เทคนิคการจัดการดินและปุ๋ยในพืชและผัก ให้เหมาะสม

การผลิตผักให้ได้คุณภาพและมีผลผลิตสูงนั้น มีปัจจัยที่สำคัญ ได้แก่ สถานที่ปลูก การเตรียมดิน สภาพความเป็นกรด-ด่างของดิน ปุ้ย และพันธ์ที่มีคุณภาพแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงวิธีการปลูก ช่วงฤดูกาล อายุเก็บเกี่ยว ซึ่งมีผลต่อการผลิตผักทั้งสิ้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชผักความแตกต่างของสภาพพื้นที่ และท้องถิ่นนั้น ๆ
ดินปลูกผัก
ดินปลูกผัก เป็นปัจจัยสำคัญทั้งเป็นที่อยู่ของรากพืชและแหล่งธาตุอาหารที่พืชใช้ในการเจริญเติบโต ดินปลูกที่ดี ควรมีความโปร่ง ร่วนซุย ระบายน้ำดี มีธาตุอาหารเพียงพอมีอินทรียวัตถุค่อนข้างมาก ไม่มีเชื้อโรค แมลงหรือสัตว์ศัตรูพืช เพราะถ้าดินปลูกไม่ดีจะทำให้ต้นผักขาดน้ำขาดอาหาร จนไม่สามารถให้ผลผลิตที่มาคุณภาพดีต่อไปได้ การปรับปรงดินให้ดีจึงเป็นภารกิจแรกที่ต้องเรียนรู้และลงมือทำ
การเตรียมดิน
การเตรียมดินปลูกผัก ต้องมีการเตรียมดินอย่างดีเพื่อให้เมล็ดผักซึ่งมีขนาดเล็ก และมีระบบรากละเอียดอ่อน หากมีการเตรียมดินไม่ดี จะกระทบกระเทือนความงอกของเมล็ดและการเจริญเติบโตของต้นผักได้
การเตรียมดินควรไถพลิกหน้าดินตากไว้ ประมาณ 7-10 วัน เพื่อกำจัดแมลงและศัตรูพืชบางชนิด หากพื้นที่เป็นดินเหนียว ควรระวังน้ำท่วมขัง ควรยกร่องปลูกสูง 20-30 เซนติเมตร เพื่อระบายน้ำ ควรปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ ปัยหมัก หรือปัยคอก จะทำให้ดินโปร่ง ร่วนซุยระบายน้ำและอากาศได้ดี หรือใช้ร่วมกับปุยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน สำหรับในดินเปรี้ยว ใช้วัสดุนเพื่อปรับปรุงดินให้สภาพเหมาะสมในการปลูกผัก ดินร่วนและดินทราย ควรปรับปรุงดินด้วยปุยคอกหรือปุยหมัก จะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุทำให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น ร่วมกับการใช้ปุ๋ยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน ตลอดจนการใช้วัสดุคลุมดิน เช่น ฟางข้าวใบหญ้าแฝก เพื่อช่วยเก็บรักษาความชื้นไว้ในดิน
เทคนิคการจัดการดินและปุ๋ยในพืชและผัก
1. การใช้ปุ๋ยหมัก
แปลงเพาะกล้า ช่วงเตรียมดินเพาะกล้าใส่ปุ๋ยหมักคลุกเคล้ากับดิน อัตรา 2-4 กิโลกรัม ต่อตารางเมตร
แปลงปลูกผัก ช่วงเตรียมดินปลูก หว่านปุ๋ยหมักทั่วแปลง
- ดินเหนียว ใช้อัตรา 2-4 ตันต่อไร่
- ดินร่วน และดินทรายใช้อัตรา 4-6 ตันต่อไร่ แล้วไถกลบ คลุกเคล้ากับดิน
2. การใช้ปุ๋ยคอก
แปลงเพาะกล้า ช่วงเตรียมดินเพาะกล้าใส่ปุ๋ยคอกแห้ง อัตรา 1-2 กิโลกรัมต่อตารางเมตร คลุกเคล้ากับดินให้ทั่วแปลงแปลงปลูกผัก ช่วงเตรียมดินปลูก หว่านกับดิน

3. การใช้ปัยเคมีตามค่าวิเคราะห์ดิน
ควรมีการเก็บตัวอย่างดินไปวิเคราะห์ค่าความอุดมสมบูรณ์ ความเป็นกรด-ด่าง และลักษณะทางกายภาพ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชผักที่ต้องการ ช่วยให้เกษตรกรให้ปุยถูกสูตรและถูกอัตรา ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิต
4. การใช้วัสดุคลุมดิน
หลังหว่านเมล็ดผัก หรือย้ายกล้าผักลงแปลงปลูกให้ใช้ฟางข้าว หรือตัดใบหญ้าคลุมแปลง เพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและรักษาความชื้นในดิน ทำให้ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น
5. การใช้วัสดุปรับปรุงดิน
ปูนมาร์ล ปูนขาว ปูนโดโลไมท์ นิยมใช้ในพื้นที่ดินเปรี้ยวใส่ช่วงเตรียมตินก่อนปลูกผักโดยหว่านให้ทั่วแปลงคลุกเคล้ากับดิน หมักไว้อย่างน้อย 7 วัน ในสภาพดินขึ้นเพื่อให้ปูนออกฤทธิ์ ทำให้ความเป็นกรดของดินลดลง
บทความอื่นที่น่าสนใจ



