เกษตรกรรม » พริกพันธุ์เดือยไก่ พริกพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้

พริกพันธุ์เดือยไก่ พริกพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้

10 มกราคม 2024
259   0

พริกพันธุ์เดือยไก่ พริกพันธุ์พื้นเมืองภาคใต้

พริกพันธุ์เดือยไก่

พริกพันธุ์เดือยไก่


พริกพันธุ์เดือยไก่ เป็นพริกพันธุ์พื้นเมืองของภาคใต้พบได้ในหลายจังหวัด เช่น พัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง ฯลฯ ปัจจุบันเกษตรกรที่ทำการปลูกพริกในจังหวัดทางภาคใต้ นิยมปลูกพริกพันธุ์เดือยไก่มากกว่าพริกพันธุ์อื่นๆ เนื่องจากมีรสเผ็ดจัด มีกลิ่นหอมไม่เหม็นเขียว ตรงตามความต้องการของผู้บริโภค และนิยมนำไปทำเครื่องแกง ในช่วงแรกมีจำหน่ายตามตลาดนัด หรือตลาดในชุมชนแต่ปัจจุบันมีจำหน่ายเกือบทุกจังหวัดในภาคใต้




ลักษณะประจำพันธุ์

  • ลำต้นแข็งแรง และทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศในเขตร้อน
  • ลักษณะทรงพุ่มปานกลาง แตกแขนง มีผลดก
  • ผลสีขาวอมเหลือง เรียวคล้ายเดือยไก่ ยาว 5-6 เชนติเมตร เริ่มสุกจะเป็นสีแดง-ส้ม กลิ่นหอม และรสเผ็ดจัด อายุเก็บเกี่ยว 70-90 วัน ให้ผลผลิต 1-2 ปี
  • ให้ผลผลิตตลอดอายุการเก็บเกี่ยว เฉลี่ย 1.5-2 กิโลกรัมต่อต้น

การคัดเลือกและการขยายพันธุ์

  • คัดเลือกเมล็ดพันธุ์จากต้นที่เจริญเติบโตดี ปราศจากโรคและแมลง
  • ให้ผลผลิตต่อต้นสูง มีลักษณะตรงตามสายพันธุ์ ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
  • เพาะเมล็ดพันธุ์ในโรงเรือนปลอดโรค ต้นกล้าสมบูรณ์ แข็งแรง

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

  • เป็นที่โล่งแจ้ง ได้รับแสงตลอดวัน
  • เจริญได้ดีในดินร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุสูง ดินมีการระบายน้ำได้ดี
  • ค่าความเป็นกรด-ด่าง ของดิน 6.0 – 6.8

การปลูกและการดูแลรักษา

การเตรียมดิน

     ไถดินลึกประมาณ 25-30 เซนติเมตร ตากแดดไว้2 – 3 สัปดาห์ ใส่ปูนขาว 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดเป็นด่างของดิน ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก 3,000 – 4,000 กิโลกรัมต่อไร่

การปลูก

  • หลุมปลูก ขนาด 25x25x30 เชนติเมตร
  • ระยะปลูก 100×100 เชนติเมตร
  • รองกันหลุมด้วยปุ๋ยสูตร 15-15-15 จำนวน 50 กิโลกรัมต่อไร่ ก่อนปลูก 2-3 วัน

การย้ายกล้า

     นำต้นกล้าพริกที่สมบูรณ์แข็งแรง อายุ 30-40 วันสูงประมาณ 10-15 เชนติเมตร ย้ายจากภาชนะเพาะเมล็ดลงถาดหลุม การย้ายกล้าควรทำตอนบ่าย แสงแดดไม่ร้อนจัดหรือช่วงอากาศมืดครึ้ม

การให้น้ำ

ปลูกเสร็จให้รดน้ำทันที ระยะแรกให้น้ำทุกวัน ในระยะ 1 เดือน แรกหลังย้ายปลูก ให้น้ำเพียงพอและสม่ำเสมอ ระยะที่พริกเริ่มออกดอก ความต้องการน้ำจะเพิ่มขึ้น เมื่อผลเริ่มแก่และเริ่มเก็บเกี่ยว ลดการให้น้ำลง

การใสปุ๋ย

ปุ๋ย อัตราส่วน

  • ปุ๋ยอินทรีย์ 500 กรัม/หลุม หรือ 2-4 ตัน/ไร่
  • ปุ๋ยเคมี 25 กก./ไร่
  • สูตร 12-24-12 (เมื่ออายุ 15-20 วัน หลังปลูก)

พริกพันธุ์เดือยไก่

การพรวนดินและกำจัดวัชพืช

     การพรวนดินและกำจัดวัชพืชต้องทำพร้อมกัน ระยะที่ต้นพริกยังเล็กควรพรวนดินพูนโคนบ่อยครั้งเพื่อให้ระบายน้ำและถ่ายเทอากาศได้ดี เมื่อพริกเจริญเติบโตจนคลุมดินแล้ว ไม่ต้องพรวนดินอีก สำหรับการกำจัดวัชพืชควรปฏิบัติบ่อยๆ ในระยะแรกจนกว่าทรงพุ่มจะแผ่คลุมดิน

การเก็บเกี่ยว

    เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 70-90 วัน เลือกผลที่มีสีขาวอมส้ม ควรปลิดทั้งก้านผล เก็บเกี่ยวได้ทุก 5-7 วัน

โรคและแมลง

โรคกุ้งแห้ง (แอนแทรกโนส)

  • สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Collectotrichum sp. ระบาดมาก ในระยะที่ผลพริกกำลังเจริญเติบโต
  • ลักษณะอาการ ผลมีแผลใหญ่หรืออาจเน่าเสียก่อนเก็บเกี่ยว โดยเฉพาะพื้นที่มีความชื้นสูงหรือฝนตกชุก
  • การป้องกันกำจัด คัดเมล็ดพันธุ์จากพริกที่ไม่เป็นโรคไปปลูก คลุกเมล็ดด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา อัตราส่วนเชื้อรา 1 ช้อนโต๊ะ ต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม การป้องกันกำจัดโดยใช้สารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เช่น เบนโนมิลตามที่ฉลากแนะนำ

โรคราน้ำค้าง

  • สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Peronospora tabacina
  • ลักษณะอาการ ด้านบนของใบจะเกิดแผลจุดเซลล์ตายสีเหลืองด้านใต้ตรงกับแผลจะพบกลุ่มเส้นใยและสปอร์สีขาวหรือเทา
  • การป้องกันกำจัด หลังเก็บเกี่ยวผล ควรทำลายต้นพริก พืชอาศัย และวัชพืชให้หมดจากบริเวณแปลงปลูก เมื่อเกิดโรคหรือสภาพแวดล้อมเหมาะต่อการเกิดโรค ให้ฉีดพ่นด้วยสารเคมี เช่น คาร์เบนดาซิม ในอัตรา 50-70 กรัมต่อน้ำ 1 ปี๊บ ทุกๆ 7-10 วัน ถ้าโรคระบาดรุนแรง ให้ฉีดพ่นทุก 4-5 วันต่อครั้ง

โรคกล้าเน่า

  • สาเหตุ เกิดจากเชื้อรา Pythium sp. อาจติดมาจากภายนอกหรือภายในเมล็ดพันธุ์
  • ลักษณะอาการ มีแผลที่ใบเลี้ยง ลำต้นหรือรากก่อนต้นกล้าจะเหี่ยวแห้งตาย
  • การป้องกันกำจัด คลุกเมล็ดก่อนปลูกด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มาอัตราส่วน เชื้อรา 1 ซ้อนโต๊ะ ต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม หรือคลุกเมล็ดด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา เมื่อพบโรคควรขุดตันกล้าที่เป็นโรคและต้นรอบๆ ใส่ถุงพลาสติก นำออกไปเผาทิ้งนอกแปลง คลุกหรือราดดินบริเวณนั้นด้วยเมตาแลกชิล ผสมกับ แมนโคเชบ หรือใช้เชื้อราไตโคเดอร์มา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด

เพลี้ยอ่อน

  • การเข้าทำลาย ดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนอ่อนของพริก ใบส่วนยอดจะเรียวเล็ก หงิกและยังเป็นพาหะแพร่เชื้อไวรัสมายังต้นพริก
  • การป้องกันกำจัด ต้นพริกที่มีเพลี้ยอ่อนระบาดให้ถอน นำไปทำลายโดยการเผาไฟ ใช้เชื้อราบิววาเรียฉีดพ่นเป็นประจำ การใช้สารเคมี เช่น อิมิดาโคลพริด ไดโนทีฟูแรน ฟิโปรนิล ตามที่ฉลากแนะนำ

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดกระบี่ โทร.075-656388 โทรสาร 075-656399 E-mail : aopdh10@doae.go.th, www.withikaset.com




บทความอื่นที่น่าสนใจ