัด : Google map
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-18.30 น.
  • โทร : 035-322-730
  • เว็บไซต์ : Facebook/วัดไชยวัฒนาราม

8. วัดราชบูรณะ

วัดราชบูรณะ

วัดมหาธาตุ ซึ่งวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดในอยุธยา สร้างในปีพุทธศักราช 1967 ในสมัยพระบรมราธิราชที่ 2 ในวัดราชบูรณะประกอบด้วยองค์ปรางค์ประธานล้อมด้วยระเบียงคด พระอุโบสถจะตั้งอยู่ทางด้านหลังของวัด จุดที่น่าสนใจของวัดนี้คือมีปรางค์ประธาร ที่มีขนาดใหญ่สร้างด้วยศิลาแลงบนฐานสี่เหลี่ยมซึ่งมีเจดีย์อยู่ทั้งสี่ทิศ ล้อมรอบด้วยระเบียงคด และยังมีสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น วิหารราย และเจดีย์รายรูปทรงต่าง ๆ ถ้าจัดทริปไปไหว้พระเสริมดวงที่อยุธยา ก็อย่าพลาดที่จะไปชมวัดแห่งนี้กันด้วยนะ

  • ที่อยู่ :  ซอยชีกุน ตำบลท่าวาสุกรี อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 13000
  • พิกัด : Google map
  • เปิดให้เข้าชม : 08.00-16.30 น.

9. วัดพระศรีสรรเพชญ์

วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นวัดเก่าแก่อีกวัดหนึ่งในอยุธยาที่สร้างขึ้นในสมัยพระบรมไตรโลกนาถ ซึ่งวัดนี้เป็นวัดที่สร้างอยู่ในพระราชวังในสมัยพระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษาเหมือนกับวัดพระศรีรัตรศาสดารามนั่นเอง ถ้าได้ที่นี่เหมือนย้อนเวลากลับไปอยู่ในช่วงสมัยอยุธยาจริง ๆ ด้วยบรรยากาศความเก่าแก่ของโบราณสถาน พระพุทธรูป และสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ จุดเด่นที่นี่คือจะมี เจดีย์ทรงลังกา 3 องค์ วางเรียงกัน เป็นที่บรรจุพระบรมอัฐิของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 3 และสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 นั่นเอง มาที่นี่ยังอย่าลืมพกร่มมาด้วย เพราะอากาศค่อนข้างร้อนใช้ได้เลย

  • ที่อยู่ : ตำบลประตูชัย อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • พิกัด : Google map
  • เปิดให้เข้าชม : 08.30-16.30 น.

เป็นอันจบลงสำหรับ ไหว้พระ 9 วัด จังหวัดอยุธยา ขอพรเสริมมงคลให้ชีวิต จบใน 1 วัน ที่เราได้คัดเลือกนำมาฝาก แล้วการเข้าวัดทำบุญนั้น ไม่จำเป็นจะต้องรอให้ถึงวันสำคัญทางพุทธศาสนา สามารถเข้าวัดมาทำบุญได้ทุกวัน หากใครอยากมาเที่ยวชิล ๆ  เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับชีวิต การไหว้พระอยุธยา 9 วัด เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ




บทความที่เกี่ยวข้อง

เปิดแอร์อย่างไรให้เย็นฉ่ำ ประหยัดค่าไฟ

เปิดแอร์อย่างไรให้เย็นฉ่ำ ประหยัดค่าไฟ

เปิดแอร์อย่างไรให้เย็นฉ่ำ ประหยัดค่าไฟ

ย่างเข้าหน้าร้อนทุกปี แอร์กลายเป็นสิ่งขาดไม่ได้ ออกนอกห้องแอร์ทีไรร้อนหูดับตับไหม้ เหงื่อไหลไคลย้อย พาลให้อารมณ์หงุดหงิดไม่เป็นอันทำงานทำการ แต่จะเปิดแอร์ให้เย็นกายสบายใจก็กลัวต้องตกใจกับตัวเลขบิลค่าไฟที่พุ่งสูงตามอุณหภูมิ แนะนำแนวทางว่าจะเปิดแอร์ยังไงให้ประหยัดเงินค่าไฟในช่วงหน้าร้อนนี้

  • ตั้งอุณหภูมิที่เหมาะสม : อุณหภูมิที่เหมาะสมสำหรับการเปิดแอร์คือ 26-27 องศา การตั้งอุณหภูมิที่เย็นเกินไปจะทำให้แอร์ทำงานหนัก กินไฟมากขึ้น และไม่ดีต่อสุขภาพ
  • ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด : การปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด จะช่วยป้องกันไม่ให้อากาศร้อนจากภายนอกเข้ามา ช่วยให้แอร์ทำงานน้อยลง ประหยัดไฟมากขึ้น
  • ล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ : การล้างแอร์อย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้อากาศถ่ายเทสะดวก แอร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ประหยัดไฟมากขึ้น
  • ใช้พัดลมช่วย : การใช้พัดลมช่วย จะช่วยกระจายความเย็นทั่วห้อง ทำให้รู้สึกเย็นสบายโดยไม่ต้องปรับอุณหภูมิแอร์ให้เย็นลง
  • ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้งาน : ปิดแอร์เมื่อไม่ใช้งาน จะช่วยประหยัดไฟได้มาก
  • เลือกแอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 : แอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เป็นแอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง กินไฟน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าไฟ
  • ติดตั้งผ้าม่านบังแดด : การติดตั้งผ้าม่านบังแดด จะช่วยป้องกันไม่ให้แสงแดดส่องเข้ามาในห้อง ช่วยให้ห้องเย็นขึ้น ประหยัดไฟมากขึ้น
  • เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟ LED : หลอดไฟ LED กินไฟน้อยกว่าหลอดไฟแบบเก่า ช่วยให้ประหยัดค่าไฟ
  • ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน : การถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าเมื่อไม่ใช้งาน จะช่วยป้องกันการกินไฟแบบ Standby ช่วยให้ประหยัดค่าไฟ
  • ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า : ปรับพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า เช่น ปิดไฟเมื่อไม่ใช้งาน อาบน้ำด้วยฝักบัวแทนอ่างอาบน้ำ เปลี่ยนมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดไฟ จะช่วยประหยัดค่าไฟได้

เทคนิคนี้ในการช่วยกันใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า และประหยัดค่าไฟ เซฟเงินรายจ่ายได้อีกทางหนึ่ง  ด้วยเทคนิคง่ายๆ เหล่านี้ คุณสามารถเปิดแอร์ให้เย็นฉ่ำ ประหยัดค่าไฟได้

ที่มา : kaserbanna.com




บทความที่น่าสนใจ

9 กลยุทธ์ลับ ถอดรหัสความสำเร็จจากเหล่ามหาเศรษฐี

9 กลยุทธ์ลับ ถอดรหัสความสำเร็จจากเหล่ามหาเศรษฐี

กลยุทธ์ลับ ถอดรหัสความสำเร็จจากเหล่ามหาเศรษฐี

กลยุทธ์ลับ ถอดรหัสความสำเร็จจากเหล่ามหาเศรษฐี ใครบ้างที่ไม่ใฝ่ฝันอยากประสบความสำเร็จในชีวิต มีชีวิตที่มั่งคั่งและสุขสบาย? หลายคนคงเคยตั้งคำถามว่า อะไรคือกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะความสำเร็จในเชิงการเงิน บทความนี้ขอพาทุกท่านไปถอดรหัส 6 กลยุทธ์ลับที่เหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกใช้เพื่อสร้างฐานะจากศูนย์จนกลายเป็นมหาเศรษฐี

1. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน

     มหาเศรษฐีทุกคนล้วนมีเป้าหมายที่ชัดเจนในชีวิต พวกเขารู้ว่าต้องการอะไรและทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย เป้าหมายเหล่านี้ไม่ได้จำกัดแค่เรื่องเงินทอง แต่รวมถึงเป้าหมายด้านความสำเร็จในธุรกิจ เป้าหมายด้านความสัมพันธ์ และเป้าหมายด้านอื่น ๆ ในชีวิต

2. วางแผนอย่างรอบคอบ

     เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนอย่างรอบคอบ มหาเศรษฐีจะสร้างแผนการดำเนินงานที่ระบุขั้นตอน วิธีการ และระยะเวลาที่ชัดเจน แผนนี้เปรียบเสมือนเข็มทิศนำทางให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. ลงมือทำอย่างจริงจัง

     มหาเศรษฐีไม่ใช่แค่คนที่มีความฝัน แต่พวกเขาคือผู้ลงมือทำอย่างจริงจัง พวกเขาทุ่มเทเวลาและพลังงานอย่างเต็มที่ มุ่งมั่นทำงานหนัก อดทน และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

4. เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ

     โลกของธุรกิจและการเงินเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ มหาเศรษฐีจึงให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ พวกเขาอ่านหนังสือ เข้าร่วมสัมมนา และหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ

5. บริหารจัดการเงินอย่างชาญฉลาด

      มหาเศรษฐีรู้จักวิธีบริหารจัดการเงินอย่างชาญฉลาด พวกเขาใช้จ่ายอย่างมีสติ เก็บออมอย่างสม่ำเสมอ และลงทุนอย่างชาญฉลาด

6. คิดบวก มองโลกในแง่ดี

      มหาเศรษฐีมักมีทัศนคติเชิงบวก มองโลกในแง่ดี และเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง พวกเขามองอุปสรรคเป็นโอกาส เรียนรู้จากความผิดพลาด และไม่ยอมแพ้ต่อความท้าทาย

7. สร้างเครือข่าย

      มหาเศรษฐีมักมีเครือข่ายความสัมพันธ์ที่กว้างขวาง พวกเขารู้จักสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้คนที่มีความสามารถและประสบความสำเร็จ

8. มุ่งเน้น

     มหาเศรษฐีรู้ว่าเวลาของพวกเขามีค่า พวกเขาจึงมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญ ใช้เวลาอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น

9. วินัยและความอดทน

     มหาเศรษฐีส่วนใหญ่มีวินัยสูง อดทน ทำงานหนัก และทุ่มเทให้กับเป้าหมาย พวกเขาไม่ท้อถอยง่าย ยอมรับความล้มเหลว และเรียนรู้จากมัน

นี่คือ 6 กลยุทธ์ลับที่เหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกใช้เพื่อสร้างฐานะจากศูนย์จนกลายเป็นมหาเศรษฐี แน่นอนว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ต้องอาศัยความทุ่มเท อดทน และการวางแผนอย่างรอบคอบ บทความนี้หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกท่านมุ่งมั่นสร้างเส้นทางสู่ความสำเร็จในชีวิต

จำไว้ว่า : ความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ มหาเศรษฐีทุกคนต้องทุ่มเท ทำงานหนัก และใช้กลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ลองนำกลยุทธ์เหล่านี้ไปใช้กับชีวิตของคุณ บทความนี้หวังว่าจะเป็นแรงบันดาลใจและช่วยให้คุณประสบความสำเร็จในชีวิต

ที่มา : www.sarakaset.com





บทความที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย โปร่งโล่งสบาย พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ครบครัน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย โปร่งโล่งสบาย พื้นที่ใช้สอยที่ลงตัว ครบครัน

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย


บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย ผสมผสานองค์ประกอบการออกแบบดั้งเดิมและสมัยใหม่เข้าด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้คือบ้านที่ทั้งสวยงามและใช้งานได้จริง บ้านสไตล์ร่วมสมัยมักมีหลังคาทรงจั่ว หน้าต่างกรอบไม้ และประตูทางเข้าขนาดใหญ่




วันนี้ทางเว็บเรามีไอเดียแบบบ้านสวยๆ มานำเสนออีกแล้วครับ เป็นไอเดีย บ้านชั้นเดียวแนวร่วมสมัย โทนสีเหลืองอ่อน พร้อมระเบียงพักผ่อน ภายในประกอบด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 โถงใหญ่ๆ 1 ห้องครัว 1 ระเบียงใหญ่ๆ ที่จอดรถ 2 คัน จะสวยขนาดไหน เชิญชมรายละเอียดด้านในตัวบ้านกันครับ

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์
เรียบเรียง : esanbanna.com

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

สำหรับบ้านหลังนี้นั้น ได้ถูกออกแบบมาในลักษณะหน้ากว้าง ซึ่งมีความโดดเด่น ในเรื่องรายละเอียด รูปทรงที่บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัยผสมผสานองค์ประกอบการออกแบบดั้งเดิมพร้อมทั้งโทนสีอ่อนมองแล้วสบายตา ตัดด้วยโทนของหลังคาอันสดใส  การออกแบบหน้ากว้างทำให้บริเวณด้านหน้ามีพื้นที่ให้ตกแต่ง และใช้งานได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียวครับ

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูงที่เน้นโทนสีเหลืองอ่อนเป็นหลัก หลังคาทรงปั้นหยา มุงด้วยกระเบื้องลอนสีน้ำตาล ตัวบ้านภายนอก ตกแต่งด้วยสีครีมเป็นหลัก ตัดกับสีขาว ฐานของบ้านทาด้วยสีเทาตัดขอบด้วยบัวปูนปั้นสีขาว ประตูบ้านใช้กระจกบานใหญ่ ทำให้รับแสงจากภายนอกได้เป็นอย่างดี

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

บัญชีราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงงาน ปีงบประมาณ 2563  โดย ​กลุ่มออกแบบและก่อสร้าง สำนักอำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน >>> https://www.yotathai.com/passadu/cost-build-63

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

เสาหน้าบ้านถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีดำสวยงามเพิ่มมิติให้กับบ้านพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างตามเสาทุกต้น เพิ่มความสะดวกสบาย

บ้านชั้นเดียวสไตล์ร่วมสมัย

พื้นที่หน้าบ้านปูด้วยกระเบื้องลายสีเทาสวยงาม สะอาดตาน่าใช้งานทำกิจกรรมต่างๆ




ห้องครัว

ภายในตัวบ้านนั้น เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ทั้งฝ้าเพดานหลุม ผนังฉาบเรียบ และกระเบื้องพื้นห้องที่ถูกเรียกใช้โทนสีขาว ที่มองแล้วดูสว่างตา  พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่จึงแบ่งเป็นส่วนห้องนั่งเล่น และ ห้องครัว

อีกมุมของห้องโถงใหญ่ภายในบ้าน

สำหรับห้องนอนใช้โทนสีขาวทั้งห้อง ฝ้าเพดานฉาบเรียบ พร้อมสำหรับการตกแต่ง ห้องนอนอีกห้องใช้การตกแต่งและโทนสีเดียวกัน

ห้องนอน

มีมุมทานอาหารอยู่ทางด้านหลังมุมรับแขกเป็นสัดส่วนและเป็นห้องครัวเปฺิดโล่ง

ห้องน้ำกรุกระเบื้องสีขาว ตัดแต่งด้วยโมเสคสีลายดำ ทำช่องลมช่วยระบายอากาศ พื้นใช้กระเบื้องสีเทาอ่อน ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย สวยงาม



บ้านชั้นเดียวทรงปั้นหยา เป็นรูปแบบบ้านที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากเป็นรูปแบบบ้านที่มีลักษณะเด่นคือ หลังคาทรงปั้นหยาที่ลาดเอียงทั้ง 4 ด้าน คล้ายกับพีระมิด จึงทำให้บ้านทรงปั้นหยาสามารถป้องกันแดดและฝนได้ทั่วถึง ทำให้บ้านดูสง่างามและโดดเด่น

ผลงานการออกแบบและก่อสร้างจาก | ศูนย์รับสร้างบ้าน เอ็น ที เฮ้าส์


หมายเหตุ : ทางเว็บไม่ได้รับสร้างบ้านนะครับ เราลงให้ดูเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ


บทความอื่นที่น่าสนใจ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ดีไซน์สวยโดดเด่น ทันสมัยสวยงาม

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น


บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น มักมีลักษณะที่ทันสมัยและสะดวกสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการบ้านที่เรียบง่ายและสวยงามในสไตล์ที่ทันสมัย และเป็นที่ต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการอยู่อาศัยที่สะดวกสบายและทันสมัยโดยไม่ซับซ้อนในการดูแลรักษา



วันนี้เรามีแบบบ้านสวย ๆ ซึ่งเป็นบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ขนาด 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ห้องโถง พร้อมครัว  ผลงานคุณภาพ จากผู้รับเหมาพและช่างมืออาชีพ มาให้ทุกคนได้รับดู เพื่อเป็นแนวทางสำหรับทุกท่านที่กำลัง คิดจะสร้างบ้านกันอยู่ สำหรับ แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น  ในวันนี้  เป็นผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย SK Construction เห็นแล้วจะสวยงามสะดุดตาขนาดไหน ไปชมพร้อม ๆ กันเลยครับ

พิกัด | บ้านหลังนี้ถูกสร้างที่ ตำบลภูแล่นช้าง อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์  ซึ่งเจ้าของบ้านคือ คุณอุ้ม

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

สำหรับบ้านหลังนี้นั้น ได้ถูกออกแบบมาในลักษณะ แบบบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น แบบหน้ากว้าง ซึ่งมีความโดดเด่น ในเรื่องรายละเอียด รูปทรงที่เป็น บ้านชั้นเดียว สไตล์โมเดิร์น สมัยใหม่ พร้อมทั้งโทนสีอ่อนมองแล้วสบายตา ด้วยโทนสีฟ้าอันสดใส  การออกแบบหน้ากว้างทำให้บริเวณด้านหน้ามีพื้นที่ให้ตกแต่ง และใช้งานได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว ครับ

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ตัวบ้านนั้นเป็น บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น ยกพื้นสูงประมาณ 30 เซ็นติเมตร มองจากภายนอก ตัวบ้านถูกแต่งด้วยะแนงเหล็กสีส้ม พร้อมเทั้ง กระเบื้องบันไดหน้าบ้าน อีกทั้งยังเพิ่มความโดดเด่นให้กับตัวบ้าน ด้วย ฝ้าเพดานสีขาว ประตูหน้าต่างบานกระจกใสแบบสไลด์ ตกแต่งด้วยโครงสร้างเหล็กสีดำในจุดต่าง ๆ ของบ้าน มาพร้อมบัวรอบตัวบ้าน ทำให้ดูโมเดิร์นทันสมัยมากขึ้น

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ด้านข้างบันได เป็นพื้นที่จอดรถ และ เสาบริเวณพื้นที่จอดรถตกแต่งด้วยการกรุกระเบื้องหินทรายสีครีม เพิ่มความโดดเด่นด้วย กระเบื้องลวดลายสามมิติฐานของบ้านยกสูงทาสีฟ้าเข้ม

บ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น

ด้านข้างของตัวบ้านนั้น ตกแต่งด้วยขอบบัวปูนสีขาวรอบตัวบ้าน พร้อมทั้งปูพื้นคอนกรีตเป็นทางเดินรอบตัวบ้าน เพื่อเสริมความแข็งแรงและง่ายในการทำความสะอาด




ภายในตัวบ้านนั้น เป็นห้องโถงขนาดใหญ่ ใช้โทนสีขาวเป็นหลัก ทั้งฝ้าเพดานหลุม ผนังฉาบเรียบ และกระเบื้องพื้นห้องที่ถูกเรียกใช้โทนสีขาว ที่มองแล้วดูสว่างตา  พื้นที่ภายในมีขนาดใหญ่จึงแบ่งเป็นส่วนห้องนั่งเล่น และ ห้องครัว

สำหรับห้องนอนใช้โทนสีขาวทั้งห้อง ฝ้าเพดานฉาบเรียบ พร้อมสำหรับการตกแต่ง ห้องนอนอีกห้องใช้การตกแต่งและโทนสีเดียวกัน

หากคุณกำลังพิจารณาสร้างบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์น มีบางสิ่งที่คุณควรพึงระลึกไว้:

  • สไตล์ของคุณคืออะไร: มีสไตล์โมเดิร์นที่แตกต่างกันมากมาย เลือกคนที่เหมาะกับรสนิยมของคุณมากที่สุด
  • งบประมาณของคุณคืออะไร: ต้นทุนในการสร้างบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับขนาด สไตล์ และวัสดุที่ใช้
  • สภาพภูมิอากาศของคุณคืออะไร: เมื่อออกแบบบ้าน ให้คำนึงถึงสภาพอากาศในพื้นที่ของคุณด้วย ตัวอย่างเช่น หากคุณอาศัยอยู่ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น คุณจะต้องแน่ใจว่าบ้านของคุณมีฉนวนกันความร้อนที่ดี
  • ความต้องการของคุณคืออะไร: พิจารณาว่าคุณต้องการอะไรในบ้านของคุณ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีห้องเพียงพอสำหรับครอบครัวของคุณและคุณสมบัติทั้งหมดที่คุณต้องการ

ด้วยการวางแผนอย่างรอบคอบ คุณสามารถสร้างบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นที่เหมาะกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของคุณได้

ห้องน้ำกรุกระเบื้องสีขาว ตัดแต่งด้วยโมเสคสีลายดำ ทำช่องลมช่วยระบายอากาศ พื้นใช้กระเบื้องสีฟ้าอ่อน ถูกออกแบบและตกแต่งอย่างเรียบง่าย

สนใจสามารถติดต่อทีมงานได้ตามรายละเอียดด้านล่างเลยครับ

ที่มา : รับสร้างบ้าน ราคาประหยัด By SK Home
โทร : 098-0969292
ID Line: trust_home

หมายเหตุ : ทางเว็บ ไม่ได้มีการรับสร้างบ้าน เราลงให้ดูเพื่อเป็นไอเดียเท่านั้น หากสนใจแบบบ้านที่รีวิว สามารถติดต่อเจ้าของผลงานโดยตรงเองได้เลย ส่วนราคาก่อสร้าง ขึ้นอยู่กับสถานที่ พื้นที่ก่อสร้าง และ เกรดวัสดุ ซึ่งมีปรับขึ้น-ลงทุกปีครับ




บทความอื่นที่น่าสนใจ

10 พิกัดเกาะสวย น้ำใส ทะเลไทย สุดโรแมนติก ที่ต้องไปสัมผัส

10 พิกัดเกาะสวย น้ำใส ทะเลไทย สุดโรแมนติก ที่ต้องไปสัมผัส



ทะเลของเมืองไทย มีเกาะสวย ๆ น้ำทะเลใส ๆ มีชื่อเสียงระดับโลก ด้วยทัศนียภาพสวย ๆ วันนี้เรามาชี้เป้า 10 พิกัดเกาะสวย น้ำใส ทะเลไทย สุดโรแมนติก ปักหมุดรอเที่ยวไว้เลย หมดโควิดนี้แล้วเจอกัน

1. เกาะกระดาน จังหวัดตรัง

เกาะกระดาน จังหวัดตรัง

เกาะกระดาน อีกหนึ่งเกาะสวยทางฝั่งอันดามันที่ควรค่าแก่การไปเที่ยวสักครั้ง ด้วยบรรยากาศเงียบสงบ และวิวสวย ๆ ของหาดทรายสีขาว น้ำทะเลสวยสีฟ้าเทอร์ควอยซ์ใสสามารถลงเล่นน้ำรอบ เกาะได้อย่างจุใจ นอกจากนี้ยังสามารถดำน้ำชมปะการังอ่อน และ ที่สวยงามใต้ท้องทะเล หรือจะไปตระเวนชมเกาะ ตามหาร้านอาหารอร่อยทานได้เพลิน ๆ

2. เกาะมัดสุม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะมัดสุม เป็นเกาะที่มีรูปทรงเล็กแคบเป็นแนวยาว ไม่กว้างมากนัก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้า จากฝั่งหนึ่งของเกาะไปยังอีกฝั่งได้ มีไฮไลท์อยู่ที่เป็นเกาะที่มีหมูอาศัยอยู่บนเกาะด้วย โดยน้อง ๆ ทุกตัวมีความน่ารัก และแสนเชื่อง สร้างรอยยิ้มให้นักท่องเที่ยวได้ทุกเมื่อ ประกอบกับบรรยากาศที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวงดงาม และหาดทรายขาวสะอาด พร้อมความงามของแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เกาะมัดสุมกลายเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามแห่งท้องทะเลอ่าวไทย ที่เหมาะสำหรับการมาพักผ่อนชิล ๆ ดำน้ำเพลิน ๆ อย่างแท้จริง

เกาะมัดสุม

ค่าเข้าเกาะ 50 บาท และจะได้น้ำเปล่าฟรี 1 ขวด ถ้าอยากเก็บภาพกับน้องหมู ก็อาจจะต้องซื้ออาหารล่อให้น้องออกมาเยอะๆ

3. เกาะกูด จังหวัดตราด

เกาะกูด จังหวัดตราด

ขอบคุณรูปภาพสวยๆจาก | https://thai.tourismthailand.org

เกาะกูด นั้นถือเป็นอีกหนึ่งพิกัดทางฝั่งอ่าวไทยซึ่งมีความสวยของธรรมชาติไม่เป็นรองใครเลยจ้า หนึ่งในเกาะที่คนรักทะเลไม่ควรพลาด ก็ต้องยกให้กับเกาะกูดนี่ละ เพราะนี่คือเกาะซึ่งได้ฉายาว่าเป็นอันดามันของทะเลฝั่งตะวันออกเลยนะ นอกจากสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติที่มีให้เที่ยวกันหลากหลาย เกาะกูดยังเป็นอีกพิกัดที่มีหาดทรายขาวๆ และน้ำทะเลใสๆ ให้ไปพักผ่อนกันแบบไม่อายทะเลใต้เค้าเลยจ้า ที่สำคัญคือเกาะนี้มีบรรยากาศที่ค่อนข้างสงบและเป็นส่วนตัวกว่าเกาะใหญ่อีกหลายเกาะ

4. เกาะนางยวน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เกาะนางยวน สวรรค์ของคนรักทะเล และเหล่านักดำน้ำที่ได้รับการยกย่องให้เป็นเกาะสวยมีเอกลักษณ์โดดเด่น 1 ใน 10 ของโลก ประกอบด้วยเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ ถูกเชื่อมเข้าหากันด้วยสันทรายสีขาวตัด กับน้ำทะเลสีฟ้าใส จนกลายเป็นอ่าวส่วนตัวถึง 3 อ่าว บริเวณรอบเกาะยังมีแนวปะการัง และปลาการ์ตูนตัวน้อยใหญ่ แหวกว่ายไปมาให้ชมกันอย่างเพลิดเพลิน นอกจากนี้บนยอดเขายังมีจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และตกได้บนหาดเดียวกัน นับเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของเกาะนางยวน ที่มีเพียงแห่งเดียวในโลกอีกด้วย (เกาะนางยวนจำกัดเวลาในการขึ้นเกาะ สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น. ของทุกวัน)

5. เกาะค้างคาว จังหวัดระนอง

เกาะค้างคาว จังหวัดระนอง

กาะสวยของจังหวัดระนองที่คนชอบความสงบน่าจะโดนใจ และยังถือเป็นเกาะที่สวยที่สุดในเขตหมู่เกาะกำของระนองอีกด้วยจ้า เกาะค้างคาวนั้นใช้เวลานั่งเรือจากฝั่งมาประมาณ 40 นาที เป็นเกาะที่สภาพธรรมชาติยังค่อนข้างสมบูรณ์มาก หาดทรายขาวละเอียดนุ่มเท้าเดินสบาย น้ำทะเลก็สีฟ้าอมเขียวสวยใสราวกับคริสตัลเลยจ้า ใต้ทะเลยังมีแนวปะการังที่สวยและยังค่อนข้างสมบูรณ์มาก

6.เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล

เกาะหลีเป๊ะ

เป็นเกาะที่น่าไปเยือนมากๆ ทะเลสวยที่สุดในไทย เป็นเกาะสุดท้ายทางตอนใต้ของประเทศไทย ติดกับมาเลเซีย มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ เป็นจุดดำน้ำลึกและ ดำน้ำตื้นที่ค่อนข้างสวย มาแล้วประทับใจกลับไปทุกคนแน่นอน


7. เกาะล้าน

เป็นตัวเลือกเริ่ดๆ สำหรับคนที่ไม่อยากเดินทางไกลลงใต้ หรืออยากเที่ยวใกล้ๆ กรุงเทพฯ เลยนะ เกาะล้านนั้นสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายจากฝั่งพัทยาใต้เลยจ้า นั่งเรือมาไม่ไกลแต่บอกเลยว่าความสวยไม่แพ้ที่ไหนในเมืองไทยกันเลยละ หาดทรายก็ขาว น้ำทะเลก็ใสแจ๋วสีฟ้า แถมยังมีที่พักหลากหลายบรรยากาศให้เลือกกันมากมาย นี่คือพิกัดซึ่งเหมาะกับคนที่ไม่ชอบการท่องเที่ยวแบบสงบเงียบจนเกินไปนะ เพราะหลายพิกัดบนเกาะล้านนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศสุดจะคึกคัก

8. หมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา

หมู่เกาะสิมิลัน

ขอบคุณรูปภาพจาก | https://th.wikipedia.org/

เกาะในเมืองไทยที่ติดอันดับว่าต้องมา เป็นเกาะที่เราต้องไปให้ได้สักครั้ง น้ำทะเลใสราวกับกระจก เป็นหาดที่ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็สวยไปหมด ใครชอบดำน้ำที่นี่ก็มีปะการัง รวมทั้งปลาเล็กๆเยอะแยะมากมาย

9. เกาะบุโหลน จังหวัดสตูล

เกาะบุโหลน จังหวัดสตูล

เกาะบุโหลน อีกหนึ่งหมู่เกาะที่มีท้องทะเลที่สวยงามมาก ๆ ประกอบไปด้วยเกาะบุโหลนเล เกาะบุโหลนดอน และเกาะบุโหลนไม้ไผ่ แต่ละเกาะล้วนมความโดดเด่นแตกต่างกันไป เกาะบุโหลนเล และเกาะบุโหลนไม้ไผ่ มีจุดเด่นอยู่ที่น้ำทะเลใสชายหาดสวยสีขาวสะอาด ส่วนเกาะบุโหลนดอนก็เป็นแหล่งอาศัยของหมู่บ้านชาวเล ที่สามารถไปสัมผัสกับวิถีชีวิตที่เรียบง่าย อบอุ่นเป็นกันเองได้อย่างสนุกสนาน

10. เกาะพีพี

เกาะพีพี

หนึ่งในพิกัดซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวซึ่งรักทะเลจากทั่วโลก! เกาะพีพีที่นักเดินทางส่วนใหญ่นิยมแวะมาก็คือเกาะพีพีดอนซึ่งเพียบพร้อมไปด้วยความสะดวกสบายแบบครบครัน แถมยังมีชายหาดสวยๆ และน้ำทะเลใสๆ ให้แวะไปเช็คอินกัน ส่วนเกาะพีพีเลนั้นเป็นกลุ่มภูเขาหินปูนสูงชันซึ่งมีชายหาดลับๆ ซ่อนตัวอยู่ในวงล้อมของขุนเขา

เป็นอย่างไรกันบ้าง หากนึกถึงวันหยุด สถานที่พักผ่อนทะเลในประเทศไทย ก็เป็นทางเลือกที่ดีมากๆ กับ 10 เกาะที่สวยที่สุดในไทย ที่ทางเราได้เอามาแนะนำท่านในวันนี้ หวังว่าจะถูกใจทุกท่านไม่มากก็น้อย ไปเที่ยวแล้วจะติดใจ ต้องลองไปสักครั้ง ผ่อนคลายจากการทำงาน ไปเดินเล่นชิลๆบนหาด ถ่ายรูปสวยๆมาอวดเพื่อนกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง

จุดเช็คอินสุดสวย บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ ที่เที่ยวห้ามพลาด

จุดเช็คอินสุดสวย บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ ที่เที่ยวห้ามพลาด

บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ

บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ


ชวนเช็คอินเที่ยว บ้านอีต่อง ต.ปิล็อค อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ชวนมาเช็คอินหมู่บ้านบนภูเขาสูง ติดกับชายแดนพม่า อากาศเย็นตลอดเกือบทั้งปี สัมผัสธรรมชาติ และความชุ่มชื่น มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ที่ต้องมาสัมผัสสักครั้ง วันนี้เราเลยรวบรวม จุดเช็คอิน มาฝากเพื่อนๆ ที่กำลังคิดวางแผนจะมาเที่ยวที่นี่กัน

1.หมู่บ้านอีต่อง

บ้านอีต่อง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขา ตั้งอยู่ที่ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ในช่วงปลายฝนต้นหนาวที่นี่จะกลายเป็นหมู่บ้านกลางสายหมอกที่มีเสน่ห์มากๆ

บ้านอีต่อง-ทองผาภูมิ

รูปภาพประกอบจาก เฟสบุ๊คแฟนเพจ วิ ศ ว ะ พ า เ ที่ ย ว

พิกัด : บ้านอิต่อง

2. เหมืองปิล็อก

เหมืองปิล็อก เคยสถานที่ที่ชาวบ้านในอดีตทำเหมืองแร่ดีบุกกัน แต่ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของหมู่บ้านนี้ไปแล้ว โดยมีซากรถเก่า เครื่องมือในการทำเหมืองในสมัยก่อนให้เราได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเก๋ๆ และยังมีบ่อปลาที่เลี้ยงปลาคราฟตัวโตๆ ในบ่อน้ำที่ใสสะอาดจนเป็นจุดไฮไลท์ที่ใครเข้ามาถ่ายรูปอีกแหล่งนึง

เหมืองปิล็อก

3.น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น เป็นอีกที่ ที่เราว่าสวยไม่แพ้ที่อื่นเลยล่ะ ซึ่งคำว่า จ๊อกกระดิ่น เป็นภาษาพม่า ที่เดิมเรียกว่า ก๊อกกระด่าน ซึ่งหมายถึง น้ำที่ไหลผ่านซอกหินผานั้นเอง

น้ำตกจ๊อกกระดิ่น

รูปภาพประกอบจาก | https://thai.tourismthailand.org/

ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ตำบลปิล็อก ชื่อน้ำตกจ๊อกกระดิ่นเป็นภาษาเมียนมาที่เพี้ยนมาจากคำเดิมว่า ก๊อกกระด่าน หมายถึง น้ำตกที่ไหลผ่านซอกหินผา น้ำตกที่มีเพียงชั้นเดียวแห่งนี้ อยู่ท่ามกลางหุบเขาเขียว มีแหล่งกำเนิดมาจากน้ำผุดบนเขาอีปู่ที่เคยเป็นเหมืองทังสเตนในอดีต สายน้ำไหลผ่านช่องเขาบนหน้าผาสูงประมาณ 30 เมตร ตกลงมายังแอ่งน้ำสีเขียวมรกตขนาดใหญ่เบื้องล่างที่เป็นลานหินกรวดลึกแล้วแผ่กว้างเหมือนชายหาด น้ำใสเย็นเล่นได้ตลอดทั้งปี ในช่วงฤดูฝนกระแสน้ำจะไหลแรง มวลน้ำขนาดใหญ่ตกลงสู่ลานด้านล่าง เกิดเป็นละอองน้ำกระจายตัวสวยงาม

เปิดทุกวัน เวลา 08.00–17.00 น.
อัตราค่าบริการ เข้าอุทยานฯ ชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท
สอบถามข้อมูล โทร. 0 3451 0979, 09 8252 0359

4. จุดชมวิวเนินช้างศึก

จุดชมวิวเนินช้างศึก

รูปภาพประกอบจาก | facebook พี่เต้น รักแมว

จุดชมวิวเนินช้างศึก เป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกที่สวยที่สุดของกาญจนบุรี ตั้งอยู่บนยอดดอยปิล๊อก ซึ่งการจะเดินทางมานั้นแนะนำให้จ้างชาวบ้านในหมู่บ้านเพราะทางที่ไปนั้นค่อนข้างยากลำบากและต้องมีความชำนาญมากๆ บนจุดชมวิวถ้าเป็นช่วงที่ฟ้าเปิดเราจะสามารถมองเห็นแสงอาทิตย์ที่ค่อยๆ ลอดผ่านทิวเขาสลับซับซ้อน เป็นภาพเริ่มวันที่สวยงามมากๆ แต่ถ้าใครไปช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาวก็อาจจะเจอกับทะเลหมอกแทน ซึ่งหมอกที่นี่หนามากกกกและปกคลุมไปทั่วทิศทาง แถมอากาศก็หนาวสุดๆ บรรยากาศแบบนี้ก็ฟินไปอีกแบบเหมือนกัน


ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การท่องเที่ยว

  • บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อก เที่ยวได้ทั้งปี
  • ช่วงที่อากาศดีที่สุดคือช่วงปลายฝนต้นหนาว (เดือนตุลาคม – ธันวาคม)
  • ช่วงหน้าหนาว (เดือนมกราคม – กุมภาพันธ์) อากาศหนาวเย็น มีโอกาสเจอหมอกหนา
  • ช่วงหน้าร้อน (เดือนมีนาคม – พฤษภาคม) อากาศร้อน แต่ยังมีหมอกบ้าง
  • ช่วงหน้าฝน (เดือนมิถุนายน – กันยายน) ฝนตกชุก

ข้อแนะนำ

  • บ้านอีต่องอยู่บนพื้นที่สูง อากาศเย็นสบาย ควรเตรียมเสื้อกันหนาวไปด้วย
  • เส้นทางบางช่วงคดเคี้ยว ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
  • ที่พักในบ้านอีต่องมีจำนวนจำกัด ควรจองล่วงหน้า
  • บ้านอีต่องเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยม นักท่องเที่ยวควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการเผชิญกับผู้คนจำนวนมาก

บทความที่เกี่ยวข้อง

10 วัดสวยบนเขา ไหว้พระทำบุญขอพรสายบุญห้ามพลาด

10 วัดสวยบนเขา ไหว้พระทำบุญขอพรสายบุญห้ามพลาด




สายบุญต้องห้ามพลาดวัดบนเขาที่ต้องปักหมุดไป ได้ชมความสวยงามของวัด ได้ชมธรรมชาติรอบๆ ตัววัด แถมด้วยวิวอันสวยงามบนเขา รับรองว่าสุขใจกับการไหว้พระทำบุญครั้งนี้อย่างแน่นอน

1.วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร จ.เชียงใหม่

วัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร

เป็นวัดเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสุเทพ มีทิวทัศน์สวยงามมองเห็นเมืองเชียงใหม่ได้แบบพาโนรามา ซึ่งการขึ้นไปสักการะนั้นเราสามารถเลือกได้ 2 เส้นทางตาม ดังนี้ครับ

  • เดินขึ้นบันไดนาคเจ็ดเศียร ซึ่งมีขั้นบันไดทั้งหมด 306 ขั้น ใช้เวลาเดินประมาณครึ่งชั่วโมง บันไดนาคแห่งนี้ก็เป็นอีกจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวเช่นกัน
  • ขึ้นด้วยรถรางไฟฟ้า สำหรับคนที่ไม่สะดวกก็มีบริการเช่นกัน ราคาขึ้น-ลง คนละ 20 บาท (สำหรับคนไทย) และ 50 บาท (สำหรับชาวต่างชาติ) เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น.

2. วัดพระธาตุดอยพระฌาน

วัดบนเขาวัดนี้ที่ตั้งอยู่บนภูเขาที่ชื่อว่าดอยพระฌาน เป็นสถานที่สุดอันซีน ใครมาลำปางต้องห้ามพลาด จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของอำเภอแม่ทะได้โดยรอบ ตัววัดก่อสร้างโดยใช้ศิลปะแบบล้านนาโบราณมีความงดงามอ่อนช้อย ภายในตัววัดมีองค์พระธาตุเก่าแก่สีขาวยอดฉัตรสีทองอายุกว่า 100 ปี ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของชาวเมืองลำปาง นอกจากนี้บนยอดดอยยังไฮไลท์สำคัญที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจ คือพระใหญ่ไดบุตซึ พระอมิตาภพุทธะ จำลองคล้ายกับวัดโคโตคุ เมืองคามุระ ของญี่ปุ่น มีขนาดหน้าตักกว้างถึง 14 เมตร องค์พระมีเนื้อสีเขียวอมฟ้า ดูงดงามเป็นอย่างมาก ได้มาถ่ายรูปที่นี้เหมือนได้ไปญี่ปุ่นจริง ๆ

วัดพระธาตุดอยพระฌาน

ขอบคุณภาพ PJ Samana

ที่อยู่ : ดอยพระฌาน จ.ลำปาง
พิกัด : https://goo.gl/maps/rLxUP2HDgdWPboo18

3. วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์ หรือ วัดพระพุทธบาทปู่ผาแดง

ความโดดเด่นของวัดนี้คือ เจดีย์สีขาวเล็ก ๆ ที่สร้างอยู่บนภูเขาสูงเสียดฟ้าดูคลายเหมือนมีใครจับไปวางไว้ บนยอดเขานี้ยังมีรอยพระพุทธบาทประดิษฐาน และพระพุทธรูปประดิษฐานให้ผู้คนได้มากราบไหว้ขอพรกันอีกด้วย เป็นวัดบนเขาที่ต้องปักหมุดมาสักครั้ง

วัดเฉลิมพระเกียรติพระจอมเกล้าราชานุสรณ์

ขอบคุณรูปภาพจาก | Facebook Pra Dang Govito

ที่อยู่ : อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง
พิกัด : https://goo.gl/maps/iQxTurMgzPQ5aBz66

4.วัดป่าภูก้อน

ป่าภูก้อน ซึ่งเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่านายูง และป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำใหญ่ ตำบลบ้านก้อง เป็น รอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย วัดป่าภูก้อน เกิดขึ้นจากพุทธบริษัท ที่ตระหนักถึงคุณประโยชน์ของธรรมชาติและป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย และเพื่อตามรอยพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9 ในการรักษาความสมบูรณ์ของป่าไม้ต้นน้ำลำธาร สัตว์ป่า และพรรณไม้นานาพันธุ์ ให้เป็นมรดกของลูกหลานไทยคู่กับแผ่นดินไทย วัดป่าภูก้อน จะเป็นสถานที่ที่สงบเหมาะแก่การบำเพ็ญภาวนาของพระสายกรรมฐาน

วัดป่าภูก้อน

ขอบคุณรูปภาพจาก | https://thai.tourismthailand.org/

ข้อมูล วัดป่าภูก้อน อุดรธานี



5. วัดพระธาตุดอยคำ หรือ วัดหลวงพ่อทันใจ

วัดพระธาตุดอยคำหรือวัดหลวงพ่อทันใจแห่งนี้คงเป็นวัดบนเขาอันดับต้นๆที่ใครๆต่างก็ต้องคุ้นหูกันอย่างดี เป็นวัดเก่าแก่คู่เมืองเชียงใหม่อายุกว่า 1,300 ปี วัดแห่งนี้โดดเด่นเรื่องการขอพร ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมาอธิษฐานขอพรในสิ่งที่ต้องการ เมื่อสำเร็จดังคำอธิษฐานมักจะถวายดอกมะลิ 50 พวงขึ้นไป บนวัดถือเป็นจุดชมวิวเมืองเชียงใหม่ได้แบบรอบทิศอีกด้วย

วัดพระธาตุดอยคำ

ขอบคุณรูปภาพจาก | https://roijang.com/

ที่อยู่ : ตำบล แม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ เชียงใหม่
พิกัด : https://goo.gl/maps/j9CBoDGph79eijvB9

6. วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

วัดสวยท่ามกลางขุนเขา ป่าไม้ และทะเลหมอก เป็นวัดบนเขาที่งดงามอลังการไม่เหมือนใคร ตัววัดเองก็มีสีสันสดใสที่เกิดจากการนำกระเบื้องสีถ้วยชามเบญจรงค์ มุกลูกปัด สิ่งมีค่าต่าง ๆ ตลอดจนเซรามิคหลากสีสัน มาประดับตกแต่งให้เป็นลวดลายที่สวยงาม เมื่อแสงแดดตกกระทบ จะส่องแสงประกายแวววาวราวสรวงสวรรค์ ที่แห่งนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ พระพุทธเจ้า 5 องค์ เป็นพระพุทธรูปสีขาวขนาดใหญ่ซ้อนกัน 5 องค์ ที่โดดเด่นท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง

วัดพระธาตุผาซ่อนแก้ว

ที่อยู่ : ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ เพชรบูรณ์
พิกัด : https://goo.gl/maps/5ufNTLyewWwq1zkHA

7. วัดป่าภูก้อน

ด้วยสวยงามสะดุดของพระวิหารมีลักษณะเป็นสถาปัตยกรรมไทยประยุกต์สมัยรัตนโกสินทร์ จึงทำให้วัดบนเขาแห่งนี้ชวนให้นักท่องเที่ยวหลงใหล ภายในวิหารตกแต่งอย่างอย่างปราณีต แฝงด้วยเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า รอบ ๆ ผนัง มีภาพพุทธประวัติและภาพทศชาติอยู่ และมีการตกแต่งแบบภาพปั้นนูนต่ำ หล่อด้วยทองแดง ซึ่งเป็นภาพของพระพุทธเจ้าในองค์ชาติทั้ง 10 ชาติ

ที่อยู่ : ต.บ้านก้อง อ.นายูง จ.อุดรธานี จ.อุดรธานี
พิกัด : https://goo.gl/maps/SmaaXaKaqufVA58J6

8. วัดถ้ำผาแด่น สกลนคร

วัดถ้ำผาแด่น ตั้งอยู่บนเทือกเขาภูพาน ตำบลดงมะไฟ อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัด 17 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่มีอายุกว่า 100 ปี โดดเด่นด้วยรูปปั้นองค์พญานาคปรกขนาดใหญ่ ภาพแกะสลักบนหน้าผาหินที่มีเอกลักษณ์วิจิตรศิลป์

วัดถ้ำผาแด่น

การเดินทาง

  • รถยนต์ส่วนตัว ใช้ทางหลวงหมายเลข 213 (สกลนคร-นครพนม) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 2339 ประมาณ 12 กิโลเมตร
  • รถโดยสารประจำทาง ขึ้นรถสาย 10 จากตัวเมืองสกลนคร ไปลงที่หน้าวัด

เวลาเปิด-ปิด : 08.00-16.30 น.

ค่าเข้าชม : ฟรี

9. วัดถ้ำเสือ

วัดบนเขาชื่อดังของจังหวัดกระบี่แห่งนี้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐาน และยังเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกระบี่ สภาพโดยรอบวัดมีลักษณะเป็นสวนป่า มีโพรงถ้ำธรรมชาติ นักท่องเที่ยวนิยมมากราบไหว้บูชาขอพร และชมวิวทิวทัศน์ถ่ายรูปตามจุดต่าง ๆ

วัดถ้ำเสือ

ขอบคุณรูปภาพจาก | https://blog.bangkokair.com/

ที่อยู่ : ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่
พิกัด : https://goo.gl/maps/EUaMgqtnnNCABF4w8

10. วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม หรือวัดพระขาว

วัดบนเขาที่ปากช่องที่หลายๆคนคุ้นตาด้วยองค์พระสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนเขาเสียดฟ้า มีชื่อว่า พระพุทธสกลสีมามงคล หรือหลวงพ่อขาว ด้วยสีขาวขององค์พระตัดกันกับสีเขียวของต้นไม้ทำให้ดูโดดเด่นแม้จะมองจากระยะไกล ไฮไลท์ของการมาสักการะองค์พระจะต้องเดินขึ้นบันไดไปกลับรวมทั้งหมด 1,250 ขั้น ซึ่งสร้างตามจำนวนพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้าทั้ง 1,250 รูป เมื่อขึ้นไปถึงด้านบนจะเป็นจุดชมวิวทิวทัศน์สวย ๆ ของปากช่อง’

วัดเทพพิทักษ์ปุณณาราม

ขอบคุณรูปภาพจาก | TeawWatThai / เที่ยววัดไทย

ที่อยู่ : บ้านกลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา
พิกัด : https://goo.gl/maps/bkshmuMpw3DtfFs27




บทความที่เกี่ยวข้อง

10 เขื่อนน่าเที่ยว อ่างเก็บน้ำน่าเช็คอิน ถ่ายรูปฟินสุดๆ

10 เขื่อนน่าเที่ยว อ่างเก็บน้ำน่าเช็คอิน ถ่ายรูปฟินสุดๆ

ประเทศไทยมีเขื่อนและอ่างเก็บน้ำที่สวยมากๆ หลายแห่ง และเขื่อนเก็บน้ำเหล่านั้นนอกจากจะถูกใช้ประโยชน์แล้วยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกด้วย หากวันหยุดสุดสัปดาห์คิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนก็แนะนำให้ไปชมความสวยงามของ 10 เขื่อนน่าเที่ยว อ่างเก็บน้ำน่าเช็คอิน ถ่ายรูปฟินสุดๆ จะมีที่ไหนบ้างไปรับชมกันเลย




1. เขื่อนรัชชประภา

เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลานหรือ กุ้ยหลินเมืองไทย เขื่อนน่าเที่ยวที่ต้องไปเที่ยวให้ได้สักครั้งในชีวิต สวยเหมือนสวรรค์บนดิน ด้วยธรรมชาติที่ยังอุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี กิจกรรมยอดฮิตของที่นี่คือ พายเรือคายัค ชมวิวทิวทัศน์ ส่วนที่พักที่เขื่อนรัชชประภา หรือเขื่อนเชี่ยวหลานนั้นก็มีให้นักท่องเที่ยวได้เลือกสรรหลากหลายสไตล์ตามความชอบ

เขื่อนรัชชประภา

ที่อยู่ : ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน สุราษฎร์ธานี 84230
พิกัด : https://goo.gl/maps/JLbDkxdZVtnhSAeJ6

2. เขื่อนศรีนครินทร์

จังหวัดกาญจนบุรี มีที่ท่องเที่ยวหลากหลายสไตล์ ทั้ง เที่ยวป่า เที่ยวเขา เที่ยวคาเฟ่ รวมถึงเที่ยวเขื่อน เขื่อนศรีนครินทร์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจของทั้งคนท้องถิ่น และคนต่างจังหวัด จอดรถถ่ายรูป เดินชมบรรยากาศเขื่อน หรือใครที่ต้องการหาที่พักที่เขื่อนก็มีที่พักไว้บริการหลากหลาย แหล่งท่องเที่ยวใกล้เคียงเขื่อน ก็มีทั้ง สะพานข้ามแม่น้ำแคว น้ำตกเอราวัณ ถ้ำพระธาตุ

เขื่อนศรีนครินทร์

ที่อยู่ : อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
พิกัด : https://goo.gl/maps/xBe1pzDBVAQegukNA

3. เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

เขื่อนยอดฮิตอีกหนึ่งเขื่อนที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยว นอนแพ แลหมอก คือเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อยู่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ นอนชมวิวภูเขาและบรรยากาศที่เงียบสงบสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนจริงๆ ส่วนที่พักที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลก็มีให้เลือกหลากหลาย

เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล

ที่อยู่ : ตำบล อินทขิล อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ 50150
พิกัด : https://goo.gl/maps/49vQH3DduafPxMWy5

4. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ในช่วงที่ผ่านมาเขื่อนยอดฮิตที่ผู้คนหลั่งไหลไปกันคือ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ โดยไฮไลท์ของที่นี่คือการไปชมทางรถไฟลอยน้ำ ที่นี่เรียกว่า ทางรถไฟลอยน้ำโคกสลุง โดยในช่วงที่น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นจะเหมือนทางรถไฟลอยอยู่บนน้ำและในช่วงที่น้ำในเขื่อนลดระดับจะเห็นสนามหญ้าสีเขียวซึ่งสามารถมาถ่ายรูป นั่งปิกนิก ชิลๆที่นี่ได้ สามารถขับรถหาพิกัดถ่ายรูปได้

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์

ภาพประกอบจาก https://thai.tourismthailand.org/

ที่อยู่ : ตำบล หนองบัว อำเภอพัฒนานิคม ลพบุรี 15140
พิกัด : https://goo.gl/maps/QQcDbVZmed8mdiTB8

5. เขื่อนลำตะคอง

หลายๆคนอาจจะเคยขับรถผ่านแต่ยังไม่เคยแวะเที่ยวหรือชมวิวที่เขื่อนลำตะคอง หากอยากหาเขื่อนที่ไปง่ายๆเที่ยวง่ายๆก็แนะนำที่นี่เลย ที่นี่มีจุดชมวิวเขายายเที่ยง ที่มีกังหันลมอันใหญ่เป็นไฮไลท์ เขายายเที่ยงน้ำ เป็น อ่างพักน้ำตอนบน ของเขื่อนลำตะคอง นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่นิยมเช่ารถจักรยานขี่ชมวิวรอบอ่างพักน้ำแห่งนี้

เขื่อนลำตะคอง

รูปภาพจาก Facebook เพจสวัสดีคนแปลกหน้า

ที่อยู่ : ตำบลคลองไผ่ อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา
พิกัด : https://goo.gl/maps/cjS26wAgfEoopAzP8

6. อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง

อยู่ในพื้นทีการดูแลของวนอุทยานหริรักษ์ บรรยากาศล้อมรอบไปด้วยป่าไผ่ และมีภูเขาโอบล้อม ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอย่างแท้จริง กิจกรรมยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยกระทิงคือ การล่องแพพักผ่อน การทานอาหารบนแพ ร้านอาหารหรือแพก็มีบริการให้เลือกหลากหลายสไตล์

อ่างเก็บน้ำห้วยกระทิง

รูปภาพประกอบจาก https://thai.tourismthailand.org/

ที่อยู่ : ตำบล กกทอง อำเภอเมืองเลย เลย 42000
พิกัด : https://goo.gl/maps/TGh1bBCRWSkk9dSm6

6. เขื่อนลําปาว

เขื่อนลำปาวเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลา เป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีหาดดอกเกด อยู่ริมฝั่งเขื่อนลำปาวทางด้านทิศตะวันออก ของเรือนรับรองโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว เป็นหาดเนินดินลดหลั่นลงจรดถึงเขื่อน มีบริเวณกว้างขวางพอสมควร ได้รับการ ปรับปรุงให้เป็น ที่พักผ่อนโดยจัดศาลาพักร้อนซุ้มดอกเห็ด เหตุที่ได้ชื่อว่า “หาดดอกเกด” ก็เพราะมีต้น”การะเกด” ซึ่งเป็นไม้พื้นเมือง ปลูกปะปนกับต้นไม้อื่นเป็นกลุ่มๆ เมื่อเวลาออกดอกจะส่งกลิ่นหอม

เขื่อนลําปาว

รูปภาพสวยๆจาก | สายันต์- ก้อย เพชรรัตน์

ข้อมูล เขื่อนลําปาว กาฬสินธุ์

  • ที่อยู่ : ตำบลลำคลอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
  • พิกัด : https://goo.gl/maps/g7PjAGafBEkXq5dr6
  • เปิดให้เข้าชม : ทุกวัน

7. เขื่อนขุนด่านปราการชล

เขื่อนขุนด่านปราการชลถือเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของจังหวัดนครนายกเลยก็ว่าได้ ถ้าอยากไปเที่ยวเขื่อนแบบไปเช้าเย็นกลับก็แนะนำที่นี่เลย นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่นิยมมาถ่ายรูป นั่งรถชมวิวทิวทัศน์ของเขื่อน หรือสามารถนั่งเรือไปยังน้ำตกเขาช่องลม ไปชมบรรยากาศน้ำตกสวยๆได้ด้วย และที่เขื่อนขุนด่านปราการชลยังสามารถเล่นน้ำที่ด้านล่างของเขื่อนได้ด้วย ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ๆเขื่อนก็มีทั้งน้ำตกนางรอง น้ำตกสาริกา

เขื่อนขุนด่านปราการชล

ที่อยู่ : หมู่ที่ 2 บ้านท่าด่าน ตำบล หินตั้ง อำเภอเมืองนครนายก นครนายก 26000
พิกัด : https://goo.gl/maps/4eaaYaxJRuTuPDVYA

8. เขื่อนแม่กวงอุดมธารา

อีกหนึ่งเขื่อนที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเชียงใหม่ เขื่อนแห่งนี้รอบล้อมด้วยป่าและภูเขา หลังเขื่อนมีหมู่บ้านป่าสักงาม ซึ่งมีสะพานแขวนเชื่อมใจ ที่เชื่อมระหว่างหมู่บ้านกับอำเภอดอยสะเก็ด นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่เขื่อนแม่กวงแห่งนี้สามารถนั่งเรือชมวิวบริเวณรอบเขื่อนได้ หากนึกไม่ออกว่าเที่ยวเชียงใหม่จะไปเที่ยวไหนดี ก็แนะนำให้ไปเที่ยวเขื่อนแม่กวงอุดมธารา

เขื่อนแม่กวงอุดมธารา

ที่อยู่ : เขื่อนแม่กวงอุดมธารา ตำบลลวงเหนือ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่
พิกัด : https://goo.gl/maps/nSmxRpADPUy3dLeq5

9. อ่างเก็บน้ำเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า

อีกหนึ่งจุดที่เหมาะแก่การไปสูดอากาศบริสุทธิ์ แถมใกล้กรุงเทพฯใช้เวลาเดินทางเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น ที่นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีบ้านพักไว้บริการ หรือสามารถมากางเต้นท์ได้เพราะมีลานกางเต็นท์ไว้บริการ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินชมเดินชิลกันอีกด้วย

อ่างเก็บน้ำเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า

รูปภาพประกอบจาก เพจ The Gallery

ที่อยู่ : ตำบล ท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย สระบุรี 18180
พิกัด : https://goo.gl/maps/gZCn2aVx7SRkSj5eA


10. เขื่อนสิริกิติ์

ที่เที่ยวในเขื่อนสิริกิติ์มีหลายจุดด้วยกัน มีพระพุทธสิริสัตตราช (หลวงพ่อเจ็ดกษัตริย์) จำลอง มีสวนสุมาลัย เป็นสวนที่มีการจัดตกแต่งสวนดอกไม้ สันเขื่อน บริเวณสันเขื่อนมีทั้งร้านอาหารและร้านกาแฟ โดยเมนูแนะนำของที่เขื่อนนี้คือ ปลาตะโกกเผา มีสะพานแขวนเฉลิมพระเกียรติ ที่เขื่อนแห่งนี้ยังสามารถนั่งเรือชิมวิวทิวทัศน์ได้อีกด้วย

ที่อยู่ : 40 หมู่ 10 ตำบลผาเลือด อำเภอท่าปลา จังหวัดอุตรดิตถ์
พิกัด : https://goo.gl/maps/z8G5HByc4dem6GcV6

เรียบเรียงโดย www.esanbanna.com


บทความที่เกี่ยวข้อง